พัทยาเดลีนิวส์

25 ธันวาคม 2553 :: 11:12:33 am 49457

ไล่ล่าระทึก!! 5 หนุ่ม แก๊งอุ้มเศรษฐีนอร์เวย์

ตร.พัทยาไล่ล่าสุดระทึก 5 หนุ่มแก๊งตำรวจเก๊ พยายามอุ้มเศรษฐีชาวนอร์เวย์เรียกค่าไถ่ ซิ่งเก๋งหนีหวังรอด ชนสองแถวพังยับก่อนจนมุม
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันนี้ (25 ธ.ค. 53) เมื่อเวลา 03.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.ชัชชัย ศรีสุวรรณ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรีกำลังปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรอยู่ได้มีผู้เสียหายชาวต่างชาติทราบชื่อ MR.HOLTEKJOLEN SVEIN TORE อายุ 57 ปี สัญชาตินอร์เวย์ พร้อมลูกชายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดย MR.HOLTEKJOLEN ให้การว่าตนเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีคอนโดขายและให้เช่าหลายแห่งในเมืองพัทยามูลค่าหลายร้อยล้านบาท ปัจจุบันเป็นหม้ายหลังเลิกรากับภรรยาไทย ก่อนหน้าจะมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ไปเที่ยวบาร์เบียร์ย่านติ๋มบาร์ถนนพัทยาสายสองเพียงลำพัง จากนั้นนั้นได้เดินมาขึ้นรถสองแถวริมชายหาดพัทยาใกล้เคียงซอยพัทยา 13/2 ระหว่างที่นั่งรถสองแถวได้ถูกชายไทยวัยฉกรรจ์หลายคนมาแสดงตัวเป็นตำรวจจับตนลงจากรถสองแถวและแสดงตัวว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบสั่งให้ตนขึ้นรถเก๋งของชายฉกรรจ์ เป็นรถเก๋งยี่ห้อ  โตโยต้า รุ่นโคโรน่า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน วส 7452 กรุงเทพมหานคร

ซึ่งภายในมีชายฉกรรจ์อยู่ด้วยอีกหลายคนรวมแล้วประมาณ 5 คน แต่ตนขัดขืนจึงกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายด้วยการทุบตีและพยายามลากตัวตนใส่ในรถ ตนก็ต่อสู้จนล้มลงที่พื้นถนน และร้องให้คนช่วย ทำให้แก๊งชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจนั้นตกใจรีบขึ้นรถยนต์เก๋งแล้วขับรถหลบหนีไปทางพัทยาใต้ หลังเกิดเหตุตนจึงบอกให้ลูกชายทราบเรื่องและได้รีบมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจตามจับกุมตัวคนร้ายทันที เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งตำรวจปลอมที่จับกุมชาวต่างชาติไปเรียกค่าไถ่และปล้นทรัพย์เหยื่อ ภายหลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานกำลังตำรวจสายตรวจในพื้นที่เมืองพัทยาช่วยตรวจสอบสกัดจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ

ต่อมาหลังเกิดเหตุไม่ถึง 30 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.อ.ณรงค์เดช ตนะพูนสิน รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังตำรวจและตำรวจอาสาซึ่งได้ร่วมกันออกตรวจสอบในพื้นที่ก็พบแก๊งคนร้ายที่ก่อเหตุซึ่งกำลังขับรถยนต์เก๋งที่ก่อเหตุอยู่ในย่านพัทยาใต้และได้ขับหลบหนีมุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนทัพพระยา จึงไล่สกัดติดตามจับกุม แต่แก๊งคนร้ายได้เร่งเครื่องพยายามขับหลบหนีผ่าด่านตำรวจที่ไล่สกัดอย่างกระชั้นชิด กระทั่งคนร้ายขับรถผ่านทางแยกแกรนเพื่อมุ่งหน้าไปทางชายหาดจอมเทียน ได้ขับซิ่งฝ่าสัญญาณไฟแดงเพื่อหลบหนีจนพุ่งชนกับรถยนต์โดยสารสองแถวพัทยา หมายเลขทะเบียน  20-5396 ชลบุรี จนชนรถสองแถวพังยับเยิน ส่วนรถของแก๊งคนร้ายก็พังเสียหายเช่นกันและยังพยายามจะขับหลบหนีต่อแต่รถพังไปไม่ได้ แก๊งคนร้ายที่อยู่ภายในรถทั้งหมดรวม 5 คน ก็พากันทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนี เข้าไปในอาคารชุด วิวทะเลคอนโดมีเนียม2 ห่างจากจุดที่ขับรถพุ่งชนรถสองแถวประมาณ 500 เมตร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังไล่ติดตามจับกุมตัวแก๊งคนร้ายที่พยายามวิ่งหนีเข้าไปแอบซ่อนตัวภายในคอนโดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ติดตามจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ทั้งหมด 5 คน ซึ่งแก๊งค้นร้ายแต่งกายชุดลายพรางทหารยังพยายามอ้างตัวเป็นเป็นตำรวจด้วย  สอบสวนทราบคนร้ายทั้งหมดคือ 1.นายพราน รัตน์ประโคน อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 ม.2 ต.โคกย่าง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ (หัวหน้าแก๊ง)  2.นายประหยัด ศิลากุล อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 ถ.สนามกีฬา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่  3.นายไพโรจน์ เรืองณรงค์ อายุ 37 ปี  บ้านเดิมอยู่ จ.บุรีรัมย์ (คนขับรถ)  4.นายวิทยา จันทร์ทึก อายุ 39 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.อุบลราชธานี 5. นายนายประเสริฐ ทวันเวช อายุ 35 ปี

จากนั้นจึงควบคุมตัวมาตรวจค้นภายในรถยนต์เก๋งของแก๊งคนร้าย ก็พบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุอุ้มเหยื่อ ทั้งกุญแจล๊อคข้อมือ  1 อัน , คีมตัดเหล็ก 1 อัน, กระดาษเทปกาว 2 ม้วน ,มีดโกน 1 ด้าม และผ้าใบคลุมรถ  นอกจากนี้ยังพบว่า แก๊งคนร้ายยังได้นำป้ายทะเบียน วส 7452 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทะเบียนปลอมติดทับกับป้ายทะเบียนรถตัวจริง หมายเลข ณพ 1710 กรุงเทพมหานคร อีกด้วย  จากนั้นควบคุมตัวแก๊งคนร้ายทั้ง 5 คนมาสอบสวนที่โรงพักและได้ให้MR.HOLTEKJOLEN SVEIN TORE  (ผู้เสียหาย) มาดูตัวคนร้ายซึ่งผู้เสียกายชี้ตัวยืนยันว่าทั้งหมดเป็นแก๊งที่ร่วมกันพยายามอุ้มตัวขึ้นรถเพื่อนำไปก่อเหตุจริง โดยผู้เสียหายจำใบหน้า 2 คนที่อ้างตัวเป็นตำรวจคือ นายพราน หรืออ้วน (หัวหน้าแก๊ง) และ นายประหยัด ผู้ก่อเหตุทำร้ายด้วยการทุบตีจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและใบหน้าเล็กน้อย

ตร.ชุดจับกุมเปิดเผยว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นนั้นแก๊งคนร้ายทั้ง 5 คนยังปากแข็งไม่ยอมปริปากให้การใดๆ และอ้างว่าไม่ได้ก่อเหตุอุ้มใครไปเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานและพฤติกรรมในการก่อเหตุ ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งใหญ่ที่อ้างเป็นตำรวจแล้วตระเวนก่อเหตุอุ้มตัวเหยื่อทั้งไทยและต่างชาติที่ฐานะดีไปเรียกค่าไถ่หรือปล้นทรัพย์อย่างแน่นอน จึงได้แยกตัว นายพราน หรืออ้วน (หัวหน้าแก๊ง) มาสอบปากคำเพื่อเค้นความจริง

จนกระทั่ง นายพราน หรืออ้วน (หัวหน้าแก๊ง) ยอมปริปากให้การสารภาพว่าโดยอ้างว่าได้ รับงานจ้างวานจาก เมียเก่าของ ผู้เสียหายให้ติดตามตัวผู้เสียหายและอุ้มตัวใส่รถเพื่อจะเอาไปก่อเหตุปล้นทรัพย์และเรียกค่าไถ่ โดยได้ค่าจ้างในการทำงานครั้งนี้ราคา หลายแสนบาท เป็นค่าตอบแทน หลังได้เงินค่าจ้างหัวหน้าแก๊งคนร้ายได้หารถและมาจ้างเพื่อนๆในแก๊งออกมาทำงานกัน  โดยผู้ต้องหาบอกอีกว่า เมียเก่าของผู้เสียหายเป็นคนขับรถเก๋งตามคนละคันเพื่อมาตามหาผู้เสียหายและชี้เป้าให้จับกุมเหยื่อ แต่แก๊งคนร้ายทั้งหมดทำงานพลาดเพราะเหยื่อต่อสู้ขัดขืนจึงต้องพากันขับรถหลบหนีก่อนจะถูกจับ ซึ่งเมียเก่า ของเหยื่อนั้นหลังชี้เป้าเสร็จก็หลบหนีไปแล้ว

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวแก๊งตำรวจปลอม ทั้ง 5 คนที่ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และ กังขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งจะได้สอบสวนแก๊งคนร้ายทั้ง5คนให้บอกความจริงในเบื้องลึกให้แน่ชัดว่าได้รับการจ้างวานจากเมียเก่าของเหยื่อมาอุ้มตัวเหยื่อไปเรียกค่าไถ่จริงหรือไม่เพื่อจับกุมตัวผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้หมด พร้อมทั้งสอบสวน MR.HOLTEKJOLEN SVEIN TORE (ผู้เสียหาย) ให้แน่ชัดอีกครั้งซึ่งคดีนี้อาจจะมีเบื้องลึกเกี่ยวกับตัวผู้เสียหายเองก่อนจะมาเกิดเหตุการณ์ถูกแก๊งคนร้ายมาอุ้มตัวผู้เสียหายใส่รถเพื่อจะนำไปก่อเหตุขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้คลี่คลายคดีให้กระจ่างอีกครั้ง

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com