พัทยาเดลีนิวส์

11 ธันวาคม 2553 :: 11:12:44 am 47300

‘มาร์ค’แย้มยุบสภาก่อนมี.ค.-เม.ย.54

มาร์ค เผย 3 เงื่อนไข ที่เคยระบุไว้ ถือว่าใกล้เคียงเข้ามาแล้ว อย่างปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้คงไม่มีปัญหาแล้ว กล่าวยอมรับว่า “ ก็เป็นไปได้ ” ว่าอาจมีการยุบสภาต้นปีหน้า พร้อมพงศ์โฆษกพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่ออภิสิทธิ์ ยุบสภา มี.ค.-เม.ย.54 จริง เหตุผลเดียวที่รัฐบาลจะยุบสภาคือ พรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลได้เปรียบในการเลือกตั้ง ระบุถ้ายอมยุบ จะส่งกระเช้าดอกไม้ ขอบคุณถึงหน้าพรรค
สนใจโฆษณา

รัฐสภา-วานนี้ (10ธ.ค.53) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงการรายงานความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จัดกิจกรรม วันรัฐธรรมนูญ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวอะไร และตนยังมีความตั้งใจที่จะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะนี้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กำลังร่วมกันจัดเตรียมแผนงานเพื่อดูแลให้สถานการณ์เรียบร้อย อย่างไรก็ตามในการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นก่อนหน้านี้ตนได้ขอมติครม.ไว้แล้ว ว่าเวลาที่จะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องเสนอเข้าที่ประชุมครม. แต่ถ้าภายในวันที่ 13-14 ธ.ค. ศอฉ.เสนอเข้ามาตนก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม. ทันที อย่างไรก็ตามหากมีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.กฉุกเฉินแล้วก็จะไม่มีศอฉ.ซึ่งเชื่อว่าทาง กอ.รมน.จะสามารถทำงานได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จะมีมาตรการรองรับสถานการณ์ อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังจัดทำแผนงานโดยดูจากกฎหมายความมั่นคงซึ่งจะมี 2 ขั้นตอน คือการทำแผนการรักษาความมั่นคง เป็นการทั่วไปและเป็นการเตรียมการไว้สำหรับ กรณีที่มีเหตุการณ์หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดปัญหา อาจจะใช้การประกาศพื้นที่ความมั่นคงเหมือนกับที่เคยประกาศมาแล้ว โดยหากมีการประกาศพื้นที่ความมั่นค งก็จะต้องมีศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) มาทำหน้าที่แทน ศอฉ. แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศพื้นที่มั่นคง เพียงแต่ทำแผนรองรับเอาไว้ ในกรณีที่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็จะสามารถ ประกาศพื้นที่และมี ศอ.รส.ทำงานได้ทันที

หากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ความรับผิดชอบจะกลับไปอยู่ที่ตำรวจ รัฐบาลมีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผบ.ตร.คนปัจจุบันเป็นคนใหม่และทราบประเด็นดี และที่ผ่านมาตำรวจก็เป็นหลัก ในการดูแลและพูดคุยกับผู้ชุมนุมซึ่งก็ค่อนข้าง เรียบร้อยดี เมื่อถามว่าแต่ทาง สตช.ก็ยังมีข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รั่วไหล จนทำให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.นำออกมาขยายผล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการรั่วไหลของเอกสารต่างๆถือว่าเป็นปัญหามาโดยตลอด คงจะไปเจาะจงที่ใดที่หนึ่งไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่าแต่การรั่วไหลเกิดขึ้นที่ สตช. สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานของตำรวจยังมีปัญหาอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ คงต้องตรวจสอบให้ชัดเจน อย่างไรก็ตามคิดว่าขณะนี้ทุกคนต้องการให้บ้านเมืองสงบ หากบ้านเมืองย้อนกลับไปมีปัญหาหรือเกิดความตึงเครียดขึ้นอีก ทุกคนก็สียหายดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันดูแล

“ ในเรื่องการรั่วไหลของเอกสาร ผมไม่มีหน้าที่ที่จะต้องดูในเรื่องนี้ แต่มีหน้าที่ยืนยันกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งเราได้ดำเนินการและคิดว่าทางดีเอสไอ ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและพยายามเร่งรัดอยู่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการไต่สวนในชั้นศาลซึ่งเป็นเรื่องในชั้นศาลที่จะ ดำเนินการ เราคงไปมีปฏิกิริยาต่อเอกสาร หรือข้อมูลที่ออกมาเพียงบางส่วนคงไม่ได้ และไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบริหาร และเมื่อเรารู้ว่าข้อมูลรั่วไหล เพียงบางส่วนก็จะได้รู้ว่ากระบวนการทั้งหมด จะต้องอยู่ที่การไต่สวน ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเงื่อนไขของการยุบสภา ด้วยว่า ขณะนี้ยอมรับว่าสถานการณ์ของบ้านเมืองดีขึ้น แต่เรื่องการยุบสภา นั้น ก็เป็นอีกขั้นหนึ่ง เราต้องติดตามดูว่าเมื่อมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วใช้กฎหมายปกติ สถานการณ์เป็นอย่างไร เพราะเราไม่อยากใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงที่มีการเลือกตั้ง เมื่อถามว่ามีการกำหนดระยะเวลาใน
การประเมินสถานการณ์หลังยกเลิกพ.ร.ก.ฉุก เฉินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราสามารถประเมินได้โดยดูจากสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร

“ถึงวันนี้ 3 เงื่อนไขที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ถือว่าใกล้เคียงเข้ามาแล้ว อย่างปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้คงไม่มีปัญหาแล้ว ส่วนเรื่องของกติกานั้นหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภา หรือมีข้อยุติในสภา ก็จะเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์เรียบร้อยขึ้น ในส่วนของสถานการณ์บ้านเมืองหากสงบก็ถือว่าทุกอย่างเรียบร้อย สมมติว่าทุกอย่างเรียบร้อย เปิดสมัยประชุมสภาฯหน้า สภาผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ก็อาจจะเป็นจังหวะที่เหมาะสม วันนี้จะบอกเป็นตัวเลขหรือตัวชี้วัดคงไม่ได้ แต่คิดว่าเราเห็นเหตุการณ์ต่างๆ และประเมินแล้วเราคงมีคำตอบในใจได้ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภา ถือเป็นการนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งใหม่ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือว่าบ้านเมืองมีความพร้อมอีกขั้นหนึ่ง และเท่าที่ดูปฏิทินในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่าหากคณะกรรมาธิการทำงานเสร็จในช่วงปิดสมัยประชุมสภา เมื่อเปิดสภาก็สามารถนำเข้าสู่การพิจาณษในวาระ 2 และเว้นอีก 15 วัน ก็จะเข้าสู่การพิจาณาของวาระ 3 ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นเช่นนี้การยุบสภา คงจะไม่เกินในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า “ ก็เป็นไปได้ ”

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการยุบสภาในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2554 ว่า คงเป็นแค่วาทะกรรมทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เพราะถ้าคิดจะยุบสภาจริง ตนจะส่งกระเช้าดอกไม้ไปขอบคุณถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่ส่วนตัวแล้ว คิดว่านายอภิสิทธิ์คงจะไม่ใจดีถึงขั้นยุบสภาเพื่อให้มีการ เลือกตั้งใหญ่ในช่วงต้นปี 2554 และถ้าหากประกาศยุบสภาจริงก็น่าจะมีหิมะตกในกทม. เพราะขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์รอดคดียุบพรรคแบบมีไฟเขียวผ่านตลอด เรียกว่าไร้สิ่งกีดขวางและขวากหนามใดๆ เหลือแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ทั้งนี้หากรัฐบาลผ่านการอภิปราย ไม่ไว้วางใจไปได้ก็เชื่อว่าจะลากยาวออกไปจนถึงวันที่ 22 ธ.ค. 2554 ซึ่งจะครบวาระ 4 ปีพอดีมากกว่า อย่างไรก็ตาม เหตุผลเดียวที่รัฐบาลจะยุบสภาคือ พรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลได้เปรียบในการเลือกตั้ง ตราบใดที่รัฐบาลยังเสียเปรียบจะไม่มีวันยอมยุบสภาเด็ดขาด เพราะเป็นฝ่ายค้านมา 8 ปีแล้วได้เป็นรัฐบาลแบบอุ้มบุญทั้งทีก็ต้องอยู่ยาว

ที่มา โพสต์ทูเดย์
เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com