พัทยาเดลีนิวส์

15 ธันวาคม 2553 :: 12:12:11 pm 47842

“จิ๊บ ไผ่เขียว” จนมุม! ใส่เกราะชี้จุดฆ่า ขอขมาน้อง “โตมี่”

'จิ๊บ ไผ่เขียว' จนมุมหลังดอดย้อนรอยกลับถิ่นอยุธยา ตร.บุกห้องกลางดึกจับกุมพร้อมปืน สารภาพสิ้นคดียิงรถเก๋งฆ่า 'น้องโตมี่' ตัวเองเป็นคนขับจยย. ส่วนพี่ชายที่ถูกจับตาย 'โจ๊ก ไผ่เขียว' เป็นคนลงมือยิง เหตุแค่เพราะโมโหรถของน้องโตมี่ แซงจยย.ตัวเอง ไม่ยอมให้กลับรถ ทั้งยังเคยก่อเหตุทำนองเดียวกันมาแล้วถึง 7 คดี
สนใจโฆษณา

อยุธยา – วานนี้ (14 ธ.ค. 53) จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายขับรถจยย. ไล่ยิงรถเก๋งยาริสบนถนนสายเอเชีย ช่วงผ่าน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้ ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ อายุ 12 ปี เสียชีวิตโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ซึ่งต่อมาตำรวจบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหา นายนพพล ประสงค์ศิล อายุ 23 ปี หรือจิ๊บ ไผ่เขียว แล้วเกิดการดวลปืนต่อสู้กับนายชาญชัย ประสงค์ศิล อายุ 29 ปี หรือโจ๊ก ไผ่เขียว พี่ชายนายจิ๊บ จนนายโจ๊กถึงแก่ความตาย แต่นายจิ๊บหนีรอดไปได้ แล้วมีการติดต่อผ่านญาติจะขอมอบตัว

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 53 ที่ผ่านมา ตามแนวทางการสืบสวน นายโจ๊กและนายจิ๊บ สองพี่น้อง หลังก่อเหตุยิงรถเก๋งยาริสน้องโตมี่ ได้หลบหนีมาอยู่ที่สไมล์แมนชั่น ม.4 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรี อยุธยา จึงนำกำลังชุดสืบสวนกว่า 100 นายวางแผนเข้าจับกุม โดยทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่อาคาร 4 ห้องเลขที่ 4701, 4707 และ 4713 ต่อมาเมื่อเวลา 20.45 น. นายโจ๊กได้ลงมาจากห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตัว กระสุนถูกนายโจ๊กเสียชีวิตบริเวณคู่น้ำปากทางเข้าสไมล์แมนชั่น พบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. กล็อก 1 กระบอก บรรจุกระสุนปืนอยู่ภายในแม็กกาซีน 26 นัด และกระเป๋าเป้แบบสะพายหลัง 1 ใบ ภายในมีอาวุธปืนกลขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนสั้น ออโตเมติก .45 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 31 นัด เงินสด 57,600 บาท ส่วนน้องชายนายจิ๊บหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นห้องพักนายโจ๊กและนายจิ๊บ พบอาวุธปืนขนาดต่าง ๆ จำนวน 16 กระบอก เป็นอาวุธปืนกล็อก 3 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 953 นัด ยาบ้า 32,608 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 37.88 กรัม ตู้เซฟ ทองรูปพรรณหนักกว่า 8 บาท เงินสดจำนวน 2,374,190 บาท ซุกซ่อนอยู่ในลังเบียร์และกระเป๋าเดินทาง มีบางส่วนเป็นธนบัตรปลอม รถยนต์กระบะแบบ 4 ประตู สีขาวอีซูซุ ดีแมคซ์ หมายเลขทะเบียน ฎศ 3781 กทม. รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำทะเบียน กต 4161 พระนครศรีอยุธยา และรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส ทะเบียน ฎย 4771 กทม. เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ จอดอยู่ที่ลานจอดรถแมนชั่น

และเข้าตรวจบ้านพักของนายโจ๊ก ที่บริเวณ ม.4 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน พบรถจักรยานยนต์แบบซูเปอร์โฟร์ ยี่ห้อต่าง ๆ จำนวน 13 คัน รถจักรยานยนต์แบบกึ่งวิบาก 4 คัน รวมเป็น 17 คัน อาวุธปืนลูกซองยาว 4 กระบอก กระสุน 17 นัด ตู้เซฟ 1 ตู้ ยาบ้าจำนวนหนึ่ง เครื่องนับเงินสด 1 เครื่อง แผ่นป้ายทะเบียนรถชนิดต่างๆ 7 แผ่น เปิดตู้เซฟพบเงินสดอีก 6,007,200 บาท รวมเป็นเงินสด 8,381,390 บาท นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 12 เครื่อง กล้องถ่ายรูป สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ 8 เล่ม มีเงินหมุนเวียนกว่า 3 ล้านบาท

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 02.00 น. พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) รรท.ผบช. ภ.1 พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว.พระ นครศรีอยุธยา พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 50 นาย ติดอาวุธครบมือพร้อมโล่กันกระสุน จู่โจมเข้าจับกุมนายนพพล ประสงค์ศิล อายุ 23 ปี หรือจิ๊บ ไผ่เขียว ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียิงน้องโตมี่ หลังจากมีการสืบทราบแน่ชัดแล้วว่า นายจิ๊บ ไผ่เขียว ที่หลบหนีไปทางภาคตะวันออก ก่อนจะวกกลับเข้ามาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา และเข้าพักที่หมู่บ้านสินทิวาธานี ถนนโรจนะ หมู่ 2 ต.สามเรือน อ.บางปะ อิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่กลุ่มอาคารเช่า มานิจ โซน 4 J, K, L ที่อาคาร K ห้อง 505 ชั้น 5

เจ้าหน้าที่จึงจู่โจมเข้าไปห้องเลขที่ 505 ตึก K โดยใช้กุญแจห้องไขเข้าไป เมื่อเปิดประตูได้และส่องไฟฉายเข้าไปในห้อง พบนายจิ๊บนอนห่มผ้าอยู่ในสภาพถอดเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว ฝ่ายตำรวจตะโกนถาม ใช่จิ๊บ ไผ่เขียวหรือไม่ จิ๊บ ไผ่เขียว ตอบว่า “ครับ” ตำรวจจึงเข้าล็อกตัว โดยยึดปืนพก .38 สแตนเลส แบบลูกโม่ 1 กระบอก ที่ซุกอยู่บนที่นอนด้วย ทั้งนี้ จิ๊บ ไผ่เขียว ไม่ได้แสดงท่าทางจะต่อสู้ขัดขวางการจับกุมแต่อย่างใด

จากการสอบสวนเบื้องต้น จิ๊บ ไผ่เขียว ให้การรับว่า ได้ร่วมกับพี่ชาย คือ นายชาญชัย ประสงค์ศิล หรือโจ๊ก ที่ถูกวิสามัญฯ ไปแล้ว ก่อเหตุยิงน้องโตมี่จริง โดยคืนวันเกิดเหตุที่ตรงกับวันที่ 4 ธ.ค. พี่ชายเป็นคนซ้อนท้ายรถจักรยาน ยนต์ที่ตนเองขับขี่ และขับรถในช่องจราจรที่ 3 ของถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ แต่รถของน้องโตมี่วิ่งด้วยความเร็วสูงในช่องทางที่ 4 พี่ชายบอกว่าให้แซงรถน้องโตมี่ให้ได้ จากนั้นก็ไล่ยิงไปร่วม 10 นัด นัดสุดท้ายยิงตรงใกล้วงแหวนบางปะอิน สาเหตุที่ทำไปเพราะหมั่นไส้เท่านั้น

ซึ่งในวันเกิดเหตุ ตนพร้อมนายโจ๊ก พี่ชาย ได้ขับจยย.ออกจาก สไมล์แมนชั่น ไปที่บ้านเลขที่ 94/45 ม.4 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน เพื่อไปเอารถจยย.ฮอนด้า รุ่นซีบี 400 (แบบซูเปอร์โฟร์) สีดำ ล้อแม็กซ์สี ทอง เพื่อไปเก็บเงินจำหน่ายยาบ้าจากนายออย ริมถนนสายเอเชียขาเข้ากทม. จำนวน 2 แสนบาท เมื่อเก็บเงินแล้ว ได้ขับรถจยย.มุ่งหน้าเพื่อจะกลับรถที่หน้าด่านชั่งน้ำหนักบางปะอินเก่า เมื่อขับเลยหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ได้พบรถเก๋ง ยาริส ป้ายแดง สีบรอนซ์ ของน้องโตมี่ แซงขึ้นไปทางขวา ทั้งที่ขณะนั้นตนขับรถด้วยความเร็ว 140 ก.ม.ต่อช.ม. กำลังเปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อเข้าช่องกลับรถ เพื่อจะวกกลับเข้าจ.พระนครศรี อยุธยา แต่ไม่สามารถเลี้ยวเข้าช่องทางเดินรถช่องขวาสุดได้ เนื่องจากรถยาริสที่แล่นมาด้วยความเร็วในช่องขวาสุดไม่ยอม จากนั้นนายโจ๊กได้บอกให้ตนขับรถจยย.ตามรถเก๋งยาริสไป เมื่อถึงบริเวณตรงข้ามห้างเทสโก้โลตัส สาขาบางปะอิน ตนได้ขับแซงทางด้านซ้าย นายโจ๊กบอกให้ตนชะลอความเร็ว แล้วนายโจ๊กใช้อาวุธปืนกล็อก ขนาด 9 ม.ม.ที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา ยิงเข้าใส่รถจำนวน 3 นัด ถูกด้านหลัง และด้านข้างซ้าย และไล่ติดตามยิงใส่รถดังกล่าวอีก 10 นัด โดยพี่ชายยิงที่ยางรถ ไม่ได้หวังให้เสียชีวิต และไม่หวังชิงทรัพย์ ห่างจากจุดยิงครั้งแรกประ มาณ 200 เมตร เมื่อยิงแล้ว ตนพร้อมพี่ชายได้พากันขับรถหลบหนี มากลับรถที่บริเวณถนนต่างระดับอ.บางปะอิน แล้ววกกลับมาตามถนนสายเอเชียขาเข้า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยขับรถมาเลี้ยวขวาเพื่อจะกลับรถบริเวณอู่ไพศาลยนต์ เข้าไปบ้านพักเลขที่ 94/45 ม.4 ต.คุ้งลาน อ.บาง ปะอิน เพื่อเอารถจยย.คันที่ก่อเหตุไปเก็บ แล้ว เปลี่ยนเอารถจยย.ฮอนด้าเวฟ ขับกลับเข้าพักที่ สไมล์แมนชั่น ส่วนตนขับรถยนต์ไม่เป็น

ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมมอบตัวที่จ.ระยอง ตามที่ทางญาติมีการติดต่อผ่านสื่อ มวลชน เพราะช่วงก่อนเวลานัดหมาย ตนไม่สามารถติดต่อญาติได้ เกรงจะถูกตำรวจจับ จึง ได้ขึ้นรถตู้โดยสารจากจ.ระยอง กลับมาที่กรุงเทพฯ และนั่งแท็กซี่มาที่ห้างฟิวเจอร์ พาร์ค จ.ปทุมธานี โดยโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับกลับ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาเอาเงินจะหลบหนีต่อไป เพราะเงินติดตัวเหลือน้อยเพียง 30,000 บาท แต่มาถูกจับกุมก่อน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายจิ๊บว่า อยากกล่าวอะไรถึงครอบครัวน้องโตมี่ นายจิ๊บ กล่าวว่า “รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น อยากขอโทษครอบครัวของน้องโตมี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทางครอบ ครัวและญาติจะว่าอย่างไรบ้าง” ตนไม่เคยมีเรื่องกับครอบครัวน้องโตมี่ ขออโหสิกรรมให้กับตนด้วย ตนยอมรับผิด ตนยอมรับว่าเป็นผู้ค้ายาบ้าได้เพียงปีเดียวเท่านั้น สาเหตุที่ต้องมาค้ายาบ้า เพราะหลังจากถูกจับกุมไม่มีเงินจ้างทนาย จึงเริ่มหันมาค้ายาบ้าตามพี่ชาย ซึ่งค้ามาก่อน

จิ๊บ ไผ่เขียว ยังยอมรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุไล่ยิงรถยนต์บนถนนสายเอเชียกับพี่ชายรวม 7 ครั้ง แยกเป็นขับขี่รถจักรยานยนต์กับพี่ชายไล่ยิง 4 ครั้ง นั่งไปกับรถยนต์ที่มีเพื่อนขับและพี่ชายยิงอีก 3 ครั้ง นอกจากนี้พี่ชายกับเพื่อนไปไล่ยิงอีกหลายครั้ง แต่ตนเองไม่ได้ไปด้วย

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ภ.จว.พระนครศรี อยุธยา พล.ต.อ.อัศวิน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 และนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา แถลงผลการจับกุม โดยพล.ต.อ.อัศวินแถลงว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบ สวนภาค 1 ตำรวจสืบสวนภ.จว.พระนครศรี อยุธยา จับกุมนายนพพล หรือจิ๊บ ประสงค์ศิล อายุ 23 ปี ได้ที่ภายในกลุ่มอาคารเช่า มานิจ โซน 4 อาคาร K ห้อง 505 ชั้น 5 หมู่บ้านสินทิวาธานี ถนนโรจนะ หมู่ 2 ต.สามเรือน อ.บาง ปะอิน หลังจากหลบหนีการจับกุมจากสไมล์แมนชั่น ริมถนนโรจนะ ม.4 ต.คานหาม อ.อุทัย วันเดียวกับที่นายชาญชัย หรือโจ๊ก ประสงค์ศิล ถูกวิสามัญฆาตกรรม โดยจิ๊บหนีไปกบดานที่ จ.ระยอง แล้วย้อนกลับมาถิ่นเก่าที่จ.พระนครศรีอยุธยา จนกระทั่งถูกจับ

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ช่วงจังหวะการจับ กุม ซึ่งนำโดยพล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก. จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้นำกำลังชุดจู่โจม 5 นาย พร้อมโล่กันกระสุน บุกขึ้นไปที่ห้องชั้นที่ 5 ที่นายจิ๊บหลบซ่อนตัวอยู่พบ นายจิ๊บกำลังนอนหลับมีผ้าห่มคลุมตัว ได้ตะโกนเรียก จิ๊บใช่ไหม นายจิ๊บตอบว่าครับ จึงตรงเข้าชาร์จ พบอาวุธปืนขนาด .38 กระสุน 12 นัด วางอยู่ใต้ผ้าห่ม นายจิ๊บไม่ได้ต่อสู้ จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าคนร้ายต่อสู้ เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นจะต้องป้องกันตัว หลังจากนี้จะสืบสวนขยายผลไปเรื่อย ๆ เพราะขบวนการค้ายาเสพติด เป็นขบวนการที่มีเครือข่ายโยงใย ถึงเวลาต้องปัดกวาดบ้านเมืองให้จบสักที โดยเฉพาะจ.พระนครศรีอยุธยา หนังชีวิตต้องดูยาว ๆ และต่อเนื่อง มั่นใจว่าวงจรอุบาทว์จะหมดไป อยุธยาเป็นเมืองเก่าเป็นเมืองมรดกโลกที่คนเดินทางมาเที่ยวและไหว้พระ ขอให้ผู้ที่ใช้รถที่จะเข้าและผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อไปนี้จะมีแต่ความปลอดภัย

เมื่อพล.ต.อ.อัศวินกล่าวจบ ประชาชนจาก ต.ประตูชัย กว่า 200 คน นำโดยว่าที่ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนคร ศรีอยุธยา และนายสุเทพ ชูชัยยะ ประธานชมรมนายกอบต.พระนครศรีอยุธยา ได้ปรบมือและมอบดอกไม้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับว่าได้เคยก่อคดีในท้องที่จ.พระนครศรีอยุธยา 3 คดี เมื่อเดือน ส.ค. 2553 ร่วมกับนายโจ๊ก พี่ชาย ยิงรถจยย. บนถนนสายเอเชียขาเข้าจ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณตรงข้ามกับร้านสองไม้ ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา เดือนก.ย. 2553 ร่วมกับนายโจ๊ก ยิงรถเก๋งสีบรอนซ์ หน้าบริษัท มินิแบ จำกัด ถนนพหล โยธิน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน และล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 53 ร่วมกับนายโจ๊กพี่ชาย ยิง รถเก๋งยาริสที่น้องโตมี่นั่งมา ที่ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน มีหมายจับติดตัวอยู่ 3 หมาย ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน หมายจับที่ 333/2553 ลงวันที่ 10 เม.ย. 2553 ของศาลจังหวัดธัญบุรี คดีหลบหนีประกันชั้นศาล หมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายจับที่ 739/2553 ลงวันที่ 11 ธ.ค. 2553 ข้อหาร่วมกันยิงปืนโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้าน และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายจับเลขที่ 744/2553 ลงวันที่ 13 ธ.ค. 2553 ข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่ครอบครัวของน้องโตมี่ บอกว่า น้องโตมี่เป็นเด็กเรียนดีและมีความกตัญญู โดยตั้งความหวังว่า โตขึ้นอยากเป็นตำรวจ เชื่อว่าวิญญาณของน้องโตมี่ ได้ทำหน้าที่เป็นตำรวจแล้ว มาดลบันดาลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีกำลังใจ จนสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ขอให้น้องโตมี่ไปสู่สุคติ และนายจิ๊บ เคยบอกว่า อยากจะไปกราบขอขมาน้องโตมี่ ที่วัดหนองม่วง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประชุมหารือกันแล้วเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงระงับไม่ให้เดินทางไปขอขมาศพ โดยให้ขอขมาศพบริเวณจุดที่นายโจ๊กยิงน้องโตมี่แทน

จากนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวนายจิ๊บไปชี้จุดเกิดเหตุ ประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.ต.อนุรักษ์ได้เรียกพนักงานสอบสวนที่มีความชำนาญมาร่วมทำแผนและสอบสวน โดยนำกำลังชุดจู่โจมกว่า 100 นาย ควบคุมตัวผู้ต้องหา โดยมีการสวมเสื้อเกราะให้กับนายจิ๊บข้างในเสื้อเชิ้ต เพื่อป้องกันการฆ่าตัดตอนของกลุ่มค้ายาบ้า และนำรถจยย.ซูเปอร์โฟร์ โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นมือปืนแทนตัวนายโจ๊ก และนำรถเก๋งโตโยต้า ยาริสป้ายแดงคันเกิดเหตุมาทำแผน

โดยเริ่มจุดที่ 1 บริเวณริมถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน เป็นจุดที่นายจิ๊บขับรถจยย.มีนายโจ๊กซ้อนท้าย ไปรับเงินค่ายาบ้าจากนายออย จุดที่ 2 ก่อนถึงด่านเก็บเงินค่าธรรม เนียมบางปะอิน เป็นจุดที่ผู้ต้องหาเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวาเพื่อจะกลับรถบริเวณหน้าด่านชั่งน้ำหนัก จุดที่ 3 บริเวณหน้าด่านชั่งน้ำหนัก เป็นจุดที่ผู้ต้องหาจะเลี้ยวกลับรถ แต่รถเก๋งน้องโตมี่ไม่ยอมเปิดทางให้เข้า จุดที่ 4 บริเวณตรงข้ามห้างเทสโก้โลตัส สาขาบางปะอิน นายจิ๊บขับแซงรถเก๋งยาริสขึ้นไปแล้วชะลอรถ จากนั้นนายโจ๊กได้ยิงใส่รถเก๋งไป 3 นัด แล้วมีการยิงไปเรื่อยจนถึงจุดที่ 5 เยื้องกับห้างเทสโก้โลตัส เป็นจุดยิงสุดท้าย ห่างจากจุดแรกประมาณ 200 เมตร จุดนี้เป็นจุดที่น้องโตมี่ ถูกยิงเข้าที่หัวจนอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ระหว่างทำแผนบริเวณจุดนี้นายจิ๊บมีสีหน้าเคร่งเครียดมากกว่าจุดอื่น ๆ จากนั้นได้ขอเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดธูปเทียนขอขมาดวงวิญญาณน้องโตมี่ที่บริเวณท้ายรถเก๋ง

จุดที่ 6 บริเวณเชิงสะพานต่างระดับบางปะอิน หลังก่อเหตุผู้ต้องหาขับรถขึ้นสะพานต่างระดับกลับรถ วกมาตามถนนสายเอเชียขาขึ้นนครสวรรค์ จุดที่ 7 ที่บ้านพักผู้ต้องหา ในต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน ได้นำรถจยย.เข้าไปเก็บ แล้วเปลี่ยนใช้รถจยย.อีกคันไปจุดที่ 8 เป็นจุดสุดท้าย บริเวณสไมล์แมนชั่น ต.คานหาม อ.อุทัย ผู้ต้องหาสองคนได้กลับเข้าไปพัก ที่ห้องพักเช่าไว้ 3 ห้องกับแฟนสาว จากนั้นตำรวจได้นำตัวนายจิ๊บไปควบคุมตัวและสอบสวนต่อที่สภ.อุทัย จากนั้นในวันที่ 15 ธ.ค. จะนำตัวไปฝากขังศาล

ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพใช้เวลานานกว่า 2 ช.ม. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดถนนสายเอเชียเป็นระยะ ๆ ทำให้การจราจรติดขัด มีประชาชนจอดรถลงมาดูการทำแผนจำนวนมากทุกจุด

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทุกสถานีของพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจค้นกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อ จากการสืบสวนขยายผลหลังการจับกุมนายนพพล หรือจิ๊บ โดยปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 3 อำเภอ จาก 4 สถานีตำรวจ ได้แก่ สภ.พระนครศรีอยุธยา สภ.วังน้อย สภ.บางปะอิน และสภ.พระอินทร์ราชา รวม 13 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้เสพยาเสพติดได้ 4 คน ซึ่งจะตรวจค้นและกดดันกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดให้หมดไปให้ได้

ส่วนพล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.จว. พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จักราวุธ คล้ายนิล รองผกก.ปป. สภ.อุทัย ดูแลภายในห้องควบคุมตัวนายจิ๊บ ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแล และประกบอย่างใกล้ชิดในห้องควบคุม รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดตลอด 24 ช.ม. เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะเกิดความเครียดคิดสั้น

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ป.ป.ส.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอายัดทรัพย์สินเครือข่ายของจิ๊บ ไผ่เขียว ตามพ.ร.บ.ปราบปรามผู้กระทำผิดคดียาเสพติด พ.ศ.2534 เบื้องต้นได้ทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 35 ล้านบาท โดยมีเงินสดกว่า 8 ล้านบาท บัญชีทรัพย์สินในชื่อญาติและแฟนของจิ๊บ ไผ่เขียว 16 บัญชี เป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท บ้าน 4 หลัง รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 17 คัน ทองรูปพรรณ 10 รายการ และอาวุธปืนกว่า 10 กระบอก โดยทรัพย์สินที่เป็นบัญชีธนาคาร ป.ป.ส.ได้ระงับการเบิกถอนห้ามมีการเคลื่อนไหวทางบัญชี และได้สั่งการเจ้าหน้าที่ขยายผลติดตามอายัดทรัพย์สินอื่นต่อไป

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวด้วยว่า สำหรับนายนพพล หรือจิ๊บ ไผ่เขียว และนายชาญชัย ประสงค์ศิล หรือโจ๊ก ไผ่เขียว สองพี่น้องนี้ มีรายชื่อในบัญชีนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ของ ป.ป.ส.ภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เขตจ.พระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมอยู่แล้ว ภายหลังอายัดทรัพย์สิน ป.ป.ส.จะประกาศจำแนกทรัพย์สินแต่ละประเภท และเปิดโอกาสให้ญาติและแฟนสาวของจิ๊บและโจ๊ก ไผ่เขียว มาชี้แจงพิสูจน์ทรัพย์ชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน เนื่องจากทรัพย์ที่อายัดไว้ต้องสงสัยว่ามาจากการค้ายาเสพติด และหากไม่สามารถชี้แจงพิสูจน์ทรัพย์ได้ ทรัพย์ทั้งหมดก็จะต้องถูกยึดตามกฎ หมายคดียาเสพติด ทั้งนี้ชุมชนไผ่เขียว จ.พระนคร ศรีอยุธยา เป็นชุมชนเป้าหมายกวาดล้างยาเสพติดตามแผนของป.ป.ส. เพราะมีปัญหายาเสพติดค่อนข้างมาก โดยสภาพชุมชนไผ่เขียวเป็นชุมชนแออัด มีผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงยังเป็นชุมชนรอยต่อกับจ.ปทุมธานีและใกล้กรุงเทพฯ ทำให้มีการเคลื่อนไหวของเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่

เวลา 12.00 น. พ.ต.อ.วิชัย บุญส่ง รรท. ผกก.สภ.หนองม่วง พ.ต.ท.ประยูร กงชัยภูมิ สวป.สภ.หนองม่วง พ.ต.ท.อาคม พัวอุดมเจริญ สว.อก.สภ.หนองม่วง พร้อมกำลังอีกจำนวนหนึ่ง เดินทางมาที่วัดหนองม่วง โดยแจ้งกับนายสุพัดและนางสำรวยว่า มาเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยภายในวัด เพราะว่าพล.ต.อ. อัศวิน จะนำตัวจิ๊บ ไผ่เขียว มาขอขมาศพน้องโตมี่ ในเวลา 14.00 น. โดยเกรงว่าญาติจะเกิดความแค้นและรุมทำร้ายนายจิ๊บได้ ผู้สื่อข่าวรายงานต่อมาว่า พล.ต.อ.อัศวินตัดสินใจไม่นำนายจิ๊บมากราบขอขมาศพที่วัดแล้ว ทางญาติจึงต้องรอเก้อไปตาม ๆ กัน

ทางด้านนางสำรวย แม่ของน้องโตมี่ กล่าวว่า หลังจากที่จับกุมนายจิ๊บได้แล้วส่วนหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกส่วนหนึ่ง ครอบครัวเริ่มกังวลว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากไม่ทราบว่าขบวนการยาเสพติดของนายจิ๊บใหญ่แค่ไหน และมีเพื่อนร่วมขบวนการกี่คน เชื่อว่าไม่น่าจะทำแค่ 2 คนอย่างแน่นอน เกรงว่าเพื่อนร่วมขบวนการจะมาทำร้ายครอบครัวของตนเองอีก โดยเฉพาะลูกชายคือนายจักรพันธ์ ซึ่งถือเป็นพยานที่สำคัญ และครอบครัวก็ต้องกลับไปขายข้าวแกงต่อ จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กวาดล้างขบวนการของนายจิ๊บนายโจ๊กให้หมด และส่งตำรวจมาดูแลครอบครัวของตนเองด้วย

ซึ่งศพน้องโตมี่ มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯลพบุรี เป็นประธาน ท่ามกลางข้าราชการและญาติ ๆ รวมทั้งประชาชนจำนวนมากมาร่วมไว้อาลัย นอกจากนี้ นายพะยอม ผลวุฒิ ในฐานะตัวแทนนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกอบจ.ลพบุรี มอบเงินส่วนตัว 100,000 บาท เพื่อเอาไว้จัดงานศพ โดยจะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองม่วงไปจนถึงวันที่ 17 ธ.ค.นี้ และจะทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 18 ธ.ค. โดยจะมีพิธีสวดในเวลา 20.00 น.ของทุกคืน

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com