พัทยาเดลีนิวส์

12 สิงหาคม 2553 :: 15:08:24 pm 32030

“พระราชินี” ทรงปลื้มพระทัย คนไทยร่วมทำความดีถวายพระองค์

ในหลวงทรงห่วงใยปัญหานํ้า คาดปีนี้คนไทยจะเจอวิกฤตน้ำท่วมหนัก ราชินีวอนคนไทยไม่ทำลายป่า มีพระกำลังใจที่คนไทยทั้งประเทศ ร่วมทำความดีถวายพระองค์ ในวันแม่แห่งชาติ ทรงชื่นชมทุกโครงการที่ร่วมกันสร้างสรรค์ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ทรงขอบคุณปวงชนชาวไทย ที่เป็นห่วงพระอาการ “ในหลวง”
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (11 ส.ค. 53) นสพ.เดลินิวส์ รายงานเมื่อเวลา 17.05 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ รวม 450 คณะ จำนวน 15,125 คน เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2553

เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จขึ้นที่ประทับแล้ว ท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล ราชเลขานุการในพระองค์ กราบบังคมทูลรายงานสรุป คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ และขอพระราชทานพระราชานุญาตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในนามผู้เข้าเฝ้าฯ

จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสตอบความว่า ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล และท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้แทนของข้าราชการทุกหมู่เหล่า ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สภา สถาบัน สมาคม ชมรม มูลนิธิ ลูกเสือชาวบ้าน และประชาชนทุกหมู่เหล่าจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมจำนวน 15,215 คน ที่พร้อมใจกันเดินทางมาอวยพรข้าพเจ้าในวันนี้

คำกล่าวของท่านนายกรัฐมนตรีในนามของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจยิ่งขึ้น ขอขอบคุณผู้มีน้ำใจอีกหลายท่านที่จัดหาน้ำดื่มมาช่วย สำหรับบริการประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาอวยพรข้าพเจ้า และยังต้องขอบคุณทุกหน่วยงานทุกกลุ่มบุคคล ที่บำเพ็ญสาธารณกุศล สาธารณประโยชน์

ประชาชนไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ ที่จัดกิจกรรมหรือทำสิ่งดี ๆ เพื่อบ้านเมืองหรือช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแก่ข้าพเจ้า เช่น มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก ได้จัดทำโครงการผ่าตัดและรักษาเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552-2555 ขณะนี้ช่วยมาได้ 333 รายแล้ว แต่ตั้งเป้าหมายจะช่วยเด็กโรคหัวใจให้ได้ถึง 800 คน

โรงพยาบาลรามาธิบดีจัดทำโครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเทิดไท้คู่ขวัญองค์ราชันราชินี สืบต่อจากโครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ, โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการปลูกต้นไม้นานาชนิดของหลายหน่วยงาน, โครงการปลูกหญ้าแฝก, การบริจาคโลหิต, การพัฒนาวัด, มัสยิด และโรงเรียน, การไถ่ชีวิตโคกระบือ, โครงการรักษาผู้ป่วยออทิสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายของกองทัพเรือ, กองทุนแม่ของแผ่นดินเพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชนของกระทรวงยุติธรรม, การอุปสมบทพระภิกษุ และบรรพชาสามเณรเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ และยังมีอีกมากมายหลายโครงการ ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถกล่าวถึงได้ครบถ้วน ข้าพเจ้าปลื้มใจที่ชาวไทยพร้อมใจกันทำความดีเพื่อข้าพเจ้า จึงขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งด้วย (ยาวหน่อยนะคะ อย่าหลับซะก่อน)

หลายเดือนมานี้ข้าพเจ้าอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่นั่น ขณะนี้พระสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว แต่หมอยังให้ทรงทำกายภาพบำบัดต่อไป เพื่อให้ทรงพระดำเนินได้แข็งแรงก่อนที่จะเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาล ข้าพเจ้าปลื้มใจที่มีประชาชนมาถวายพระพรพระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นจำนวนมากทุกวัน วันละหลายพันคน ทั้งที่มาเป็นรายบุคคล เป็นครอบครัว หรือเป็นหมู่คณะ มีทุกเพศทุกวัยทุกเชื้อชาติ ศาสนา มาจากต่างจังหวัดไกล ๆ ตั้งแต่เหนือจรดใต้หรือต่างประเทศก็มี เช่นเร็ว ๆ นี้ มีชายคนหนึ่งวัย 45 ปี เป็นชาวอังกฤษใช้เวลากว่า 3 เดือน ขี่จักรยานไปรอบโลกเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน เขาได้มาลงนามถวายพระพรและให้สัมภาษณ์ว่า เขารักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและรักเมืองไทยมาก

นอกจากประชาชนจะมาลงนามถวายพระพรแล้วยังได้นำสิ่งของมากมายมาถวาย เป็นกำลังพระทัย เช่น พระพุทธรูป ดอกไม้ พวงมาลัย ผลไม้ เงิน และจดหมายถวายพระพร เป็นต้น ไม่ต่างอะไรเลยกับเวลา ที่พระองค์ท่านเสด็จฯเยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัด เป็นบรรยากาศแห่งความผูกพันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับประชาชนที่ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจมาก ข้าพเจ้าได้ทราบว่าหลายคนทำทุกอย่างที่เชื่อว่าจะทำให้ทรงแข็งแรงขึ้น เช่น หนูน้อยคนหนึ่งอายุแค่ 5 ขวบ คุณแม่เล่าว่า พอบอกว่าจะมาถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราช เพราะในหลวงไม่สบาย หนูน้อยวิ่งกลับไปหยิบหนังสือนิทานและบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าจะไปอ่านให้ในหลวงฟังจะได้หายเร็ว ๆ ทราบมาว่าเวลาที่เขาไม่สบายคุณแม่เขาเคยอ่านนิทานให้ฟัง ความจริงหนูน้อยคนนี้ยังอ่านหนังสือไม่ออกเลย แต่ฟังนิทานเรื่องนี้มาหลายรอบ จนจำได้ขึ้นใจก็อ่านจากความจำของตน พลิกอ่านไปทีละหน้าเหมือนอ่านได้จริง ๆ น่าเอ็นดูมาก บางคนก็มานั่งสวดมนต์ถวาย บางคนมาแทบทุกวันจนเจ้าหน้าที่จำได้ เด็กเล็กคนหนึ่งมาสีไวโอลินถวาย บางครอบครัวร่วมกันพับนกเป็นร้อยเป็นพันตัวเพื่อถวายพระพรให้พระชนมายุยืนยาว เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้สื่อถึงความรัก ความห่วงใย ที่ประชาชนมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างชัดเจน ซึ่งข้าพเจ้าก็เชื่อเช่นเดียวกับประชาชนว่า สามารถช่วยให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแข็งแรงขึ้นได้ จริง ๆ สำหรับเงินที่ประชาชนถวายมาคนละเล็กคนละน้อย ซึ่งรวมแล้วก็เป็นเงินก้อนใหญ่หลายล้านบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยที่เดือดร้อน ส่วนพวงมาลัยและดอกไม้ ข้าพเจ้ารับเป็นธุระมาจัดถวาย เช่น ได้ส่งไปบูชาพระประธานตาม วัดต่าง ๆ เป็นการนำกุศลไปสร้างกุศลเพิ่ม ซึ่งผู้ถวายทุกคนจะได้โดยเสด็จพระราชกุศลกับพระองค์ท่าน ข้าพเจ้าเองก็ร่วมอนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านด้วย

ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับที่ศิริราชทรงปฏิบัติพระราชกิจตามปกติ เช่น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้บุคคลต่าง ๆ เฝ้าฯหลายครั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปเฝ้าฯหลายครั้งแล้ว เพื่อทรงติดตามปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนทั่วประเทศ เรื่องที่ทรงห่วงมาก ระยะนี้ก็เรื่องน้ำ ปัญหาเรื่องน้ำตั้งแต่ตอนที่ฝนทิ้งช่วง ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้ง ทรงส่งฝนหลวงไปช่วย จนถึงขณะนี้ฝนตกมาแล้วก็ยังทรงติดต่อตามข่าวและสถิติทุกอย่างเพื่อเตรียมการไว้สำหรับป้องกันหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะมีมาอีก

ฝนหลวงคือ วิธีการทำให้เกิดฝน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงค้นคว้าและพัฒนามาตั้งแต่ พ.ศ. 2498 เพื่อช่วยประชาชน ในท้องถิ่นที่ขาดแคลนน้ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำฝนหลวงได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่าไม่ใช่ทำได้ง่าย ๆ ทรงอธิบายว่าต้องมีเมฆและความชื้นในอากาศเพียงพอจึงจะทำได้ โครงการฝนหลวง มีผลงานเป็นที่รู้จักกันดี และเป็นที่เรียกร้องของประชาชนเสมอ ในยามที่ฝนทิ้งช่วงนาน ๆ จนเกิดปัญหาภัยแล้ง อย่างในปีนี้น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณน้อย และลดลงอย่างรวดเร็ว ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 ก.ค.นี้ มีน้อยกว่าปีที่แล้วถึง 1 ใน 4 ทางราชการได้ออกประกาศเตือนให้ชาวนาชาวไร่ลดการปลูกพืชฤดูแล้ง พยายามปลูกพืช ที่ใช้น้ำน้อยแทน แต่ประชาชนก็ยังปลูกมากกว่าที่ทางราชการวางแผนไว้ถึง 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนมากเป็นการปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งต้องใช้น้ำมากเสียด้วย ข้าพเจ้าก็เห็นใจและเข้าใจชาวนาเพราะเมื่อข้าวได้ราคาและนาว่าง ก็อยากจะปลูกข้าวต่อไป แม้จะทราบว่าน้ำไม่พอ บางคนก็ยอมเสี่ยงเผื่อว่าโชคดีฝนอาจจะมาเร็ว แต่เมื่อฝนไม่ตกข้าวก็เหี่ยวแห้งรอวันตาย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามเรื่องสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา แม้ระหว่างประทับพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชก็ไม่ทรงว่างเว้นเลย เดือนมิถุนายนนี้ทรง ขอให้สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษในภาคเหนือ 4 แห่งด้วยกัน ภาคอีสาน 1 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง เพื่อเพิ่มน้ำให้เขื่อนใหญ่ 5 แห่งคือ เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระดับน้ำก็กระเตื้องขึ้นมา และพื้นที่แห้งแล้งภายนอกก็ลดลง การทำฝนหลวงนี้เป็นที่สนใจ (เปิดยากเลย) (ทรงพระสรวล) นานาชาติอย่างกว้างขวาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจดสิทธิบัตรการทำฝนหลวงไว้แล้ว

ใครจะใช้เทคโนโลยีฝนหลวงต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน หลายชาติมาศึกษาดูงานในประเทศไทย บ้างก็ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้เทคโน โลยีฝนหลวง เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางรัฐ ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นรัฐค่อนข้างแห้งแล้งอยู่เสมอได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้เทคโนโลยีฝนหลวง พระองค์ท่านก็พระราชทาน แสดงให้เห็นว่าพระมหากรุณาธิคุณนั้นมิได้จำกัดอยู่เพียงราษฎรในประเทศไทยเท่านั้น แต่แผ่กว้างไปถึงชาวโลกด้วย ซึ่งข้าพเจ้าก็ภาคภูมิใจที่พระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านมีส่วนช่วยดับทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ในนานาประเทศ ซึ่งบางประเทศนั้นก็มีชื่อเสียงทางเทคโนโลยีด้านอื่น ๆ ยิ่งกว่าประเทศไทยด้วยซ้ำไป และจากที่บ้านเราฝนแล้งมาระยะหนึ่ง ต่อไปนี้ก็จะมีข่าวดีที่พึงต้องระวังไปพร้อมกัน เพราะมีแนวโน้มของสภาพอากาศว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงตุลาคมปีนี้ ประเทศไทยจะมีฝนมากกว่าปกติ ข่าวดีก็คือเราจะได้มีน้ำสำรองไว้ใช้ในปีหน้า แต่ที่ควรระวังคือปัญหา น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วม ที่จะตามมาดังที่เราเห็นเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ในระยะนี้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมนี้เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้คณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานสรุปสถานการณ์น้ำได้รับสั่งให้ย้ำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั่วประเทศให้ช่วยกันวางแผนเพื่อรับมือปัญหาน้ำที่ขาดแคลนเป็นประจำทุกฤดูแล้ง และจะขาดแคลนมากขึ้นในอนาคตโดยให้คำนึงถึงการประสานประโยชน์ไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ พระองค์ท่านจะต้องใช้แผนที่เป็นคู่มือทุกครั้ง ในห้องทรงงานที่พระตำหนักทุก ๆ แห่งทั่วประเทศ จะมีแผนที่ประเทศไทยขนาดใหญ่ติดฝาห้อง และแผนที่ที่ขยายเฉพาะส่วนก็มีอีกหลายแผ่น ฉบับที่ทรงถือพระหัตถ์นั้น ความจริงมีขนาดใหญ่มาก เพราะทรงนำแผนที่มาต่อกันถึง 9 แผ่น หรือ 9 ระวาง แต่ทรงหาวิธีพับแบบพิเศษจนมีขนาดที่ทรงถือได้สะดวก และพลิกออกมาทอดพระเนตรได้ง่าย ทรงตรวจสอบแผนที่เสมอไม่ว่าจะเสด็จฯ ไปยังที่ไหน

แม้ขณะทรงขับรถเอง ก็มีแผนที่วางอยู่ข้างพระองค์ตลอดเวลา ถ้าประทับเฮลิคอปเตอร์ก็จะทอดพระเนตรสภาพพื้นที่จริงเบื้องล่างเปรียบเทียบไปกับแผนที่ตลอดทางไม่มีการหลับเด็ดขาด เสด็จฯไปถึงที่หมาย แล้วจะทรงถามชาวบ้านว่า ชื่อหมู่บ้าน แม่น้ำ ลำคลอง หรือถนน ตรงกับแผนที่ไหม มีหมู่บ้านใดเกิดขึ้นมาใหม่บ้าง ถ้ามีข้อมูลที่ต่างไปจากแผนที่ จะโปรดให้นายทหารแผนที่จดไว้และนำไปแก้ไขในการพิมพ์แผนที่ครั้งต่อไปให้ถูกต้อง หากมีโครงการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ทรงสามารถคำนวณพื้นที่รับน้ำคร่าว ๆ ได้จากแผนที่ของพระ องค์เอง ทรงชำนาญมากจนทอดพระเนตรความสูงต่ำของภูมิประเทศได้ราวกับทอดพระเนตรพื้นที่จริง นักวิชาการหลายท่านทราบดีถึงพระปรีชาสามารถด้านการทรงงานแผนที่ของพระองค์ท่านดี และความที่ทรงแม่นยำในแผนที่นี้ ทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วยพลอยกระตือรือร้นศึกษาหาความรู้เรื่องแผนที่ไปด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเริ่มโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนไว้เป็นจำนวนมากทุกภาค ภาคกลาง โครงการอ่างเก็บน้ำที่เขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรงเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2506 จากนั้นระหว่างประทับที่วังไกลกังวลได้เสด็จฯเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และราษฎรในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์เป็นประจำ ทรงพบว่าปัญหาหลักคือ ดินเป็นทราย ปลูกพืชไม่ค่อยขึ้น จึงทรงพระราชดำริเริ่มโครงการเกษตรขึ้นหลายแห่ง เช่น ที่หุบกระพง ดอนขุนห้วย ที่สำคัญคือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี ซึ่งทดลองการปรับปรุงบำรุงสภาพดิน จากดินที่แห้งแข็งจนสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้หลายชนิด และทรงสร้างอ่างเก็บน้ำไว้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ด้วย

ผลงานสำคัญเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในภาคกลางก็เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นต้น สมัยก่อนเมื่อครั้งที่ยังไม่ได้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลต้องประสบน้ำท่วมเนื่องจากน้ำเหนือหลากพร้อมกับน้ำทะเลหนุนอยู่เสมอ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชวนหน่วยพระราชทานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน จ.สมุทร ปราการ กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า กรมอุทกศาสตร์ และกองทัพเรือ ให้ร่วมกันวางโครงการขุดลอกคลองลัดโพธิ์ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างในเขต จ.สมุทรปราการ มีลักษณะโค้งอ้อม ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร

คลองลัดโพธิ์เดิมกว้างประมาณ 10 กว่าเมตร ลึก 1-2 เมตร ถ้าปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเชื่อมต่อด้านเหนือโค้งและปลายโค้งได้ ก็จะสามารถใช้เป็นทางลัดระบายน้ำเหนือได้เร็ว เพราะระยะทางสั้นเพียง 600 เมตรเท่านั้น กรมชลประทานจึงดำเนินการตามพระราชดำริเมื่อ พ.ศ. 2546 เสร็จใน พ.ศ. 2548 โดยมีประตูระบายน้ำควบคุมน้ำที่ไหลผ่านไม่ให้มากเกินไป และป้องกันน้ำเค็มไหลย้อน โครงการคลองลัดโพธิ์ได้ช่วยลดระดับน้ำหลากในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และลดระยะเวลาน้ำท่วมขังลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลาบปลื้มชื่นชม โครงการนี้มาก และมีพระราชดำริให้ศึกษาการใช้พลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองให้เกิดประโยชน์ กรมชลประทานและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงร่วมกันประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ และชุดสำเร็จของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ขึ้น และยื่นขอจดสิทธิบัตรงานทั้งสองชิ้นในพระปรมาภิไธยด้วย

ภาคเหนือ พระราชกิจคือ โครงการหลวง เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2512 วัตถุประสงค์หลัก คือ เปลี่ยนอาชีพของชาวไทยภูเขาจากการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งทำให้สูญเสียป่าอย่างรวดเร็วไปเป็นการปลูกพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวแทน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องเสด็จฯไปตามดอยสูงต่าง ๆ เป็นร้อย ๆ ครั้ง บางครั้งทรงขับรถพระที่นั่งไปตั้งหลายชั่วโมง ที่สูงและกันดารจนทางรถไปไม่ถึง ก็เสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นก็ทรงพระดำเนินไปตามดอยอีกหลายกิโลเมตร ข้าพเจ้าขอเติมว่าข้าพเจ้าติดตามไปด้วยตลอดเวลา ทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่ของชาวเขาอย่างใกล้ชิด โดยมี ม.จ.ภีศเดช รัชนี เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ขณะนี้โครงการหลวงประสบผลสำเร็จแล้ว ผลผลิตทางการเกษตรของโครงการหลวงมีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ประชาชนสามารถศึกษาโครงการพระราชดำริของภาคเหนือได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่

ส่วนภาคใต้ โครงการพระราชดำริ เริ่มใน พ.ศ. 2516 จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรเห็นสภาพพรุหลายแห่ง ซึ่งมีพื้นที่เป็นล้าน ๆ ไร่ อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาถึง จ.นครศรีธรรมราช ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเปรี้ยว ดินเปรี้ยว ประชาชนทำการเกษตรได้ยาก ทรงทดลองใช้วิธีต่าง ๆ ในการปรับสภาพดินรอบเขตพรุทำให้ดินหายเปรี้ยว ที่สำคัญวิธีการแกล้งดินนี้ทรงตั้งเอง และทรงหาวิธีแกล้งดินโดยเร่งให้ดินเปรี้ยวเร็วขึ้นอีก ใช้วิธีทำให้มีน้ำท่วมและแห้งสลับกันไป หลังจากดินเปรี้ยวถึงที่สุดแล้วได้ปรับปรุงดินโดยใช้น้ำจืดชะล้างบ้าง ปูนขาวบ้าง จนดินค่อย ๆ ดีขึ้น จนชาวบ้านสามารถปลูกข้าวได้เพิ่มขึ้น จากไร่ละ 5 ถัง เป็น 50 ถัง และสามารถปรับปรุงที่นาที่ถูกทิ้งร้างไว้ 20-30 ปี ให้นำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแสนไร่ ศูนย์ศึกษาโครงการพระราชดำริที่สำคัญในภาคใต้ คือศูนย์ศึกษาพิกุลทอง จ.นราธิวาส โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

สมัยโบราณ จ.นครศรีธรรมราชของเราเคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่ง ต่อมามีปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเค็ม ชาวบ้านทำการเกษตรได้น้อยลง พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราช ดำริในการแก้ไขปัญหาสืบต่อมา โดยให้ดำเนินโครงการหลายโครงการ อาทิ ขุดคลองระบายน้ำต่าง ๆ สร้างประตูระบายน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำที่ท่วมในหน้าฝนลงทะเล ส่วนหน้าแล้งก็ช่วยกั้นน้ำทะเลไม่ให้รุกเข้ามาในแผ่นดิน ทำให้เดี๋ยวนี้น้ำไม่ท่วมตลาด อ.ปากพนังแล้ว จากที่แต่ก่อน น้ำท่วมแทบ ทุกปี และยังช่วยให้ชาวบ้านทำการเกษตรได้มากขึ้น เช่น ทำนา ทำสวนผลไม้ ปลูกพืชผักต่าง ๆ และทำนากุ้ง คิดเป็นพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ประมาณ 1,900,000 ไร่ บางที่เช่นที่ อ.หัวไทร สามารถทำนาได้ปีละถึง 3 ครั้ง

ภาคอีสาน ภูพานราชนิเวศน์ พระ ตำหนักสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2519 ปัญหาสำคัญของภาคนี้คือ พื้นที่เป็นที่ราบสูง ขาดแคลนน้ำ สภาพดินเป็นทราย และใต้ผิวดินหลายพื้นที่เป็นเกลือสินเธาว์ โดยรวมแล้วทำให้มีสภาพที่แห้งแล้ง หลายพื้นที่ทำการเกษตรเพาะปลูกอะไรไม่ได้ อย่างบางพื้นที่ก็มีปัญหาน้ำจากแม่น้ำหลายสาย ไหลหลาก มาท่วมในฤดูฝน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำโครงการชลประทานตามพระราชดำริขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ ประกอบกับคลองส่งน้ำ เพื่อให้ราษฎรทำการเกษตรได้ เพื่อสร้างประตูระบายน้ำหลายแห่ง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง นอกจากนี้การ ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร การปรับปรุงบำรุงดิน สามารถศึกษาโครงการพระราชดำริได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร

เรื่องป่านี้ข้าพเจ้าก็พูดถึงเป็นประจำและไม่ย่อท้อที่จะพูดต่อไป เพื่อชักชวนให้คนไทยรักษาป่า อย่าตัดไม้ทำลายป่า จะทำให้ฝนฟ้าแล้งได้ การมีป่าทำให้มีน้ำ เพราะป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำทุกสายในประเทศไทย ต้นไม้ช่วยดูดซับน้ำไว้ใต้ดิน ช่วยต้านความแรงของน้ำป่า เป็นแหล่งของสมุนไพรและของป่า และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ด้วย ดังนั้นการที่ท่านทั้งหลายช่วยกันปลูกป่าเพื่อประเทศ จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก อันนี้ข้าพเจ้าขอเล่าอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อนของข้าพเจ้าที่เป็นชาวต่างประเทศ ก็เป็นทางภาคเอเชียนี่แหละเขามาเฝ้าฯ เป็นทางการ เขาก็พูดกับข้าพเจ้าว่าคนไทยนี่เป็นยังไงนะชอบตัดป่าเสียจริง ๆ คนลาวไม่เข้าใจ เดี๋ยว ๆ คนไทย ก็เข้าไปตัดป่าของตัวเสียจริง ลำบากตัวเองกันหมด และยังข้ามไปตัดลาว เขาบอกว่าลาวไม่มีวันยอมหรอก เขาพูดกับข้าพเจ้าอย่างนี้ เขาแปลกใจว่าทำไมคนไทยถึงไม่รู้จักประโยชน์ของป่า ที่ว่าทำให้มีน้ำพอใช้

โครงการปะการังเทียมปีที่แล้วข้าพเจ้าเล่าให้ท่านทั้งหลายฟังว่า โครงการทำปะการังเทียมนั้นได้ผลดียิ่ง นักประดาน้ำได้ลงไปถ่ายรูปมาให้ดูน่าตื่นเต้นมาก ที่ได้เห็นว่ามีฝูงปลานานาชนิดเข้ามาอาศัย แม้แต่ปลาที่หายาก เช่น ปลาหมอทะเล ตัวใหญ่ขนาด 2-3 เมตร ก็เข้ามาอาศัย ปลาจะละเม็ดสีเทาขนาดใหญ่ ปลาช่อนทะเล และปลากุเลาก็เข้ามาอยู่ด้วย ซึ่งปะการังเทียมนี้ทิ้งก็ไม่ลึกนัก ข้าพเจ้าได้ความรู้นี้จากผู้เชี่ยวชาญจาก ดร.จรัลธาดา ข้าพเจ้าไม่เคยลืมชื่อท่าน แต่วันนี้เกิดหลง ๆ ตามประสาอายุ 78 ค่ะ ปลาช่อนทะเล ปลากุเลาก็เข้ามาอยู่ด้วย ข้าพเจ้าว่าปลาคงตื่นเต้นกับบ้านใหม่เหมือนกัน มีท่อคอนกรีตของกรมทางหลวง ก็ส่งมาให้ทั้งเป็นปะการังเทียม รถขนขยะของกรุงเทพมหานคร รถตู้รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกฝ่ายช่วยกันทั้งนั้น ให้ข้าพเจ้าทิ้งปะการังเทียมเพื่อเหล่าปลาจะได้มาสร้างมาเลือกอพาร์ตเมนต์ของเขา ได้ข่าวว่าปลาชอบจับจองที่สุดคือชอบตู้รถไฟมากเป็นพิเศษ แหมมันมากันใหญ่ชาวบ้านธรรมดาแล้ว เขาบอกมาปรับทุกข์กับข้าพเจ้าว่า เขายากจนเป็นชาวประมง และเขามีเรือเล็ก ๆ ไม่ใช่เรือใหญ่ที่จะออกไปในน้ำลึกได้ มีเรือเล็ก ๆ เพราะฉะนั้น หากินลำบากยากจนข้าพเจ้าก็ไปปรึกษาทางกรมการประมง ก็ได้เกิดการทิ้งปะการังเทียมนี้ขึ้น

โครงการทำปะการังเทียมนี้ช่วยประหยัดน้ำมัน ให้ชาวประมงพื้นบ้านได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ และมีรายได้เพิ่มขึ้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้กลุ่มประมงพื้นบ้านตั้งแต่ปัตตานีถึงนราธิวาสหลายร้อยคนลงชื่อกันเป็นหางว่าว เขียนจดหมายมาขอให้ข้าพเจ้าช่วยจัดทำปะการังเทียมเพิ่มเติม ข้าพเจ้าก็ยังปรารภกับทุกคนว่า ข้าพเจ้าเองนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับปะการังเทียม เป็นกรมประมงเท่านั้น ท่านทั้งหลายก็ว่า คราวนี้หน่วยงานไหนจะเข้ามาช่วยข้าพเจ้าได้ ปรารภไปไม่นานผู้ช่วยก็มา หลายหน่วยร่วมมือกัน ร่วมใจบริจาคสิ่งของที่ชำรุดใช้การไม่ได้ สำหรับทำปะการังเทียม การรถไฟแห่งประเทศไทยสนับสนุนตู้รถสินค้าเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 273 ตู้ กรุงเทพมหานครสนับสนุนรถเก็บขยะที่ใช้ไม่ได้แล้วอีกจำนวน 198 คัน กองทัพบกสนับสนุนรถถังจำนวน 25 คัน กองบัญชาการกองทัพไทยสนับสนุนรถบรรทุก 3 คัน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน และกรมประมงเป็นหน่วยประสานงาน ปีนี้จัดทำที่ จ.ปัตตานี 9 จุด และ จ.นราธิวาส 6 จุด เริ่มงานวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงวัน เกิดของข้าพเจ้านี้เอง

การทำปะการังเทียมนี้มีคณะกรรมการดูแลทางด้านยุทธศาสตร์ การเดินเรือ การประมง และสิ่งแวดล้อม ซึ่งศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ และแหล่งอาศัยของสัตว์ทางทะเลอย่างรอบคอบ พบว่าไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะหนักในสัตว์น้ำ ส่วนรถชุดใหม่ที่ส่งไปทำปะการังเทียมก็ผ่านการทำความสะอาดเป็นอย่างดีไม่มีคราบน้ำมัน คราวนี้มีรถชนิดต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย คงต้องดูว่าปลาจะชอบอาศัยอยู่ในรถชนิดไหน แล้วปีหน้าข้าพเจ้าจะมาเล่าให้ท่านฟังอีก คราวนี้รถไฟ ขอรถไฟ โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง หลายปีมาแล้วมีผู้ที่ใจบุญมากคือ คุณวาสนา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ยกที่ดินให้ข้าพเจ้าแปลงหนึ่ง ที่ตำบลบางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เนื้อที่ถึง 82 ไร่เศษ เป็นเนื้อที่ติดชายทะเล

ข้าพเจ้าปรึกษา ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ผู้เชี่ยวชาญการประมง ดร.จรัลธาดา บัดนี้ ได้มาทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เธอก็วางแผนงานและดูแลให้โดยได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการของกรมประมงและช่วยสนับสนุนที่ดิน 82 ไร่นั้นให้เป็นฟาร์มทะเลตัวอย่าง โครงการนี้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโดยคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเงินจากโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์มาสนับสนุน และอีกส่วนหนึ่งมาจากเงินที่ประชาชนมอบให้ข้าพเจ้าไปทำการกุศล ฟาร์มทะเลตัวอย่าง นี้จะเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลและพืชทนเค็มนานาพันธุ์เพื่อให้ชาวประมงและผู้สนใจได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้และนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมแก่สภาพท้องถิ่นของตนต่อไป และยังเป็นที่ที่ช่วยให้คนมีงานทำเพิ่มขึ้นด้วย

ฟาร์มทะเลตัวอย่าง ดร.จรัลธาดา แบ่งเป็น 4 เขต ตามช่วงความเค็มของน้ำ ทะเลคือ 1 เขตน้ำกร่อย ใช้เพาะเลี้ยงปลาที่เติบโตในน้ำกร่อยได้ เช่น ปลากะพงขาว ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากระบอก ปลาม้า เป็นต้น 2 เขตน้ำปกติใช้เพาะเลี้ยงปลาทะเล เช่น ปลาหมอทะเล ปลาช่อนทะเล ปลาตะคองเหลือง และปลาทู อันนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ทราบเอง เขาให้มาบอกมาอย่างนี้ ในคลองผันน้ำของ 2 เขตนี้ ปลูกสาหร่าย ทะเลหลายชนิด เช่น สาหร่ายมงกุฎหนาม สาหร่ายเม็ดพริก และสาหร่ายผมนาง เพื่อต่อไปจะได้ทดลองเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อเป็นครั้งแรก ปลูกพืชทนเค็มสูงตามคันบ่อ เช่น มะพร้าว ผักเบี้ย และโกงกาง, 3 เขตน้ำเค็มจัดมากเพาะเลี้ยงอะไรน้ำเค็ม, 4 เขตนาเกลือ ใช้ทำน้ำทะเลผง สำหรับนำไปผสมน้ำจืดให้เป็นน้ำทะเลเพื่อเลี้ยงสัตว์ทะเลในที่ต่าง ๆ ได้ โครงการนี้คาดแล้วว่าจะเสร็จต้นปี พ.ศ. 2554 และจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปศึกษาดูงาน ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่าต่อไปจะช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์ทะเลและเป็นอาหารให้แก่ประชาชนได้

เดือนมิถุนายนปีที่แล้วข้าพเจ้าได้จัดให้แสดงโขนตอนพรหมาศขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตามคำเรียกร้องของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง แสดงอีกครั้งหนึ่ง ที่ขอให้จัดแสดงซ้ำ ปีนี้ประชาชนก็เรียกร้องมาอีก ข้าพเจ้าจึงเลือกตอนใหม่มาให้ชมกันคือ ตอนนางลอย ซึ่งเป็นตอนที่สนุกสนาน เป็นที่นิยมมาแต่โบราณ คราวนี้ได้จัดสร้างเครื่องแต่งกายผู้แสดงนำโขนตัวนางขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม เพราะของเก่า เก่าหมดแล้ว มีแต่ของฝ่ายชายเท่านั้นที่ยังดี เพิ่มจากตอนพรหมาศ ที่ได้สร้างเครื่องแต่งกายของโขนตัวพระเป็นส่วนใหญ่ โขนตอนนางลอยใช้เทคนิคสมัยใหม่ แสดงการเหาะของนางเบญจกายกับหนุมานอย่างน่าหวาดเสียวมาก เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้ดังสนั่น

โขนตอนนางลอยสำเร็จได้ด้วยความทุ่มเทแรงกายใจของครูและเจ้าหน้าที่จากวิทยาลัยนาฏศิลป์กรุงเทพฯ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง ครูโขนผู้มีความชำนาญสูง นักแสดงรุ่นใหญ่รุ่นเยาว์ที่ฝึกหัดขึ้นมาใหม่อย่างเข้มข้นวงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้องและผู้พากย์บท การแสดงโขนที่ผู้ชม ชมด้วยความสนุกสนานและจบไปในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เบื้องหลังการแสดงต้องเตรียมงานกันเป็นปี ๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับต้องปักทั้งนั้น และหัวโขนต้องตกแต่งมาล่วงหน้า 3-4 ปี รวมทั้งฉากแต่ละฉากต้องใช้เวลาในการจัดสร้าง นักแสดงผู้ฝึกเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา เตรียมไว้สำหรับเป็นศิลปินเอกรุ่นต่อไป มีการคัดเลือกนักแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศโดยครูโขนเรียงหน้าเป็นกรรมการ เด็ก ๆ จะไม่ทราบล่วงหน้าเลยว่าครูจะทดสอบอะไร พอออกไปยืนแล้วปี่พาทย์ขึ้นเพลงอะไร ต้องรำได้ทันที ดังนั้นทุกคนต้องมีไหวพริบ และสามารถพร้อมอยู่ในตัวเสมอ

เด็กที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ครูโขนก็ยังมาฝึกฝนท่ารำให้อีกเป็นเวลานาน จนสามารถถ่ายทอดศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยออกมาได้อย่างสวยงามที่สุด การ จัดแสดงโขนนี้ยังทำให้เกิดช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกลึงไหม และช่างต่าง ๆ ที่ช่วยกันทำเครื่องแต่งกายโขนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่ของง่ายเลย ทุกคนได้รับการปลูกฝังให้ใช้ความประณีตพิถีพิถันอย่างยิ่งที่จะผลิตงานตามรูปแบบโบราณ ให้ออกมาเป็นงานฝีมือชั้นคุณภาพ และเมื่อถึงเวลานี้ก็สบายใจได้แล้วว่า จะมีนักแสดงและช่างฝีมือที่พร้อมจะช่วยสืบทอดโขน ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทยให้ยืนยงคงอยู่ต่อไป ข้าพเจ้าชื่นใจมากที่โขนกลับมาเป็นที่นิยมแล้ว เพราะบัตรเข้าชมโขนนางลอยหมดเร็วมาก จนต้องเตรียมเปิดแสดงใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ใครยังไม่ได้จองบัตรก็เตรียมจองได้แล้ว และปีต่อไปคงต้องเลือกตอนใหม่มาแสดงอีก

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าอยากจะเล่าเรื่องที่แสดงว่าสังคมไทยของเราไม่เคยแล้งคนดีมีน้ำใจเลย ไม่เคยเลย เนื่องจากข้าพเจ้าได้ทราบข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ตอน กลางวันคุณธิติมา ยุราวรรณ อายุ 33 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 9 เดือนแล้วได้สร้างวีรกรรมขับรถของตนเองติดตามคนร้ายที่ขโมยรถยนต์ของนายทหารเรือหญิงนอกราชการคนหนึ่งจากห้างสรรพสินค้าย่านบางแค เก่งเหลือเกินคุณธิติมาเพราะท้องก็แก่ตั้ง 9 เดือนแล้ว ขับรถไปวิทยุรายงานตำรวจไปตลอดทางจนตำรวจสามารถติดตามรวบตัวคนร้ายไว้ได้ และเจ้าทุกข์ก็ได้รถคืน ข้าพเจ้าขอสรรเสริญคุณธิติมาซึ่งใจเด็ดพอที่จะขับรถตามคนร้ายไป นับว่าเป็นตัวอย่างของคนดีของคนไทยเรา คนดีที่หายากจริง ๆ ข้าพเจ้า ทราบว่าคุณธิติมามีกำหนดคลอดบุตรในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันเกิดของข้าพเจ้าพอดี ข้าพเจ้าขออวยพรให้คุณธิติมาผู้กล้าหาญมีความสุข ความเจริญ คิดสิ่งใดสมความปรารถนา และบุตรชายของเธอที่เธอตั้งชื่อไว้ล่วงหน้าว่า “น้องฮีโร่” ก็ขอให้มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เติบโตขึ้นเป็น พลเมืองดีของชาติเหมือนคุณแม่ด้วยเช่นกัน

ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่มาให้พรและให้กำลังใจในวันนี้และขอบพระคุณชาวไทยทั้งประเทศที่ร่วมกันทำความดีในเดือนสิงหาคมเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดหรือเป็นกุศลแก่ข้าพเจ้า ขอให้ความดีทั้งปวงได้รับการสานต่อให้งอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อยังประโยชน์ให้แก่คนไทยและประเทศไทย สืบไป ขอให้พรทุกประการที่ท่านทั้งหลาย มอบให้ข้าพเจ้าจงตอบสนองทุกท่านและเป็นปัจจัยส่งให้ทุกท่านแคล้วคลาดจากผองภัย เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน พบแต่ความเป็นสิริมงคลตลอดไป”.

ที่มา นสพ.เดลินิวส์
วิดีโอ Voice Tv

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com