พัทยาเดลีนิวส์

06 ธันวาคม 2553 :: 11:12:04 am 46218

“มาร์ค” งัดข้อภท.“ปู่จิ้น” จี้ นายกฯชัดเจนวันยุบสภา

“ปู่จิ้น”เมิน”มาร์ค”ขวางขึ้นเงินอปท. กร้าวเป็นงานมท.อนุมัติแล้วมีผล 1 ม.ค. 54 อปท.ใช้งบตัวเองไม่เกี่ยวงบประมาณ เชื่อไม่บานปลายกระทบสัมพันธ์รัฐบาล ปัดหาเสียงซื้อใจขรก.ท้องถิ่น ไม่สนเพราะ เป็นเรื่องการบริหารภายในกระทรวงมหาดไทย เชื่อมีการสอบถาม และอธิบายแล้ว คงไม่มีปัญหา การทำงานร่วมกัน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แกนนำกมม เรียกร้องนายกฯ ประกาศความชัดเจนในการยุบสภา หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อทำการเมืองคลี่คลาย พร้อมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (5 ธ.ค. 53) นายชวรัตน์ ชาญวีกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย กับการที่พรรคภูมิใจไทย โดยกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เพิ่มขึ้นเท่าตัว ว่า เรื่องนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) มีการเสนอขึ้นมา ก่อนหน้านี้นานหลายเดือนแล้ว โดยเสนอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาปรับเพิ่มเงินเดือนของอบต. โดยใช้เงินรายได้ของท้องถิ่นเองซึ่งมาจากภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เพราะก่อนหน้านี้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ขึ้นกันไปแล้ว ดังนั้นเมื่อทางอบต.เสนอมา และปกติ ถึงอย่างไรปีหน้า ก็ต้องขึ้นให้เขาอยู่แล้ว ทางเราก็เลยเห็นชอบด้วยจึงอนุมัติไปเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา

โดยปรับเพิ่มอีกเท่าตัว เนื่องจากฐานเงินเดือนเดิมของอบต.มันต่ำมาก ขณะนี้อัตราค่าครองชีพในปัจจุบันก็สูงมาก จนรับภาระแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่ต้องเสนอเข้าสูที่ประชุมครม.แต่อย่างใด เพราะเป็นเงินของอบต.เขาเอง เป็นการพิจาณาระดับกระทรวง ไม่ต้องเสนอต่อครม.เหมือนเรื่องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ มีการมองว่า เป็นเรื่องการเมือง เป็นการหาเสียง ซื้อใจกับอปท. รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่มีอะไร งานกระทรวงอื่น เขาก็ทำกันไป นี่ก็เป็นงานของกระทรวงมหาดไทย ทำไมต้องมาเจาะจงดูแต่กระทรวงมหาดไทยด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับการหาเสียงอะไรเลย เราถือว่าอปท.ก็เป็นบุคลากรที่ช่วยทำงานกับกระทรวง และรัฐบาลในการพัฒนาดูแลพี่น้องประชาชน ในเมื่อเขามีงบประมาณที่สามารถดูแลตัวเองได้ เมื่อเขาเสนอมาเราคิดว่ามีเหตุผลพอก็อนุมัติให้ไป โดยไม่ต้องมาขอหรือเป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด ถือเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่คนทำงานเท่านั้นเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ถ้าท่านนายกฯจะถามก็จะตอบไป ตนพร้อมจะชี้แจง เพราะเป็นเรื่องของอบต.และอปท. เมื่อเสนอมาและเราเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอ ทางเราก็เลยเห็นชอบด้วยจึงอนุมัติไปเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาและจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54 เป็นต้นไป เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะไม่กลายเป็นปัญหา ความขัดแย้งระหว่างนายกฯกับพรรคร่วมรัฐบาลอีก หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องการบริหารงานภายในของกระทรวงมหาดไทย เชื่อว่า เมื่อมีการสอบถามและอธิบายกันแล้ว ก็คงไม่มีปัญหาการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

ต่อมาวันเดียวกัน(5 ธ.ค. 53) ผู้สื่อข่าวถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่ง ให้ขึ้นเงินเดือนเพิ่มเติม ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2554 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่เห็นข้อเสนอเข้ามา แต่เรื่องค่าตอบแทนท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ค้างกันมา เพราะเคยมีการเสนอเข้าครม. แต่การปรับเงินเดือนของแต่ละกลุ่ม ควรสอดคล้องกันทุกกลุ่ม แต่ยังไม่เห็นข้อเสนอที่ชัดเจน ยังไม่มีพิจารณาเรื่องนี้ ต้องดูข้อเสนออีกทีหนึ่ง

ผู้สื้อข่าวถามว่า เห็นสมควรให้ขึ้นเงินเดือนให้กับอบต. หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราจะขึ้นเงินเดือนข้าราชการในเดือนเม.ย. และปกติการทำค่าตอบแทนของกลุ่มต่างๆ ต้องทำให้สอดคล้องกัน ฉะนั้นถ้าจะมีการปรับต้องยึดโยงสิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย. เมื่อถามว่า การขึ้นเงินเดือนให้นายกอบต. อีก 1 เท่าถือว่าสมควรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องยึดกับระบบ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการขึ้นเงินค่าตอบแทนให้อบต. 1 เท่าตัว ว่า ไม่ได้เป็นการหาเสียง แต่ถือเป็นการให้ของขวัญปีใหม่แก่อบต.ทั่วประเทศ อีกทั้งเรื่องนี้ได้มีการเสนอขอมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ก่อนหน้านี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้รับการขึ้นค่าตอบแทนเท่าตัวไปแล้ว อบต. ก็ควรจะได้รับบ้าง การขึ้นค่าตอบแทนครั้งนี้จะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2554 และเงินที่ใช้ก็ไม่ใช่การของบเพิ่ม แต่เป็นงบของท้องถิ่นนั้นๆ อยู่แล้วที่จะต้องจัดสรร โดยไม่ให้กระทบกับงบประมาณพัฒนาพื้นที่

ในวันเดียวกันนี้(5 ธ.ค. 53) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ และ นายสำราญ รอดเพชร รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ร่วมกันแถลงว่า พรรคการเมืองใหม่เคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีการใช้เงินกองทุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ แต่ควรเป็นบทเรียนสำคัญในการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องตอบคำถามของสังคม และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากยังไม่มีการวินิจฉัยเนื้อหาของคดีว่า มีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ตามที่ผู้ร้องกล่าวหาหรือไม่

แกนนำพรรคการเมืองใหม่ ยังเห็นว่า สถานการณ์ทางการเมืองภายหลังการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น ดังนั้น นายกรัฐมนตรีควรประกาศเป็นวาระของประเทศให้ชัดเจนว่า หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็น ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลควรยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ทันที โดยอย่างช้าควรจะเป็นเดือนเมษายน 2554 ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อประกาศวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นการคลี่คลายความร้อนแรงทางการเมืองลงไปด้วย

นายสมศักดิ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ให้กับประชาชนและเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จะชุมนุมในวันที่ 25 มกราคม 2254 แต่อย่างใด

แกนนำพรรคการเมืองใหม่ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรียืนยันจะไม่ทบทวน หรือยกเลิกเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา 2543 โดยอ้างเป็นการทำเพื่อรักษาดินแดนว่า พรรคเห็นว่าในมุมกลับกัน กัมพูชาก็เป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากเอ็มโอยูเช่นกัน ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันชุมชน และกองกำลังของกัมพูชาออกจากพื้นทับซ้อน และเปิดเวทีสาธารณะให้นักวิชากา รและองค์กรภาคประชาชนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายรัฐบาล เพราะหลายเรื่องยังไม่ได้รับความกระจ่าง

เรียบเรียง สิทธิศักด์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com