พัทยาเดลีนิวส์

23 พฤษภาคม 2553 :: 18:05:11 pm 19925

“ลุงบุญมีระลึกชาติ” หนังที่คนอยากดูที่สุดในคานส์ปีนี้

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในเทศกาลปีนี้จะมีหนังไทยเรื่องหนึ่งได้เข้าร่วมฉายในสายการประกวดหลักชิงรางวัลปาล์มทองคำ หนังเรื่องนั้นมีชื่อ "ลุงบุญมีระลึกชาติ" ของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
สนใจโฆษณา

ลุงบุญมีระลึกชาติ เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในสายประกวดหลัก เทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 63 ระหว่างวันที่ 12 – 23 พฤษภาคม 2010 และผลรางวัลจะประกาศในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคมนี้ คงต้องช่วยกันลุ้นว่าหนังไทยจะได้ใจชาวโลกสำเร็จหรือไม่

เว็บไซต์ “ฮอลลีวู้ดรีพอร์ทเตอร์” ได้ทำการสัมภาษณ์ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยคนแรก ที่เคยได้รับรางวัลจากสายการประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เกี่ยวกับภาพยนตร์ใหม่เรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ของเขา และเผยแพร่ลงใน http://www.hollywoodreporter.com/ อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงในประเทศไทย (แต่เป็นช่วงเวลาก่อนหน้าเหตุการณ์จะเริ่มระอุคุกรุ่นขึ้นอย่างหนักหน่วง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เป็นต้นมา) เว็บไซต์ดังกล่าวจึงสนทนากับอภิชาติพงศ์ในเรื่องนี้ด้วย

(เมื่อหนังส่วนใหญ่ของอภิชาติพงศ์มักเล่า เรื่องราวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา ฮอลลีวู้ดรีพอร์ทเตอร์จึงถามว่า) มีอะไรในเรื่องราวในภาพยนตร์ของคุณ ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง อันนำไปสู่การปะทะกันบนท้องถนน ซึ่งกำลังเกิดขึ้นที่กรุงเทพในปัจจุบัน?

อภิชาติพงศ์: ไม่มีสิ่งที่เชื่อมโยงอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่เกิดขึ้น ณ กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน คือ “สงครามชนชั้น” ในประเทศไทย เรามีชนชั้นที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนได้ถูกกดขี่ข่มเหงตลอดมาไม่ทางด้านเศรษฐกิจก็ทางด้านสังคม สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในยุคทศวรรษ 1960 ที่ชาวนาได้ลุกขึ้นมาพยายามเปล่งเสียงของตนเองให้สังคมได้ยิน เพราะพวกเขาถูกละเลยทอดทิ้ง แล้วในที่สุดพวกเขาก็หันไปต่อสู้ด้วยการรับแนวคิดคอมมิวนิสต์มาจากลาวและ เวียดนาม

สิ่งที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯตอนนี้ทำให้คุณตระหนกตกใจหรือไม่?
อภิชาติพงศ์: ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรของสังคม แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผม คิดว่านี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์การปะทะกันทางชนชั้นที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กลุ่มชนชั้นล่างผู้ยากจน ก่อนหน้านี้ การปะทะกันมักเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างกองทัพกับชนชั้นกลาง แต่ปัจจุบัน คู่ขัดแย้งของกองทัพกลายเป็นคนยากจน

ในขณะเดียวกัน ก็มีสงครามรูปแบบอื่น ๆ เกิดขึ้นมา เพราะปัจจุบัน ได้เกิดการสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ดังนั้น กลยุทธการต่อสู้รูปแบบใหม่ ๆ จึงถูกนำมาใช้ สิ่งที่แตกต่างอย่างมากจากอดีตก็คือ คุณสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสังคมไทยถูกก่อรูปขึ้นมาโดยสื่อสารมวลชน ได้อย่างไร และสื่อต่าง ๆ กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ก่อนที่อะไร ๆ จะไปไกลกว่านั้น ประชาชนก็เริ่มจะสังเกตว่าเว็บไซต์ที่เขาเข้าดูเป็นประจำได้ปลาสนาการไป

ผู้ประท้วงเสื้อแดงที่ยากจนได้เแสวงหาผู้นำ อย่างทักษิณ ชินวัตร บุรุษซึ่งมีฐานะร่ำรวยมหาศาล คุณคิดว่านี่เป็นเรื่องย้อนแย้งกันหรือไม่?
อภิชาติพงศ์: ผมคิดว่าทักษิณได้กลายสถานะเป็นผู้ช่วยเหลือ หรือผู้ไถ่ชีวิตของคนเหล่านั้น พวกเขาสามารถมีตัวตนขึ้นได้เพราะทักษิณ และต้องพึ่งพาอาศัยทักษิณ ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลไทยรักไทย มีงบประมาณที่หลั่งไหลไปสู่หมู่บ้านต่าง ๆ ในชนบท งบประมาณเหล่านั้นจะโปร่งใสหรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราต้องคุยกัน แต่อย่างน้อยที่สุด คนยากจนก็มีโอกาสได้เห็นเงินและการพัฒนาในภูมิภาคของพวกเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนเสื้อแดงจึงสนับสนุนทักษิณ

คุณและเพื่อน ๆ ศิลปิน ได้ต่อสู้ท้าทายเรื่องที่รัฐบาลไทยทำการควบคุมเสรีภาพของสื่อบ้างหรือไม่?
อภิชาติพงศ์: เราทำ เมื่อวันก่อน ผมเพิ่งไปที่กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อประท้วงเกี่ยวกับการมอบงบประมาณสนับสนุนภาพยนตร์ที่ไม่โปร่งใส พวกเรามีความกระตือรือร้นเพิ่มมากขึ้น และผมคิดว่าเราสามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความอนุรักษ์นิยมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากมาก ๆ สำหรับการต่อสู้ของพวกเรา

รูปแบบในการมอบงบประมาณสนับสนุนภาพยนตร์ของรัฐบาลไทยเป็นอย่างไร ในปัจจุบัน?
อภิชาติพงศ์: ต้นปีนี้ รัฐบาลได้ประกาศจะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์เป็นจำนวน 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนครึ่งหนึ่งของงบประมาณดังกล่าว กลับถูกนำไปใช้สนับสนุนภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง มันค่อนข้างเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนที่จะอธิบาย แต่สำหรับผม การดำเนินการเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก

เรื่องย่อ

“ลุงบุญมีระลึกชาติ” มีแก่นเรื่องว่าด้วยความทรงจำของผู้คนในหมู่บ้านนาบัว ตำบลเรณูนคร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม หลังจากที่อภิชาติพงศ์ได้เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าว และได้พบกับชาวนาที่ใช้ชีวิตผ่านความรุนแรงและการกดขี่ในรูปแบบต่าง ๆ ในยุคสมัยที่รัฐไทยทำสงครามประชาชนกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

หนังเล่าเรื่องราวของลุงบุญมีที่ล้มป่วยเป็นโรคไตวาย เนื่องจากแกฝึกวิชาโยคะจึงทำให้ตระหนักถึงสภาพความเป็นไปในร่างกายของตนเอง เป็นอย่างดี ลุงบุญมีรู้ว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 48 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ลุงก็รู้สึกว่าความป่วยที่ตนเผชิญอยู่มีความเกี่ยวพันกับบาปกรรมในอดีต ที่แกเคยฆ่าสมาชิกพรรคคคอมมิวนิสต์ตายไปหลายราย

ลุงบุญมีตัดสินใจให้ ญาติห่าง ๆ พาแกออกจากโรงพยาบาล เพื่อหวังจะไปเสียชีวิตที่บ้านซึ่งเป็นสวนลำไย ที่นั่น พวกเขาถูกหลอกหลอนโดยผีเมียลุงบุญมี ซึ่งมาปรากฏกายเพื่อคอยรักษาพยาบาลลุง ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายของลุงบุญมีซึ่งหายสาบสูญไปก็กลับมาจากป่าพร้อมด้วยลักษณะบุคลิกแบบลิง ลูกชายของแกมีคู่รักเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ลิงผี” และเขาก็อยู่กินกับเธอบนต้นไม้ในป่ามาเป็นเวลา 15 ปี

ในค่ำคืนแรก ลุงบุญมีพูดถึงชีวิตในอดีตชาติที่แกระลึกได้ ในค่ำคืนต่อมา ขณะที่ผีเมียช่วยฟอกไตให้แก อยู่ดี ๆ ลุงก็อยากเดินทางไปยังสถานที่ที่ผีเมียกล่าวอ้างถึง ทั้งหมดจึงเดินทางเข้าป่าในยามดึก ที่นั่นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์และวิญญาณ สุดท้ายพวกเขาก็เดินไปถึงถ้ำบนยอดเขา

ลุงบุญมีระลึกได้ว่าถ้ำแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ตนถือกำเนิดในอดีตชาติแรกที่แกย้อนรำลึกได้ แล้วลุงบุญมีก็เสียชีวิตไปพร้อม ๆ กับการสนทนาถึงเรื่องราวของชีวิตแกที่กินเวลายาวนานหลายร้อยปี

ที่มา mthai.com

ลิขสิทธิ์ภาพจากกองถ่าย Kick the Machine Films และ Illuminations Films

‘ลุงบุญมีกลับชาติมาเกิด’ ซิวรางวัลภาพยนตร์เมืองคานส์

Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

tiny_goat

joan

โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า

แมวดำ

พลซุ่มยิงสไนเปอร์จากคำสั่ง รบ.

jay

noo

bonjour

คนเหมือนกัน

ขอไว้อาลัยกับรางวัลที่คุณได้รับ

Joey

แรส

คน