พัทยาเดลีนิวส์

31 สิงหาคม 2553 :: 15:08:01 pm 34733

“วิคเตอร์ บูท” พ่อค้าแห่งความตาย! หรือผู้ร้ายข้ามแดน

คดีนักค้าอาวุธของนาย Viktor Bout สะท้อนให้เห็นว่ามีอำนาจพิเศษ ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่ให้ศาลส่งตัว ไปสหรัฐฯ และฝ่ายที่เดินเกมส์ ดึงให้อยู่ในเรือนจำไทยต่อไป ที่นี้พ่อค้าความตายคนนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร มีบทบาทสำคัญอะไรให้ต้องแย่งชิงกัน
สนใจโฆษณา

“วิคเตอร์ อนาโตเลวิช บูท” ชาวเมืองดุสเชนเบ้ ในสหภาพโซเวียตเดิม (ปัจจุบันอยู่ในทาจิกิสถาน) ถือสัญชาติรัสเซีย วัย 43 ปี ถูกจับกุมในปฏิบัติการ “ล่อซื้อ” ของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ดีอีเอ) ของสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ในการพิจารณาคดีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของไทย พิพากษาให้ส่งมอบตัววิคเตอร์ บูท ให้กับทางการสหรัฐอเมริกา เพื่อดำเนินคดีต่อตามคำฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2008 ที่กล่าวหาว่าเป็นผู้สมคบคิดจัดหาอาวุธให้กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่เรียกตัวเองว่า “กองทัพปฏิวัติแห่งโคลัมเบีย” หรือ “ฟาร์ค” ซึ่งสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นกองกำลังก่อการร้าย นั่นเป็นการสิ้นสุดการหลบหนีเงื้อมมือกฎหมายยาวนานของ “นักธุรกิจ” ชาวรัสเซียรายนี้

โดยทางการสหรัฐอเมริกายืนยันว่า การนำตัววิคเตอร์ บูท ขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดี ถือเป็นการกระทำอันเป็น “คุณูปการ” ต่อโลกทั้งโลก ในทางเปิดเผยเช่นเดียวกัน ทางการรัสเซียยืนกรานหนักแน่นว่า ยอมไม่ได้ต่อการที่บุคคลในสัญชาติตน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม แล้วคนอย่างนาย วิคเตอร์ บูท เป็นใครกันแน่? และทำไม “นักธุรกิจ” รายนี้ ถึงเป็นที่ต้องการตัวชนิดต้องทุ่มเทการดำเนินการทางการทูตกันจนถึงวินาทีสุดท้าย จากชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย!?!

มาร์แชล คิลดัฟฟ์ แห่งซานฟรานซิสโก โครนิเคิล หนังสือพิมพ์ทรงเกียรติภูมิแห่งซานฟรานซิสโก ให้นิยามถึงความเป็น “วิคเตอร์ บูท” เอาไว้ว่า ถ้าหากในโลกนี้มี “แบด กายส์ ฮอล ออฟ เฟม” แล้วละก็ วิคเตอร์ บูท คงมีรูปปั้นครึ่งตัวของเขาสิงสถิตอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน

นั่นเพราะวิคเตอร์ บูท เปรียบได้เสมือนหนึ่งมือที่มองไม่เห็น ที่เป็นผู้จุดไฟสงครามขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของโลกมากกว่า 10 จุดในเวลานี้ เขาไม่เพียงขนส่งปืนกลอัตโนมัติ ระเบิดมือ และจรวดไปให้กับคู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายในสงครามกลางเมืองในแอฟริกาเท่านั้น ยังเป็นผู้ขายอาวุธให้กับทาลิบัน และคู่สงครามที่รวมตัวกันในนามพันธมิตรตอนเหนือในอัฟกานิสถาน เป็นผู้จัดส่งอาวุธให้กับกองกำลังต่าง ๆ ในตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ มีพนักงานทำหน้าที่จัดส่งอาวุธให้กับลูกค้าตามคำสั่งซื้อมากถึง 300 คน มีบริษัทบังหน้าหลากชื่อหลายนามกว่า 40-50 บริษัท มีฐานลูกค้าไล่เรียงตั้งแต่ฟาร์คในอเมริกาใต้ เรื่อยมาจนถึงอัล ชาบับในโซมาเลีย เฮซบอลเลาะห์ในตะวันออกกลาง และทาลิบันในอัฟกานิสถาน

แต่ในขณะเดียวกัน การดำเนินในด้านบทบาทของการเป็น “พ่อค้าอาวุธ” แบบผิดกฎหมาย มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถเก็บงำตัวเองจากโลกภายนอกได้อย่างเงียบกริบ จนแทบไม่มีใครรู้จักชื่อ รู้จักหน้าค่าตา ตราบจนกระทั่งวิคเตอร์ บูท เข้าไปแตะ “ของร้อน” ด้วยการจัดส่งอาวุธให้กับทาลิบันในอัฟกานิสถาน เมื่อปี 2002 นั่นแหละชื่อวิคเตอร์ บูท จึงปรากฏเป็นข่าวขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์

วิคเตอร์ อนาโตเลวิช บูท เป็นคนเชื้อชาติรัสเซีย สำเร็จการศึกษาจากสถาบันภาษาต่างประเทศของกองทัพสหภาพโซเวียต และทำหน้าที่เป็น “ล่าม” ให้กับกองพลส่งกำลังบำรุงทางอากาศ ของกองทัพอากาศโซเวียต จนกระทั่งถึงปี 1991หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย วิคเตอร์ บูท พ้นจากการทำหน้าที่ให้กับกองทัพขณะมียศนาวาอากาศโท!

เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในครั้งนั้น ทำให้สิ่งที่เขาเห็นนอกเหนือจากความโกลาหลอลหม่าน สับสน และไร้ขื่อแป ก็คือ สรรพาวุธมหาศาลที่อดีตชาติมหาอำนาจทิ้งเอาไว้ โดยปราศจากการบริหารจัดการ เขาเชื่อว่ามันกำลังเป็นอีกหนึ่งขุมทอง เพียงแค่ต้องอาศัยความสามารถในการจัดการเล็กน้อย มีอาวุธมากมายมหาศาลให้ขาย ขอแค่หาตัว “ลูกค้า” ให้เจอเท่านั้นเอง นั่นจึงกลายมาเป็นที่มาของสมญานาม “พ่อค้าความตาย” ที่รัฐมนตรีอังกฤษผู้หนึ่งเอ่ยถึงเขาเอาไว้ในเวลาต่อมา

ศักยภาพพิเศษที่ไม่เหมือนใครของวิคเตอร์ บูท ก็คือ เขาสามารถจัดหาอาวุธ “อะไรก็ได้” และสามารถจัดส่ง “อาวุธอะไรก็ได้” ไปถึงมือผู้เป็นลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย และตรงตามเวลา เขาไม่เลือกลูกค้า ไม่มีความคิดเห็นว่าเป็นใคร อยู่ฝ่ายไหน สิ่งที่วิคเตอร์ บูท เลือกก็คือ มีเงินจ่ายค่าอาวุธให้เขาหรือไม่เท่านั้น ด้วยเครือข่ายการค้าอาวุธที่มากมาย เขาขายตั้งแต่กระสุนปืนอาก้าเรื่อยไปจนถึงรถถัง มีบางครั้งถึงขนาดเคยรับปากจัดหา “เครื่องบินรบ” ให้กับกองกำลังติดอาวุธนอกกฎหมายด้วยซ้ำไป

ดักลาส ฟาราห์ อดีตผู้สื่อข่าววอชิงตัน โพสต์ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นนักวิชาการประจำศูนย์ประเมินและยุทธศาสตร์ศึกษานานาชาติ ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า “กลางทศวรรษ 1990 พวกอเมริกันก็เริ่มตระหนักว่า จริงๆ แล้ววิคเตอร์ บูท ก็คือคนที่เปลี่ยนแปลงวิธีการในการก่อสงคราม เขาใช้เครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ทั้งลำเต็มไปด้วยอาวุธร้ายแรงไปที่โน่นที่นี่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่พ่อค้าอาวุธในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นพ่อค้าอาวุธในระดับที่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจก่อสงครามจากรัฐบาล ให้อยู่ในมือของเอกชนได้เลยทีเดียว” ฟาราห์ระบุ

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ บางครั้งวิคเตอร์ บูท รับเงินค่าจ้างส่งอาวุธให้กับกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปรับเงินว่าจ้างจากสหประชาชาติ เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้กับเหยื่อของความรุนแรงในพื้นที่เดียวกันนั้นอีกด้วย วิคเตอร์ บูท เคยจัดส่งอาวุธให้กับกองกำลังก่อการร้ายในตะวันออกกลาง แต่ในขณะเดียวกันก็รับจ้างกองทัพสหรัฐอเมริกาลำเลียงอาวุธไปส่งให้ในอิรัก และทางกองทัพไม่รู้ โดยผ่านการว่าจ้างบริษัทที่เปิดบังหน้าไว้ของเขาเอง

เจ้าหน้าที่อเมริกันต้องใช้พยายามอย่างยากลำบาก เพื่อล่อให้วิคเตอร์ บูท ออกจากรัสเซีย สถานที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบ ๆ สบาย ๆ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งได้รับความร่วมมือจาก “ฝ่ายจัดซื้อ” ของฟาร์ค ร่วมมือกันล่อซื้ออาวุธจากบูท เมื่อราว 2 ปีก่อน

ในหลักฐานเอกสารที่นำเสนอให้ศาลพิจารณานั้น รวมทั้งบันทึกที่เป็นลายมือ นำเสนอขายให้กับเจ้าหน้าที่อเมริกันที่ปลอมตัวเข้าไป นำเสนอขาย “AA” หรือจรวดต่อต้านอากาศยาน ที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นจรวดอิกลา, ปืนเอเค-47, เครื่องบินตรวจการไร้นักบิน, กระสุนสำหรับสไนเปอร์ไรเฟิล ดรากูนอฟ ของรัสเซีย 10 ล้านนัด, ปืนกลพีเคเอ็ม, จรวดอาร์พีจี 7 เรื่อยไปจนถึงเครื่องยิงระเบิดแบบเอจีเอส-17 ในระหว่างการล่อซื้อครั้งนั้น วิคเตอร์ บูท ยังมีแฟลชไดรฟ์เก็บรายละเอียดของโครงสร้างจรวดเอที-4 สไปก็อต ที่มีพิสัยทำการสูงสุดระหว่าง 2,000-2,500 เมตร มานำเสนอขายให้กับสายของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีขายให้อย่างที่วิคเตอร์ บูท มี!!

นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า วิคเตอร์ บูท มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัสเซียอย่างแนบแน่น ในช่วงเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯจึงกลายเป็นสมรภูมิในการทำสงครามการทูตระหว่างตัวแทนของทั้งรัสเซียและสหรัฐอเมริกา เอ็ด รอยซ์ ส.ส.รีพับลิกัน จากรัฐแคลิฟอร์เนีย เชื่อว่ารัสเซียต้องการตัววิคเตอร์ บูท กลับไปเป็นอย่างมาก เพราะความเชื่อมโยงระหว่างอดีตนายทหารอากาศผู้นี้กับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนเชื่อไปไกลถึงขนาดว่า วิคเตอร์ บูท คือ “ตัวแทนจำหน่าย” อย่างไม่เป็นทางการ และผิดกฎหมายของบรรดารัฐบาลนานาประเทศรวมทั้งรัสเซีย ที่ต้องการ “ระบาย” อาวุธเหลือใช้ที่มีอยู่มากมายมหาศาลของตนเองออกไปโดย “เร็วที่สุด” และ “เงียบที่สุด”

รัฐบาลรัสเซียไม่เพียงไม่ต้องการให้พลเรือนของตนเองถูกดำเนินคดีในศาลอเมริกันเท่านั้น แต่ยังไม่ต้องการให้ความลับทางด้านความมั่นคงของตนเอง รั่วไหลออกจากปากวิคเตอร์ บูท อีกด้วย ภายใต้สมมติฐานนี้ ทางการอเมริกันรวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศ ถึงยอมรับก่อนหน้าวันพิพากษาว่า โอกาสที่วิคเตอร์ บูท จะหลุดรอดจากคดีล่อซื้อครั้งนี้มีสูงอย่างยิ่ง สูงถึงขนาดเจ้าหน้าที่อเมริกันจำเป็นต้องมี “แผนสำรอง” ด้วยการยื่นฟ้องร้องคดีที่ 2 ต่อวิคเตอร์ บูท เป็นการป้องกันไม่ให้พ่อค้าความตายรายนี้หลุดจากเงื้อมมือกฎหมาย นั่นเป็นการกระทำที่มีขึ้นทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการล็อบบี้อย่างเปิดเผยผ่านทางสถานทูต และการโทรศัพท์โดยตรงระหว่างสำนักงานต่อสำนักงานที่เกี่ยวเนื่อง แถมยังมีการล็อบบี้อีกหลายประเทศให้ร่วมมือกันกดดันไทยในเรื่องนี้

โอกาสหลุดรอดของวิคเตอร์ บูท จึงดูแล้วมีสูงอย่างยิ่ง สูงถึงขนาดที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกายอมรับว่า “เซอร์ไพรส์” กับคำพิพากษาครั้งนี้ และสรุปบทเรียนให้กับคนข่าวฟังหลังจากนั้นว่า บทเรียนจากกรณีนี้ก็คือ

“ทางที่ดีที่สุด เมื่อต้องดำเนินการเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฝ่ายไทย ก็คือ ตรงไปตรงมาทำตามกฎระเบียบให้ถึงที่สุด-เท่านั้นเอง”!!

เรื่องโดย ปิยมิตร ปัญญา นสพ.มติชน
วิดีโอ Voice Tv

Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

สรสร

1111

ชานนท์