พัทยาเดลีนิวส์

24 กุมภาพันธ์ 2554 :: 16:02:27 pm 56486

“สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” หนังสือดีที่ควรอ่าน

มีนักวิชาการในวงการวรรณกรรมท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "หนังสือที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือที่ขายได้ แต่หนังสือที่ขายได้และเป็นหนังสือที่ดีด้วยได้ยิ่งดี"
สนใจโฆษณา

หนังสือที่ “ดี” ที่ว่า แม้ว่า ลักษณะการเขียนเชิงวรรณศิลป์ที่งดงาม เนื้อหาซับซ้อแต่ถ้าผู้อ่านต้องปีนกำแพงอ่าน และ/หรือ เนื้อหาเน้นเขียนตามใจ ตามโลกผู้เขียนเป็นหลัก ซึ่งอาจจะ หาจุดร่วม กับ “กระแสหลัก” ของสังคม จนกระทั่งว่า ไม่ว่าจะใช้กลไก กลยุทธ์เพียงใด ก็คงยากที่จะขายออกมาในระดับท็อปชาร์ตได้ ก่อนหน้าที่จะมาได้อ่าน หนังสือชุดรวมเรื่องสั้นของ วินทร์ เลียววาริณ เรื่อง “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” ผมเคยอ่านนวนิยายระดับคุณภาพ ของวินทร์ สองเล่ม คือ “ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน” และ “ปีกแดง” ซึ่งผมมองว่า งานทั้งสองล้วนแล้วแต่แฝงไปด้วย กลวิธีในการเล่าเรื่องที่แยบยล ยิ่ง “ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน” ได้รับรางวัลซีไรต์ และมียอดขายที่สูงด้วยแล้ว ผมยิ่งไม่น่าแปลกใจเลย หากจะบอกว่า งานของวินทร์ นั้นเป็นได้ทั้งหนังสือ ที่ดี และ ก็ขายได้ดีด้วย

โดยองค์รวม สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน รวมเรื่องสั้นจำนวน 17 เรื่อง โดยเรื่องสั้นแต่ละเรื่องจะมีงานเขียนที่ วินทร์ เรียกว่า “บทความ” นำเรื่องสั้นทุกเรื่องรวม 17 บท เช่นกัน พิจารณาจากการพิมพ์บทนำเรื่องสั้นที่พิมพ์ด้วยกระดาษสีเทาให้เห็นความแตกต่างจากตัวบทเรื่องสั้นซึ่งพิมพ์ด้วยกระดาษสีขาวธรรมดา อีกทั้งส่วนที่เป็นบทนำเหล่านี้ไม่ใส่เลขหน้า ดูเหมือนวินทร์ตั้งใจจะให้บทนำเหล่านี้เป็นบริบทซึ่งปูพื้นฐานความเข้าใจให้ผู้อ่านเข้าถึงแนวคิดที่นำเสนอให้เรื่องสั้นได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดีแนวคิดที่นำเสนอในเรื่องสั้นมักเป็นความขัดแย้งที่ลงจบเรื่องแบบเปิดกล่าว คือไม่ได้ให้ข้อยุติที่ตายตัวเบ็ดเสร็จแต่ปล่อยให้ผู้อ่านใคร่ครวญด้วยตนเองหรือตั้ง คำถามต่อพฤติกรรมของตัวละครซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรื่องสั้นแนวหักมุมของ วินทร์ เลียววาริณ

นอกจากบทนำเรื่องสั้นแต่ละเรื่องจะทำหน้าที่เสริมและให้บริบทหรือแนวคิดนำเรื่อง บทนำเหล่านี้บางเรื่องมิใช่บทความแต่เป็นความเรียงหรือเรื่องเล่าทำนองอัตชีวประวัติหรือบันทึกประสบการณ์ บางเรื่องคล้ายเรื่องสั้นที่บางเรื่องน่าอ่านและน่าสนใจกว่าตัวเรื่องสั้นเอง เช่น เรื่อง “สัญชาตญาณการเอาตัวรอด” ซึ่งนำเรื่องสั้นเรื่อง “คำให้การ” หรือเรื่อง “ความแตกต่างทางความคิด” ซึ่งนำเรื่องสั้นเรื่อง “วรรณกรรม 48 ชั่วโมง” และเรื่อง “รอยแผลเป็นบนใบหน้าของทาร์เซ็ม” บทนำเหล่านี้แสดงตัวตนโลกทัศน์และท่วงทำนองเขียนเฉพาะตนที่ราบรื่น มีพลังอย่างเรียบง่ายชวนอ่านกว่าเรื่องสั้นบางเรื่อง

ใน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน วินทร์มอง “คน” ในฐานะที่เป็น “สัตว์โลก” ที่เป็นสากล มิได้เป็นคนในสังคมใดสังคมหนึ่งโดยเฉพาะ และคนในฐานะที่เป็น “สัตว์สังคม” ซึ่งตกอยู่ในพันธนาการของกฎเกณฑ์ทางวัฒนธรรมและจริยธรรมที่คนกำหนดขึ้นเอง แม้คนจะพัฒนาไปในโลกของเทคโนโลยีละความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่ความเป็นคนในฐานะ “สัตว์โลก” ก็ยังดำรงอยู่ไม่ว่าสภาพสังคมจะเปลี่ยนไปอย่างไร กฎเกณฑ์ทางศาสนาในสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้นของคนเป็นเพียง “เปลือก” ที่มีพัฒนาการไปพร้อมกับการพัฒนาของสังคม

วินทร์ เลียววาริณ เป็นนักเล่าเรื่องที่พิถีพิถันในการประดิษฐ์คิดค้นกลวิธี ในการนำเสนอเรื่องเล่าให้มีความแปลกใหม่เฉพาะเรื่อง ทำให้เรื่องสั้นของเขามีเสน่ห์ชวนติดตาม เรื่องสั้นทั้ง 17 เรื่องในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนมีกลวิธีนำเสนอที่แปลกใหม่ทุกเรื่อง กลวิธีการนำเสนอเหล่านี้สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องและแนวคิด อาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการนำเสนอบางครั้งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาและทำให้รูปแบบกับเนื้อหาสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว

เรื่องสั้นที่น่าสนใจในด้านกลวิธีนำเสนออีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่อง “โลกสามใบของราษฎร์ เอกเทศ” ที่ผู้เขียนนำเสนอเรื่องเล่าจากมุมมองของตัวละคร 3 ตัว คือ จิตรกร ทหารและแมงดา รวมทั้งตัวผู้เล่าเรื่องคือ “ผม” เรื่องเล่าจากมุมมองที่ต่างกันแม้จะมีรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เหมือนกันคือเป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษาหนีการกวาดล้างของทหารและเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ผสมผสานกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และ พฤษภาทมิฬ ซึ่งล้วนเป็นความรุนแรงที่หลอกหลอนตัวละครทุกตัว ในที่สุดความหวาดกลัวที่มีอยู่ในตัวละครทุกตัวหรือในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนก็มารวมกันอยู่ในห้องเดียวกันของ “ผม” และหลังจากที่ตัวละครทุกตัวพยายามฆ่าตัวตาย (แต่ไม่ตาย) “ผม” ก็ได้เกิดใหม่อีกครั้ง เมื่อได้ตระหนักว่า “คนเราหนีความกลัวไปไม่พ้น เพราะมันก็คือเงามืดของตัวเราเอง แต่เราสามารถเลือกที่จะเดินเข้าหาแสงสว่างเพื่อให้เงาดำกลับไปอยู่ข้างหลังได้” (หน้า 70) ความหวาดกลัวหายไปเมื่อเขาสำนึกได้ว่า “ตอนนี้ ผมไม่ได้กลิ่นคาวเลือดแล้ว มองฟ้าที่เริ่มสาง ความมืดไม่เคยคงอยู่นิรันดร์ ทางเดียวที่จะช่วยนำเมาคลีกลับมาสู่ตัวตนที่แท้จริงก็ด้วยความรักเท่านั้น และมนุษย์เราทุกคนก็มีอัตตาแห่งความดีงามและความรักซ่อนอยู่ในตัวด้วยกันทุกคน การให้อภัยแก่ตนเองหรือผู้อื่นก็คือความรักชนิดหนึ่ง…..” (หน้า 71)

นอกจากการเล่าเรื่องที่น่าสนใจเเล้ว เนื้อหาที่ วินทร์ เลียววาริณ เขียนขึ้นนั้นในบางเรื่องได้สอดแทรกเเนวความคิดที่ช่วยให้กำลังใจเเก่ผู้ที่อ่านไม่มากก็น้อยด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศ ไปจนถึงชีวิตรอบๆตัวของเราเองในปัจจุบันอีกด้วย ข้อความประโยคสั้นๆที่กินใจผู้อ่านหลายคนนั้นสะท้อนให้เห็นถึงเเนวความคิดที่สดใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านกี่รอบก็ตาม จึงทำให้หนังสือ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” เป็นหนังสือที่ดีมีคุณค่า เเละหน้าอ่านเป็นอย่างมากครับ

ขอบคุณ : http://www.winbookclub.com

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

จันทิมา

jakkrit