พัทยาเดลีนิวส์

27 มีนาคม 2553 :: 13:03:25 pm 12626

“แดง” เสริมทัพรวมพลคนต่างจังหวัด โกนหัวประท้วงร่วมกัน

รวมพลใหญ่อีกรอบ กลุ่มคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดยกพลร่วมสมทบ ผบช.น ชี้วางบึ้ม M67 แค่สร้างสถานการณ์ จากฝีมือของพวกป่วนเมือง ซึ่งไม่ใช่คนสีเขียว หรือสีกากี แต่เป็นพวกสีดำมากกว่าเพราะจิตใจดำและคับแคบ
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (27 มี.ค. 53) กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนพลไปทั่วกรุงเทพฯ อีกรอบในวันนี้ เพื่อหวังหาแนวร่วมจากคนในเมืองหลวงเพิ่ม กดดันรัฐบาลให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ฝ่ายรัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ มีการวางกำลังทั้งตำรวจและทหารตามจุดต่าง ๆ อย่างรัดกุม โดยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงมีวิธีการประท้วงหลากหลาย เพราะนอกจากการชุมนุมอย่างสันติวิธีแล้ว ยังมีการเจาะเลือดผู้ชุมนุม ก่อนจะนำไปเทยังสถานที่สำคัญทางการเมืองหลายแห่ง และล่าสุดคือการนำกลุ่มผู้ชุมนุมที่สมัครใจมาโกนศีรษะประท้วง

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การชุมนุมในวันที่ 27 มี.ค. จะนัดประชาชนให้มาพร้อมกันบนถนนราชดำเนิน โดยเวลา 07.00 น. จะนิมนต์พระสงฆ์ 1,000 รูป เพื่อให้คนเสื้อแดงร่วมกันตักบาตร จากนั้นเวลา 10.00 น. แกนนำจะขอประชามติการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล ตามแนวทางสันติวิธี ส่วนแนวทางที่ชัดเจนจะประกาศในวันที่ 27 มี.ค. เพื่อดูว่ารัฐบาลจะรู้ข้อมูลภายในของคนเสื้อแดงหรือไม่ ขอเรียกร้องหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ปั่นกระแส ว่ามีกระบวนการก่อการร้ายนำอาวุธเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสร้างสถานการณ์ ข่าวดังกล่าวถูกปล่อยออกมาพล่อย ๆ คนเสื้อแดงไม่เคยเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่เมื่อใกล้วันชุมนุมใหญ่ มีการปล่อยข่าวสร้างความหวาดกลัว โดยไม่สนใจความเสียหายของ บ้านเมือง ขอฟันธงว่าจะไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย ปล่อยข่าวไปเรื่อย หากนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ คิดว่านั่งอยู่บนตักทหารแล้วรู้ข่าวความมั่นคง ขอให้นำทหารไปตรวจค้นหน้ามหาวิทยาลัยราม คำแหง เพื่อแสดงถึงความเป็นลูกผู้ชาย

จากการสัมภาษณ์ นายจตุพร กล่าวว่า คนเสื้อแดงจะปรับวิธีใหม่ ไม่ใช้การตระเวนสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ แต่จะเปลี่ยนเป็นการรวมตัวบนถนนราช ดำเนิน และตัดสินใจร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตรการปลดแอกรัฐไทย ออกจากอำนาจทหารในเวลา 10.00 น. เชื่อว่าปรากฏการณ์ของการชุมนุมใหญ่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย หากเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มเสื้อแดงกับกลุ่มจัดตั้ง รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ทางด้านคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัด ก็ทยอยเคลื่อนพลมาสมทบม็อบใหญ่ในกรุงเทพฯ อีกเพียบ ตามที่แกนนำนัดเคลื่อนไหวใหญ่ เผยม็อบจะชุมนุมในที่ตั้งสะพานผ่านฟ้าฯ ที่เดียว ไม่ออกดาวกระจายไปทั่วกรุงแบบเสาร์ที่แล้ว

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยจะไม่ห้ามปรามคนกทม. ถ้าจะออกมาไล่ม็อบเสื้อแดงให้สลาย ถ้ากลุ่มเสื้อแดงยังรุกรานสิทธิอย่างนี้ต่อไป คนกทม. อาจทนไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลกังวลใจว่าเหตุการณ์เผชิญหน้าอาจจะเกิดขึ้นได้ และขอให้ทางกทม. ตรวจสอบการติดสติ๊กเกอร์ ป้ายบิลบอร์ดให้ยุบสภา ทั่วกทม.ว่าผิดพ.ร.บ.การรักษาความสะอาดหรือไม่ ถ้าพบว่าผิดกฎหมาย ต้องสั่งการให้แต่ละเขตแก้ไขทันที ส่วนการใช้วิธีอารยะขัดขืนนั้นทำได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งการปิดศาลากลางจังหวัดและการไม่เสียภาษีเงินได้นั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนการคืนบัตรประชาชน หากใครไม่ต้องการเป็นคนไทยก็คืนบัตรประชาชนได้ ไม่ผิดกฎหมายเช่นกัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนรับมือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 27 มี.ค.ว่า ยอมรับว่าเป็นห่วงความเคลื่อนไหว อาจส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพฯ และยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือขอให้มารวมตัวกันที่สะพานผ่านฟ้าฯ ตนต้องการให้ผู้ชุมนุมดำเนินการเหมือนในอดีต คือขอให้แจ้งมาเพื่อประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป

เมื่อถามว่าทางออกของการแก้ปัญหาอยู่ที่ไหน เพราะดูเหมือนรัฐบาลทำได้แค่การตั้งรับอยู่ที่ ร.11 รอ. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องการตั้งรับ เราไม่มีเป้าหมายไปบุกหรือสลายการชุมนุม รัฐบาลพยายามให้งานเดินหน้า แม้ภาพรวมการชุมนุมจะเรียบร้อย แต่ทุกวันยังเกิดเหตุระเบิดอยู่ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เหตุการณ์สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายจุดที่บ่งบอกว่ามีคนฉกฉวยสร้างความรุนแรง

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. แถลงว่า จากผลการตรวจสอบคดีคนร้ายใช้วัตถุระเบิดขว้างใส่สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่ กทม. และจังหวัดนนทบุรี รวมเหตุพบระเบิดที่สำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนใหญ่พบว่าเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน คือ “เอ็ม 67″ โดยมีการขูดลบหมายเลขทะเบียนประจำลูกระเบิดออกด้วย เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนหาแหล่งที่มา ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกป่วนเมือง ซึ่งไม่ใช่คนสีเขียว หรือสีกากี แต่เป็นพวกสีดำมากกว่า เนื่องจากจิตใจดำและคับแคบ ขณะนี้กำชับให้ผู้กำกับการทั้งนครบาล เร่งประสานกับผู้บริหารสถานที่ราชการทุกแห่ง สั่งการฝ่ายรักษาความปลอดภัยประจำสถานที่นั้น ๆ ช่วยเพิ่มความถี่เดินตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบให้มากขึ้น โดยเฉพาะตามบริเวณริมรั้วที่คาดว่าคนร้ายมักเลือกใช้เป็นจุดก่อเหตุ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่การข่าวรายงานเข้ามาแล้วว่า มีลูกระเบิดชนิดดังกล่าวทะลักเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ อีกหลายลูก

ขอขอบคุณ

ที่มา : ข่าวสด

ภาพ : prachathai.com

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com