พัทยาเดลีนิวส์

16 มกราคม 2558 :: 10:01:18 am 152169

“ ครู ” คือผู้นำทางชีวิต

คำว่า ครู หรือ คุรุ เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง แปลว่า เป็นผู้นำทางวิญญาณหรือจิตใจ
สนใจโฆษณา

จิตใจของคนเรา มีลักษณะที่อยากรู้อยู่ทุกขณะ ชอบคิด ชอบฝันอยู่เสมอ พระพุทธเจ้าได้เปรียบจิตใจคนเราเหมือนกับลิง อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องดิ้นรนไปจนถึงที่สุด ถ้าดิ้นไปถูกก็จะนำไปสู่ทางที่ดี ถ้าดิ้นไปไม่ถูกทางก็เหมือนกับคนตาบอด จะต้องเดินไปในทางที่ผิด จึงต้องมีคนคอยแนะนำชักจูง คือ ครู และบุคคลผู้ที่จะนำผู้อื่นทางวิญญาณได้นี้ หมายถึงวิญญาณของตนเจริญแล้ว จึงจะสามารถนำวิญญาณของผู้อื่นไปในทางที่ถูกได้

 

ประโยคเตือนใจที่เมื่อมีปัญหาชีวิตครั้งใด เราก็จะนึกถึงประโยคนั้นทุกครั้ง, ความรู้ในเนื้อหาใดที่ทำให้เรานำมาใช้ในการประกอบสัมมาอาชีพได้ตลอดมา , แบบอย่างหรือคำสอนใดที่สร้างแรงบันดาลใจต่อการดำเนินชีวิตหรือการทำหน้าที่การงาน หรือ การอบรมบ่มเพาะให้เราเป็นคนดี มีคุณธรรม ..สิ่งเหล่านี้คือของขวัญแห่งชีวิตอันแสนวิเศษ ซึ่งผู้เป็น “ ครู ที่ดี” ล้วนมีมอบให้กับศิษย์อยู่เสมอมา

 

ชีวิตของทุกคนกว่าจะเติบใหญ่ขึ้นมาได้ต้องเรียนรู้อะไรมากมายที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ นั้นนอกจากจะฝึกฝนได้จากประสบการณ์ตรงในชีวิตแล้ว คนทุกคนก็ต้องมี ครู ผู้สอน ทั้งในเนื้อหาทางวิชาการตามการเรียนรู้ในระบบการศึกษา และเนื้อหาในชีวิตจริง เช่น การประพฤติ ปฏิบัติตัว หรือเนื้อหาด้านการงาน วิชาชีพ ที่ผู้สอนอาจเป็นหัวหน้างาน เป็นรุ่นพี่ หรือเป็น ครู ที่รับจ้างสอนก็ตาม คำว่า “ ครู ” จึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่นัก เพราะเป็นผู้ที่ทำให้ผู้อื่นดำรงชีวิตอยู่ได้ ประกอบสัมมาอาชีพได้ รวมไปถึงใช้ชีวิตในทางที่ถูกต้องได้

 

22 11

 

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลังจากพระราชบัญญัติ ครู ประกาศใช้ ๑๒ ปี ได้มีการจัด “วัน ครู ” ขึ้นเป็น ครั้งแรกของจังหวัดพระนครและธนบุรีที่กรีฑาสถานแห่งชาติ โดยกำหนดความมุ่งหมายไว้เพื่อประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่าง ครู กับประชาชน โดยกำหนดวันที่ ๑๖ มกราคม ซึ่งเป็นวันประกาศพระราชบัญญัติ ครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นวัน ครู โดยมีกิจกรรมในงานวัน ครู คือ การทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า และจัดพิธีระลึกพระคุณบูรพาจารย์และปฏิญาณตน ในช่วงบ่าย นอกนั้นให้มีกิจกรรมพิเศษเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพ ครู ด้วยกันและระหว่าง ครู กับประชาชน โดยคำปฏิญาณตนนั้นให้ใช้ถ้อยคำดังต่อไปนี้

 “ข้าขอปฏิญาณตนว่า
ข้อ ๑ ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับได้ชื่อว่าเป็น ครู
ข้อ ๒ ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ
ข้อ ๓ ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะ ครู และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ แก่สังคม”

ความเป็น ครู เป็นสิ่งที่มีความหมายลึกซึ้ง ครอบคลุมทั้งนัยทางโลกและทางธรรม ท่านพุทธทาสภิกขุได้เคยกล่าวถึงคำว่า ครู ไว้ว่า

 

“คำว่า “ ครู ” นี้หากเราได้ค้นดูในหนังสือวรรณกรรมและตำราต่างๆ ทางฝ่ายบาลีและสันสกฤต ครู หรือคุรุ นี้ มาจากคำเดิมของบาลีและสันสกฤต เป็นคำที่ประหลาดและสูงสุดกว่าคำทั้งปวงที่นับเนื่องด้วยกัน เช่นคำว่า อุปัชฌาย์ อาจารย์ คำว่า ครู นี้มีความลึกซึ้งมาก แปลว่า เป็นผู้นำทางวิญญาณ”

 

“ผู้นำทางวิญญาณนั้นคือใคร เมื่อพิจารณาแล้ว วิญญาณ คือจิตใจ เป็นคำที่ตรงกันข้ามทางวัตถุ ร่างคือวัตถุ จิตใจเป็นของวิญญาณ แต่หมายถึงจิตใจที่ดำเนินไปได้ คือทำหน้าที่ในการรับรู้ คำว่า วิญญาณ อาจจะแปลออกไปได้หลายอย่าง แต่ที่ถูกคือ จิตใจ มีลักษณะที่อยากรู้อยู่ทุกขณะ ชอบคิด ชอบฝันอยู่เสมอ พระพุทธเจ้าได้เปรียบจิตใจคนเราเหมือนกับลิง อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องดิ้นรนไปจนถึงที่สุด จะหยุดก็ตรงเมื่อถึงจุดยอดของมัน คือพระนิพพาน ถ้าไม่ถึงสุดยอดแล้วก็ไม่หยุด เพราะยังไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา แต่ถ้าดิ้นไปถูกก็จะนำไปสู่ทางที่ดี ถ้าดิ้นไปไม่ถูกทางก็เหมือนกับคนตาบอด จะต้องเดินไปในทางที่ผิด จึงต้องมีคนคอยแนะนำชักจูง คือ ครู บุคคลผู้ที่จะนำผู้อื่นทางวิญญาณนั้น หมายถึงวิญญาณของตนเจริญแล้ว จึงจะสามารถนำวิญญาณของผู้อื่นไปในทางที่ถูกได้ เพราะบุคคลผู้นั้น วิญญาณได้เดินผ่านในทางที่ถูกแล้ว จึงจะนำวิญญาณของผู้อื่นได้ แม้ในทางโลกก็เช่นกัน จะไม่มีวิญญาณที่ต่ำๆ นำเขา คือ ตนจะต้องพ้นทุกข์เสียก่อนจึงจะนำเขาได้ ซึ่งสามารถที่จะนำเขาไปถึงที่สุดได้”

 

33 44

 

ผู้เป็น ครู จึงเป็นผู้ที่ต้องหมั่นพัฒนาฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ เพื่อที่จะสามารถนำทางศิษย์ให้ก้าวข้ามสิ่งไม่ดีทั้งปวงไปได้ ที่สำคัญต้องหาวิธีการสอนให้ศิษย์ได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ อย่างเข้าใจลึกซึ้งและนำไปใช้ ได้จริง ซึ่งก็คือการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เห็น ได้สัมผัสของจริง ได้ฝึกกระบวนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับตำราหรือการท่องจำ เพราะเมื่อเด็กเข้าใจและประทับใจกับสิ่งที่เรียนรู้แล้ว เด็กก็จะจำได้เองโดยอัตโนมัติ หน้าที่ ครู จึงเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ นอกจากจะต้องสอนให้ศิษย์มีความรู้แล้ว ก็ยังต้องสอนให้มีคุณธรรม พาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ จึงจะสามารถเรียกตนเองว่าเป็น “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

ในขณะเดียวกันผู้เป็นศิษย์ก็ควรตระหนักถึงหน้าที่และเนื้องานอันหนักอึ้งของ ครู ให้ความเคารพ ให้เกียรติ เชื่อฟัง และนำไปปฏิบัติตาม เมื่อ ครู และศิษย์ต่างเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งสองฝ่ายก็สามารถแลกเปลี่ยนรู้ซึ่งกันและกันได้ อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดขึ้นไป สังคมก็จะมีแต่ความเจริญก้าวหน้า ไม่เสื่อมถอย

 

ในวาระวัน ครู ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งชาตินี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ย้อนระลึกถึงคุณงามความดีของ ครู ที่ส่งให้เราก้าวข้ามสิ่งไม่ดีต่างๆ มาได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งเราอาจหลงลืม และไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราเรียนรู้ผ่าน ครู บาอาจารย์ จนหลอมเราให้เราเป็นตัวราได้ในปัจจุบัน ที่สำคัญที่สุด เราจะต้องไม่ลืมสิ่งดีดีที่ ครู เพียรสอน และนำมาใช้พัฒนาตัวเองไม่ให้ตกต่ำ มีแต่ความเจริญก้าวหน้า ยิ่งๆ ขึ้นไป

Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com