พัทยาเดลีนิวส์

06 กรกฎาคม 2553 :: 13:07:26 pm 25652

2 อ้อ ข้อหาหนักบึ้ม ! ภท. หนีตั้งหลักเขมร

"อ้อ-อ้าย" ผู้ต้องหาว่าจ้างลอบบึ้มข้างพรรค ภท. ที่หนีไปกบดานเขมร ถึงเมืองไทย "ดีเอสไอ" แจ้นรับตัวไปฝากขังต่อศาล ธาริตบอก ผู้ต้องหาอ้างทำระเบิดจริงแต่ไม่รู้วางที่ไหน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (5 ก.ค. 53) นสพ.มติชน รายงาน เมื่อเวลา 07.00 น.รัฐบาลไทยส่ง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วบ ผบ.ตร.(ปป.51) และ รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมกำลัง และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันไปรับตัวนายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด อายุ 43 ปี และ น.ส.วริศรียา หรืออ้อ บุญสม อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมวางระเบิดหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในข้อหาร่วมกันผลิต มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน (โรงเรือนที่ประชุม) และน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น พกพาวัตถุระเบิดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

โดยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้ต้องหาทั้งสองออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ต่อมาวันที่ 3 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ของกัมพูชา นำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ขณะที่พักอยู่ที่ โรงแรมซิตี้ อังกอร์ จ.เสียมเรียบ หรือ เสียมราฐ กัมพูชา มาควบคุมไว้ที่กรุงพนมเปญ และได้ส่งตัวให้ทางตำรวจไทยรับตัวมาดำเนินคดี

เมื่อเครื่องบินมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.อัศวินคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 11.30 น. เพื่อสอบปากคำเบื้องต้น ก่อนส่งตัวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอไปดำเนินคดี หลังจากโอนเป็นคดีพิเศษ ทั้งนี้ นายกอบชัย หรืออ้าย ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ระบุว่า ตนและภรรยายอมรับว่ารู้จักกับนายเดชพล ที่ถูกออกหมายจับ เพราะเราคุยกัน เป็นเสื้อแดงเหมือนกัน เมื่อเกิดเหตุระเบิดก็ไม่รู้ว่าถูกออกหมายจับ คิดว่าเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ตนและภรรยาเดินทางออกไปเขมรวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันหลังจากเกิดเหตุระเบิดแล้ว 1 วัน ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้หรือไม่ว่าจะมีการวางระเบิด ภท. นายกอบชัยกล่าวว่า การที่เขาทำอะไรระเบิดอะไรไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วย เมื่อถามว่า รู้มาก่อนหรือไม่นายกอบชัยบอกว่า ไม่ทราบ ส่วนคืนนั้นวันที่ 21 มิถุนายน ได้ไปนอนพักที่ซอยโชคชัย วันต่อมาก็กลับบ้านที่ จ.จันทบุรี แต่เห็นการประกอบระเบิดหรือไม่ ตนไม่ทราบเพราะไม่รู้จัก

ด้าน น.ส.วริศรียา หรืออ้อ ปฏิเสธว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถูกใส่ร้ายแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าฝ่ายไหน เพราะตั้งแต่ที่ออกไปกัมพูชาไม่รู้เรื่องที่เมืองไทยเลย เมื่อถามว่า เป็นการเมืองหรือไม่ น.ส.วริศรียากล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทำ แต่รับว่าให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่ทำงานนี้ เพราะฉะนั้น ต้องถอยไปตั้งหลักแน่นอน และให้ที่พักเพราะคนเหล่านี้ต้องการมางานศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง

“ดิฉันเข้ามาร่วมชุมนุมและเข้าไปช่วยทำงานในมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทย เพราะฉะนั้น ฉันรู้จักคนมากมาย ฉันช่วยเหลือคนมาก แต่กลุ่มนี้เราไม่ทราบว่าเขามาทำอะไร ถามว่า จิตใจคนเสื้อแดงพร้อมต่อสู้ไหม ทุกคนพร้อมอยากทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนหันมามองว่าเราเจ็บปวดอย่างไร ถ้าถามว่า ฉันรู้เรื่องไหม ไม่ทราบ ฉันไม่มีเหตุแรงจูงใจอะไรเลย เป็นผู้หญิง มีหน้าที่การงาน กิจการ ไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเดียว ส่วนกี้-อริสมันต์ ฉันไม่ได้พบ ฉันแค่ไปตั้งหลัก และเขมรเป็นที่เดียวที่เราพักได้ ตามหาตัวแกนนำ ให้ช่วยเหลือเราได้” น.ส.วริศยากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พยายามซักถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ได้เข้ามาบอกผู้ต้องหาทั้ง 2 ว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาแล้ว จะต้องสอบสวนและบันทึกคำให้การ ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามซักถามแต่ พล.ต.ต.อำนวยก็เข้ามาขัด และถาม น.ส.วรริศรียาว่า จะตอบนักข่าวหรือจะตอบเจ้าหน้าที่ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนออกจากห้องแถลงข่าวไปสอบปากคำยังห้องประชุม 3

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการจับกุมตัวนางวริศรียา บุญสม หรืออ้อ และนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย ว่า เบื้องต้นผู้ต้องการให้การภาคเสธว่า เกี่ยวข้องกับการทำระเบิดจริง แต่ไม่รู้ว่าระเบิดที่ทำแล้วจะเอาไปวางที่ไหน โดยภายหลังการรับตัวผู้ต้องหาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะนำตัวมาควบคุมที่ดีเอสไอ ก่อนนำตัวไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 6 ก.ค. นี้

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือผลิตและมีระเบิดในครอบครอง กับข้อหาก่อการร้าย โดยในเวลา 14.00 น. ดีเอสไอและอัยการจะร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา โดยได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้จะขยายผลสอบสวนโทรศัพท์มือถือส่วนตัวจำนวน 3 เครื่อง ของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย โดยจะเช็คเครือข่ายการติดต่อสื่อสารในช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุระเบิด เพื่อเป็นแนวทางในการสอบสวน ส่วนเรื่องการทำแผนประกอบการรับสารภาพนั้น ยังต้องรอดูคำให้การของผู้ต้อง หากรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาจึงจะนำตัวไปทำแผนก่อนนำตัวไปฝากขัง โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี

ที่มา มติชน

ภาพ ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com