พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
23 เมษายน 2552 :: 15:04:25 pm 1692

ถ้าไม่ถึงตาย..คงไม่อยากสวมหมวกกันน๊อค!

"อุบัติเหตุ" คือ "เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันคิด" ถือกันว่าเป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่คาดฝันมาก่อน เป็นสิ่งใกล้ตัวชนิดที่คุณเองอาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะความปลอดภัยของบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม ซึ่งมีอยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจและควรมีการรณรงค์ให้มากคือการให้ลูกหลานรู้จักสวม หมวกนิรภัย..

ปัจจุบันการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ถือเป็นเรื่องที่บุคคลทุกเพศ ทุกวัย ควรให้ความสำคัญให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก และเยาวชนทั้งหลายที่บางครั้งมักมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ยิ่งในช่วงเปิดเทอมด้วยแล้ว จะสังเกตได้ว่าผู้ปกครองบางรายมักจะให้บุตรหลานขับขี่รถจักรยานยนต์มาเรียน เอง ส่วนเด็กเล็ก ๆ ก็จะมีผู้ปกครองมารับที่หน้าโรงเรียน บางครั้งด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัด ประกอบกับความเร่งรีบทั้งตัวของผู้ปกครองและนักเรียนเอง ทำให้มองข้ามเรื่องของความปลอดภัยไป

โดยเฉพาะการสวม หมวกนิรภัย ที่ปัจจุบันยังคงมีบางคนที่ไม่มีการสวมใส่ บางคันก็สวมแต่เฉพาะคนขับเท่านั้น ซึ่งหากพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำให้ไม่มีสิ่งช่วยกำบัง หรือป้องกันอันตรายจากการถูกกระทบกระแทกได้ ผู้ปกครองควรส่งเสริมและสนับสนุนให้บุตรหลานสวมหมวกนิรภัยในการไปกลับ โรงเรียน ส่วนผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานเองนั้นก็ควรที่จะสวมหมวกนิรภัยให้กับตัวเอง และบุตรหลานไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะการเกิดอุบัติเหตุทางด้านการจราจรมักนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและ ทรัพย์สินเสมอ ทั้งนี้ ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการออกมารณรงค์และส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมมือกันปฏิบัติอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่งก็มักไม่ค่อยให้ความสำคัญและปฏิบัติตาม ทั้งๆ ที่กฎหมายจราจรกำหนดให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องสวมหมวกนิรภัย

เมื่อ ไม่นานมานี้ ก็ได้มีการรณรงค์ให้เด็กเล็กสวมหมวกนิรภัยด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่มักพบว่าผู้ใหญ่จะเป็นผู้สวมใส่เอง ส่วนเด็กกลับถูกละเลยและถูกมองข้ามความปลอดภัยไป ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่ ผู้ปกครองทุกท่าน รวมไปถึงบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรหันมาให้ความสำคัญและเล็งเห็นถึง ประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัยให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะวันนี้ ตราบใดที่ท่านยังไม่สูญเสียสิ่งที่รักไป นั่นหมายถึงว่ามันยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นปฏิบัติกันอย่างจริงจัง เพราะบางครั้งเงินที่เสียไปกับการซื้อหมวกนิรภัยเพียงไม่กี่บาท อาจคุ้มค่ากว่าการที่ต้องเสียไปกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการสูญเสีย..

หากไม่สวมหมวกนิรภัยในวันนั้น..อาจจะไม่มีวันมานั่งเขียนหนังสือได้ในวันนี้
จาก ประสบการณ์ตรงทำให้ทราบ การสวมหมวกนิรภัย หรือหมวกกันน๊อคเวลาขับขี่รถจักยายนต์มีประโยชน์โดยแท้  เนื่องจาก ปัจจุบันรถจักรยานยนต์จัดเป็นพาหนะที่ประชาชนให้ความนิยมกันอย่างมากในการ เดินทางสัญจรเพราะมีราคาถูก ขับขี่ง่าย สะดวก ประหยัดนํ้ามัน และมีความคล่องตัวในการใช้งาน แต่อันตรายของอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ก็สูงมากเช่นกัน ดังคำพูดที่ว่า “เนื้อหุ้มเหล็ก” ไม่บาดเจ็บก็ตาย เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่และผู้โดยสารมักจะพุ่งลอยไปข้างหน้า โอกาสที่ศีรษะจะกระแทกวัตถุข้างหน้ามีมากจะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะและ สมอง ส่งผลให้เกิดความพิการและอันตรายต่อชีวิตได้

หมวก นิรภัย เป็นอุปกรณ์สำคัญในการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะได้ เป็นอย่างดี และจากการศึกษาข้อมูลทางสถิติพบว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยจะได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ มากกว่าผู้ที่สวมหมวกนิรภัยถึง 2-3 เท่า และปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่าการที่ผู้ปกครองขี่รถจักรยานยนต์ มาส่งลูกเข้าเรียนทุกวัน โดยไม่ได้ สวมหมวกนิรภัยให้ลูกเป็นเรื่องเล็กน้อยที่บางคนมองข้าม และไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดอุบัตุเหตุและความเสียหายทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน ตามมา เมื่อแลกกันแล้ว คิดว่าไม่คุ้มเลย!

การบังคับใช้ กฏหมายกวดขันในเรื่องการสวมหมวกกันน๊อค บางคนมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดในการจับกุม และบังคับใช้หมวกกันก็เนื่องมาจากเห็นว่าหมวกนิรภัยจะช่วยป้องกันชีวิตได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุเพราะ รัฐบาลคงไม่มีงบซื้อแจกตามสี่แยกทุกๆวัน! สิ่งที่ทำได้ คือรณรงค์ให้รู้ถึงความผิดถูก และคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเอง ไม่ใช่ใส่หลบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกกวดขันจับกุม เพราะ การไม่สวมหมวกนิรภัย ทางกฎหมายจราจรก็ปรับเพียงไม่เกิน 200 บาท เท่านั้นเอง

ตอน นี้ก็คงได้แค่ตักเตือน และรณรงค์ให้ผู้ปกครองและเด็กมีจิตสำนึกถึงความปลอดภัยของตัวเอง แน่นอนว่าหากประชาชนทั่วไปยังคงสวมหมวกกันน๊อคเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการถูก จับกุม มากกว่าการสวมหมวกกันน๊อคเพื่อต้องการป้องกันขณะที่ขับขี่ การสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยอมมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยอย่างแน่นอน..


Reporter : สิริ กัลยา   Photo : Internet   Category : จดหมายถึง บก.

แสดงความคิดเห็น


    

*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

kwan

wan

wan

ซานุกเก้อ

น้องหวานเองค่ะ