พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
23 พฤษภาคม 2552 :: 17:05:00 pm 1168

ปรากฎ ” กรรม ” ธรรมะ ช่วยได้!!

ศรัทธา ศาสนา ความเชื่อ ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่สังคมบ้านเรามาช้านาน คงจะไม่ต้องย้ำ ว่าเป็นเพราะอะไร? ทุกบ้านเมือง ทุกประเทศ ต่างมีศาสนาและหลักความเชื่อที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอน..ว่า เรา "สยาม ประเทศ " ย่อมมีสิ่งนี้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เป็นศูนย์กลางทางจิตใจ จนยากที่จะปฎิเสธได้ว่า เรื่องพวกนี้ช่างใกล้ชิดกับเราซะเหลือเกิน..

โดยเฉพาะ เรื่องสิ่งเล้นลับ หรือปรากฎการณ์ที่เหนือธรรมชาติ.. ส่วนตัวแล้ว เป็นคนที่ ” ศรัทธา” ในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์มาก เพราะสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้ เมื่อพูดถึงหลักธรรม เชื่อว่า หลายคน คงจะมีอย่างน้อย ซัก…หนึ่งหลักอยู่ในใจ ที่ยึดถือปฎิบัติและใช้ประคองตน อาจจะเริ่มจากหลักธรรมพื้นฐาน อย่าง ศีล 5 ที่อาจจะดูง่ายๆ แต่..ยากเหลือเกินในทางปฎิบัติ มนุษย์ยังมีกิเลศ และตัณหาอยู่มาก ซึ่ง ความต้องการและความอยากอันนี้แหละ ที่เป็นตัวชักนำให้เตลิดไป และทำผิดศีล ..

ศีล หมายถึง การทำดี การทำผิดศีล บางครั้งเราไม่ได้ตั้งใจ!! แต่..เหตุด้วยความไม่ตั้งใจนั้นแหละ ที่ป็นผลย้อนกลับมาทำร้ายเรา เป็นกงล้อ เป็นวัฎจักร เหมือนเงาตามตัว คอยสะกิดให้เราได้นึกและเห็นภาพ เกิดเป็นความทุกข์อยู่ตลอดเวลา.. เมื่อคืนนี้ มีโอกาสได้ฟังธรรมโดยพระมหาสมปอง ท่านเทศนาสอน เรื่อง ” กรรม” จากรายการวันวาน ยังหวานอยู่ ออกอากาศทางช่อง 7 สี ซึ่ง ถ้าใครได้ติดตามรับชม รับฟัง คงได้แง่คิดดีๆไม่น้อยเลย ต้องขอชมและนมัสการจากใจเลยว่า พระมหาสมปอง ช่างเป็นพระนักเทศ ที่มีวิธีการอันแยบยลจริงๆเพราะ นอกจากเราจะได้แง่คิดแล้ว ยังเป็นการฟังเทศนาธรรม แบบใหม่ ที่ทำให้ธรรมะไม่น่าเบื่ออีกด้วย

เรื่องหนึ่งที่ฟังแล้วรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ และรู้สึกว่ามีน้ำรื้นขอบตา คือ เรื่อง ” กรรม ที่ทำกับ พ่อ แม่ “ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เชื่อว่า ” ลูกๆ “ อย่างเรา ไม่มีใครไม่เคยทำอากัปกิริยาแบบนี้กับคุณพ่อ คุณแม่ อย่างแน่นอน!! เช่น เมื่อไม่ชอบใจ ก็กล่าว หาว่าท่านไม่รัก..พ่อ แม่ ไม่เคยเข้าใจ ทำอะไรก็ผิดไปหมด รักพี่ รักน้องมากกว่าเรา ลำเอียง ฯลฯ แล้วปิดประตู ดังปัง!!ใส่หน้าท่าน กระทืบเท้าใส่ท่าน อาละวาด ตวาดโมโห เพื่อประชดท่าน หรือเพื่อ บันดาลโทสะของตัวเราเอง ไม่คำนึง หรือ นึกถึงจิตใจท่านเลย ว่าท่านจะบอบช้ำและเจ็บปวดมากว่าเราสักเพียงไหน เบื้องหลังแล้วเราไม่รู้หรอกว่า ท่านต้องมาแอบร้องไห้สักกี่ร้อย กี่พันหน และไม่สนใจด้วยว่าท่านจะรู้สึกอย่างไร…

น้ำตา แม่แต่ละหยด กลั่นกรองมาจากความรัก หรือ ถ้าใครจะบอกว่าแม่ปล่อยโฮ !!ต่อหน้าเรา เวลาเราตะคั้นตะคอกใส่ท่านนั้น ดิฉันกล้าเถียงได้เลยว่าไม่เป็นความจริง…ไม่มีทางที่ท่านจะให้เราเห็น น้ำตาของท่านง่ายๆ เพราะอะไรรู้มั้ย..เพราะท่านกลัวว่าเราจะไม่สบายใจ ทั้งๆที่ตัวเราเอง ไม่แม้แต่จะแคร์ และไม่นึกถึงหัวอกของท่านเลย  บางครั้งที่ท่านร้องไห้ต่อหน้าเรา อาจจะเป็นเพราะว่าคุณทำกับท่านอย่างร้ายกาจจริงๆ

เวลา ที่เราเสียใจ แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย น้ำตา..ยังแอบเล็ดออกมาได้ แล้วคิดดูว่า พ่อ แม่ ของเรา ท่านจะต้องใช้ความอดทน และทรมานมากแค่ไหน.. เรายกย่องคนอื่นเป็นร้อยเป็นพัน ยอมไหว้ยอมกราบคนที่เพิ่งเจอกัน แต่ เค้ามีอำนาจ!!ไม่เคยไหว้ ไม่เคยกราบพ่อ แม่ ของตัวเองเลย ชักชวนกันทำบุญ 9 วัด 7 วัด ไขว่คว้าบริจาคเงินสร้างวัด สร้างกุศล แต่มองข้ามพระอรหันต์!!ไป

อยาก ทราบมั้ยค่ะ..ว่าพระอรหันต์อยู่ที่ไหน? ไม่ยากเลยเรื่องนี้ กลับบ้านไปลองมองดู คนที่ทุกครั้งจะคอยถามเราเสมอว่า..เหนื่อยมั้ยลูก? ทานข้าวมั้ย?ลูก..หิวมั้ย ?นั่นแหละ คือ พระอรหันต์ตัวจริง เราไม่ต้องดิ้นรนไปสร้างบุญ สร้างกุศลนอกบ้านหรอก แค่ในบ้านเรา พ่อ แม่เรา ดูแลท่านให้ดีเสียก่อนก็พอ เพราะ ถึงแม้คุณจะสร้างเจดีย์ 7 ชั้น สร้างโบสถ์ สร้างวิหารมากมาย แต่เป็นลูกที่อกตัญญู ความเจริญก็จะไม่บังเกิดกับคุณ เพราะคุณได้ทำรายพระอรหันต์อย่างคาดไม่ถึง ..

พระท่านสอนว่า การทำกรรม จะบาปไม่บาป ในทางพระพุทธศาสนานั้น ให้ดูที่เจตนาเป็นที่ตั้ง กรรมใดที่ทำโดยไตร่ตรองถึงผลที่จะเกิดไว้แล้วนั้น ถือว่าเป็นการทำกรรมโดยเจตนา อันนี้ บาปหนัก แต่หาก กรรมนั้นเกิดจากความไม่ตั้งใจ ยังถือว่ายังมีกรรมอยู่ แต่..เบาบางแล้ว เพราะขาดเจตนานั่นเอง การละกรรม เหล่านี้ ทำได้โดยการหมั่นสวดมนต์ภาววนา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับสิ่งเหล่านั้น

เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ จะขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่ายๆ คือ น้ำ เปรียบได้กับ ความบริสุทธิ์ เกลือ คือ ความชั่ว ทั้งหลาย ทั้งปวง ธรรมดา รสชาติของน้ำ คือ รสจืด ถ้าเราทำความชั่ว ก็เหมือนกับการเติมเกลือลงไปในน้ำ ซึ่งแน่นอนว่า น้ำจะต้องมีรสชาติที่เปลี่ยนไปแล้ว..ซึ่งนั่นก็คือ น้ำมีรสเค็ม แต่ยังเป็นรสที่เบาบางอยู่ เมื่อเราทำความดี ก็เหมือนกับเทน้ำเติมลงไปอีก รสชาติมันก็ยังเค็มอยู่..แต่เบาบางลง นั่น คือ กรรมนั้น เริ่มเจือจางลงแล้วนั่นเอง

ในทางตรงข้าม ถ้าเราเลือกที่จะเติมเกลือ แทนน้ำ ความเค็ม หรือ กรรมก็จะหนักหนามากกว่าเดิม ยิ่งเมื่อเราเติมลงไปเรื่อยๆ ไม่เติมน้ำลงไปเลยฉันใด จากน้ำบริสุทธิ์ธรรมดา ก็จะกลายเป็นน้ำเกลือที่เค็มจนขมได้ฉันนั้น เพราะฉะนั้นต้องเลือกเองว่าเราจะบิโภคน้ำเกลือ หรือน้ำเปล่าบริสุทธิ์

เมื่อ เราหมั่นทำความดี สร้างแต่กรรมดี โดยเฉพาะกับบุพการี ละวางสิ่งชั่วร้ายหรืออบายมุข หรือ การหมั่นเติมน้ำเพื่อเบาบางเกลือ ก็จะทำให้เรามีความสุขได้ ไม่ต้องมาคอยระแวง ระวังว่า สิ่งไม่ดีที่เราได้ทำลงไปนั้น จะย้อนกลับมาเล่นงานเราวันไหน ไม่ต้องระแวงว่าเมื่อเรามีลูก เค้าจะมาตวาดแว๊ดๆเหมือนที่เราทำกับพ่อ แม่ มั้ย? ใครทำดีอยู่แล้ว ..ขออนุโมทนาด้วย

แต่หากใครที่อ่านแล้วสะกิดใจ ก็ขอให้ คิดใหม่ ทำใหม่ ทำดี ตอนนี้ยังไม่สาย เพราะเรายังมีลมหายใจอยู่ และพ่อ แม่ ของเราก็ยังอยู่ ซึ่ง ไม่รู้ว่า พ่อ แม่ นั้นท่าน จะหมดลมจากเราไปเมื่อใด…มีโอกาสจงไขว่คว้าไว้ ก่อนที่พระอรหันต์ในบ้านจะจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ!!

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    

*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com