พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
28 สิงหาคม 2552 :: 16:08:57 pm 1730

อาการหลงผิด ป่วยจิตชนิด ไม่รู้ตัว !!

ควรยึดหลัก “ปรับ 4 เติม 3” ไม่ว่าใครก็อาจมีโอกาสเสี่ยง “โรคจิต-โรคทางจิต”โรค นี้มีหลายกลุ่มอาการ และบางกลุ่มอาการ ถ้าดูผิวเผินจะดูไม่ออก ทั้งนี้ว่ากันในเชิงวิชาการแพทย์ ของโรคจิตในภาพรวมทั่วไป มิใช่การเฉพาะเจาะจง ไปที่กรณีใดกรณีหนึ่ง

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องของ โรคจิต (Psychosis) นั้นถือเป็นโรคที่คนกลัวกันมาก ซึ่งสาเหตุของการเจ็บป่วยสามารถ เกิดได้ทั้งจากความผิดปกติทางร่างกาย ความผิดปกติของจิตใจ ความกดดันจากสิ่งแวดล้อม และโรคจิตก็เป็นโรคที่ผู้ป่วยไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองป่วย “ผู้ป่วยมัก จะมีอาการเสียการรับรู้ต่อสภาพความเป็นจริง ทำให้มีความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและบุคลิกภาพ บางครั้งรุนแรงจนไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติเหมือนคนธรรมดาได้”

นพ.ทวีศิลป์ บอกต่อไปว่า สำหรับการตรวจหาอาการทางจิตนั้น โดยหลักการแพทย์ผู้ทำการตรวจและรักษาจะพิจารณาลักษณะอาการของผู้ป่วยจากหลักการ 3 ข้อเบื้องต้นคือ 1.ผู้ป่วยมีบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ ? 2.ผู้ป่วยมีการรับรู้ที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่ ? และ 3.ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้อาการป่วยของตนเอง ? ซึ่งหลักการ 3 ข้อนี้จะบ่งบอกในเบื้องต้นได้

ข้อแรก ที่มักเห็นได้ชัดคือผู้ป่วยจะมีอาการผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม เช่น จากที่เคยเป็นคนคุยน้อยก็คุยมากขึ้น หรือจากคนที่เคยเป็นคนร่าเริงก็เปลี่ยนเป็นอยู่คนเดียวเงียบ ๆ, ข้อที่สอง ในการสังเกตความเปลี่ยนแปลงสามารถสังเกตได้จากการที่ผู้ป่วยมักบ่นว่าได้ยิน เสียงในหูแว่ว ๆ เพียงคนเดียว เห็นภาพหลอน หรือมีอาการพูดคนเดียวเพียงลำพังเป็นเรื่องเป็นราว, ข้อที่สาม ส่วนใหญ่จะมีอาการในข้อแรกและข้อที่สองประกอบ โดยคนรอบข้างสามารถสัมผัสได้ ในขณะที่ผู้ป่วยเองไม่สามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ถ้าแพทย์พิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายหลักเกณฑ์ใน 3 ข้อนี้ ถ้ามีปัญหาข้อใดข้อหนึ่ง จึงจะตรวจอย่างละเอียดต่อไป

รูปแบบของโรคจิต นพ.ทวีศิลป์ให้ข้อมูลว่า จะมีการแสดงออกทางอาการแตกต่างกันไป อาทิ อาการคลุ้มคลั่ง อาการเรื่อยเปื่อย อาการประสาทหลอน อาการซึมเฉย อาการหลงผิด และกลุ่มอาการรวม “กลุ่มอาการที่มีการรักษาในโรงพยาบาลมากที่สุด คือกลุ่มอาการจิตเภท ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดที่แน่ชัด โดยเป็นกลุ่มที่ต้องมีการสังเกตอาการต่อเนื่อง และต้องได้รับการประเมินแบบทดสอบทางจิตวิทยาจากผู้ชำนาญการ เนื่องจากบางรายอาการอาจแสดงออกชัด แต่บางรายอาการอาจแสดงออกไม่ชัด”ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคมระบุ

พร้อมทั้งบอกอีกว่า การประเมินผล เพื่อวิเคราะห์อาการ จะต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบ รวมถึงจะต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย ในการทดสอบสภาพจิต อาทิ… การเขียน การพูด การอ่าน การดู จึงจะชี้ชัดได้ “เพราะในผู้ป่วยทางจิตบางรายนั้น หากไม่มีการทำการทดสอบดังที่ว่ามา ก็จะพบว่าแทบจะมีบุคลิกที่ไม่แตกต่างไปจากคนปกติธรรมดาทั่วไปเลย ยกเว้นเมื่อพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือมีกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งที่ไปกระทบกับบุคคลนั้น ๆ ถึงจะมีอาการแสดงออกมาให้คนภายนอกเห็น”

นพ.ทวีศิลป์อธิบายให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคจิตในภาพ รวมเพิ่มเติมด้วยว่า กลุ่มอาการที่ก็มีการพบบ่อยคือ “กลุ่มอาการหลงผิด” หรือ “ดิลยูชันแนล ดิสออร์เดอร์ (Delusional Disorder)” ซึ่งกลุ่มอาการนี้โดยปกติก็จะไม่แสดงอาการอื่น ๆ ที่ผิดปกติ ให้เห็น ผู้ป่วยกลุ่มอาการลักษณะนี้ “สามารถใช้ชีวิตปกติกับคนอื่น ๆ ได้โดยแยกไม่ออก สามารถพูดจารู้เรื่อง ทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนคน ทั่วไป”

เป็นเหตุให้การพยากรณ์โรคทำได้ยาก เนื่องจากไม่ได้คิดว่าตัวเองเจ็บป่วย แต่หากถูกกระทบจากเรื่องที่คิดคำนึงและหมกมุ่นอยู่ และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ใช่ ตรงกับความคิดตัว จึงจะแสดงอาการออกมา ซึ่งโดยปกติผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ป่วยแล้วจะไม่ค่อยเข้ารับการรักษา “เพราะคิดว่าตนเองไม่ได้ป่วย ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นมักไม่กระทบกับตัวคนป่วย แต่จะกระทบกับคนรอบข้างแทน”

ทั้ง นี้ นพ.ทวีศิลป์ชี้ไว้ว่า ปัจจุบันปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัวเป็นปัญหาใหญ่ทางสังคมใกล้ตัวคนไทย ซึ่งควรยึดหลัก “ปรับ 4 เติม 3” คือ. ปรับอารมณ์ มีสติ, ปรับความคิด มองด้านดี, ปรับการกระทำ เลือกวิธีที่เหมาะสม, ปรับเป้าหมาย ไม่ยึดมั่นถือมั่น, เติมศรัทธา เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น, เติมมิตร มีคนที่ไว้ใจไว้ขอคำปรึกษา, เติมจิตใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างรอบด้าน “แล้วปัญหาก็จะไม่เกิด”

“ป่วยทางจิตแต่ดูเหมือนปกติ” อาการแบบนี้ก็มีด้วย…จริง ๆ เป็นเรื่องจริงด้านสุขภาพจิตในภาพรวม มิได้เฉพาะเจาะจง ถ้าไม่รู้จัก “ปรับ 4 เติม 3” ไม่ว่าใครก็มีโอกาสเสี่ยง !?!?!.

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com