พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
30 สิงหาคม 2552 :: 13:08:42 pm 1734

เผ็ดจริงตัวแค่นี้ โดนนิดเดียวทั้งแสบทั้งเผ็ดร้อน

เพียงคุณสัมผัสถูกพริกแล้วไม่ล้างมือ เผลอไปขยี้หูขยี้ตา ลูบหน้า ผลที่ได้คืออาการแสบร้อน ใครที่ชอบส้มตำมะละกอรสเด็ดๆ ชนิดกินไปน้ำหูน้ำตาไหล อย่าไปดื่มน้ำเย็นเชียวเดี๋ยวจะยิ่งเผ็ดหนัก ต้องเอาเกลือมาอม เรียกว่าเกลือจิ้มพริก ความเผ็ดจะค่อยทุเลาลง

พริก เป็นพืชผักสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวไทยเช่นเดียวกับหัวหอม กระเทียม ชนิดที่ขาดไม่ได้เลย แม้ว่าบ้านเกิดดั้งเดิมจะมาจากแถบอเมริกาใต้ แต่คนไทยก็รู้จักการใช้พริกในการประกอบอาหารจนจัดอยู่ในทำเนียบผักพื้นบ้าน ไทยไปนานแล้ว

พริก นำมาใช้ประกอบอาหารต่างๆ มากมาย จนคนไทยมีตำรับน้ำพริกมากมาย ทั้งน้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกปลาร้า จนกลายเป็นอาหารบรรจุขวดบรรจุกล่องจำหน่ายไปทั่วประเทศ เผลอๆ มีวางจำหน่ายไปทั่วโลก

พริก เป็นเครื่องชูรสที่ให้ความเผ็ด ซึ่งก็คือ สารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่ทำให้มีรสเผ็ดร้อน ในทางยาไทยพริกมีสรรพคุณแก้ลมจุกเสียด แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ ขับผายลม ช่วยในการเจริญอาหาร ขับเหงื่อ บำรุงธาตุไฟ แก้ปวดหลังปวดเอว แก้บวม เคล็ดขัดยอก

ตำรายาไทยใช้พริก ขี้หนูขับน้ำคาวปลา ใครที่คลอดลูกแล้วน้ำคาวปลาไม่ออกก็ใช้ตำรับยาพริกขี้หนูนี่แหละ หญิงหลังคลอดต้องขับน้ำคาวปลาออกให้หมด ตัวยานี้ คือ เอาพริกขี้หนูแห้งเผาจนเป็นถ่านแล้วบดให้ละเอียด ใช้ผงถ่านพริก 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยชา กินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น วันต่อๆ ไปให้ใช้ผงถ่านพริกกินกับเหล้าขาวแทน เขามีข้อห้ามว่ายานี้ต้องใช้หลังคลอด ถ้าใช้ก่อนคลอดจะทำให้คลอดไม่ออก และที่ต้องใช้เหล้าแทนน้ำส้มสายชูในวันต่อๆ  ถ้าเป็นไข้หวัดมีอาการปวดหัวตัวร้อน ให้เอาใบพริกขี้หนูสดสักกำมือมาตำกับดินสอพองให้เข้ากัน แล้วเอาพอกขมับทั้งสองข้างอาการปวดจะหายไป ถ้าเจ็บคอหรือเสียงแหบแห้ง ต่อมทอนซิลอักเสบ คออักเสบให้เอาพริกผงสัก 1 หยิบมือชงกับน้ำเดือดทิ้งไว้ให้อุ่นใช้จิบ

แก้ ส้นเท้าแตกใช้พริกขี้หนูทั้ง 5 (ราก ต้น ใบ ดอก ผล) กับปูนขาว ตามต้องการ นำไปต้มแล้วเอาน้ำนั้นมาใช้แช่เท้า แก้อาการบวม ให้เอาใบพริกขี้หนูตำผสมกับน้ำมะนาว ใช้พอกบริเวณที่เกิดอาการ หรือถ้าใคร โดนตะขาบหรือแมงป่องกัด เอาพริกขี้หนูแห้งตำเป็นผงละลายด้วยน้ำมะนาวทาแผล จะช่วยให้หายปวดแผล

พริก ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ช่วยให้ระบบการหายใจสะดวกสบายยิ่งขึ้น สารแคปไซซิน ที่อยู่ในพริกมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำมูก ที่ขัดขวางระบบการหายใจ ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่างๆ ช่วยบรรเทาอาการไอ สารแคปไซซิน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของตัวยาหลายๆ ชนิด นอกจากนั้นสารเบตาแคโรทีนในพริกช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ในบริเวณเนื้อเยื่อบุผนังช่องปาก จมูก ลำคอ และปอด

พริก ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด หรือการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน การบริโภคพริกเป็นประจำจะช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการอุดตันของเส้นเลือด นับเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว เนื่องจากพริกช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยลดความดัน เพราะว่าในพริกมีสารจำพวกเบตาแคโรทีนและวิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือด ให้แข็งแรงเพิ่มการยืดตัวของผนังหลอดเลือด ทำให้ปรับตัวเข้ากับแรงดันระดับต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้

พริก ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอล สารแคปไซซินช่วยป้องกันมิให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-Low density lipoprotein) ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-high density lipoprotein) มากขึ้น ทำให้ปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดต่ำลง

พริก ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากพริกเป็นพืชผักที่มีวิตามินซีสูง การบริโภคอาหารที่มีวิตามินซีมากๆ จะช่วยปกป้องการเกิดโรคมะเร็งได้ วิตามินซียับยั้งการสร้างไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร วิตามินซีช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของกระดูกอ่อน รวมถึงเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง กล้ามเนื้อและปอด คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่สามารถหยุดการแพร่กระจายของเซลล์เนื้อร้ายได้

นอก จากนี้ วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือ สามารถยุติหรือขัดขวางบทบาทของอนุมูลอิสระ (free radicals) ที่จะก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์จนเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด สารเบตาแคโรทีนในพริกช่วยลดอัตราการเสี่ยงของโรคมะเร็งในปอด และในช่องปาก คนที่รับประทานผักที่มีสารเบตาแคโรทีนน้อย จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนที่รับประทานผักที่มีเบตาแคโรที นสูงถึง 7 เท่า คุณสมบัติของสารเบตาแคโรทีน จะช่วยลดอัตราการกลายพันธุ์ของเซลล์และทำลายเซลล์มะเร็ง สำหรับพริกบางชนิดที่มีสีม่วงจะมีสารพวกแอนโทไซยานิน ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คือ สามารถทำลายอนุมูลอิสระได้

พริก ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด เช่น ลดอาการปวดฟัน บรรเทาอาการเจ็บคอ และการอักเสบของผิวหนัง เป็นต้น ในปัจจุบันมีการใช้สารแคปไซซินเป็นส่วนประกอบของขี้ผึ้ง ใช้บรรเทาอาการปวดอันเนื่องมาจากผดผื่นคัน และอาการผื่นแดงบริเวณผิวหนัง รวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากเส้นเอ็น โรคเกาต์ หรือโรคข้อต่ออักเสบ นอกจากนี้ผลการทดลองใหม่ๆ ยังบ่งชี้ว่าสารแคปไซซินช่วยลดอาการปวดศีรษะ และไมเกรนลงได้

พริก ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและอารมณ์ดี เนื่องจากสารแคปไซซินมีส่วนในการส่งสัญญาณให้ต่อมใต้สมองสร้างสาร เอนดอร์ฟิน (endorphin มาจากคำว่า endogenous morphine ) ขึ้น สารเอนดอร์ฟินเป็นเปปไทด์ขนาดเล็ก (โปรตีนสายสั้นๆ) มีคุณสมบัติคล้ายมอร์ฟีน คือ บรรเทาอาการเจ็บปวด ในขณะเดียวกันก็สร้างอารมณ์ให้ดีขึ้น ยิ่งรับประทานเข้าไปมากเท่าใด ร่างกายก็จะสร้างสาร เอนดอร์ฟิน มากขึ้นเท่านั้น

ความ เผ็ดของอาหารในปากควรดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบมากกว่าการดื่มน้ำ เพราะการดื่มน้ำมีผลเพียงช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนได้เท่านั้น แต่ความเผ็ดก็ยังไม่ได้ลดลง เนื่องจากว่า ‘น้ำ’ ละลายสารดังกล่าวได้ไม่ดี

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com