พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
27 กันยายน 2552 :: 17:09:12 pm 646

ตร.ล่า! จับแล้ว แท็กซี่สมุยหื่น ข่มขืน ครูแหม่มอังกฤษ

ครูสาวชาวอังกฤษแจ้งตร.สมุย ถูกแท็กซี่หื่น ที่จ้างไปส่ง พาไปข่มขืนยับ หลังไปดื่มกินกับเพื่อนที่หาดเฉวงจนเมาได้ที่ นั่งรถกลับที่พัก แต่แท็กซี่ไม่ยอมจอดที่บ้านพัก กลับพาไปที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ก่อนลงมือข่มขืน และให้รถกระบะมารับไปทิ้งไว้ข้างทาง แถมยังขโมยเงินไปอีกกว่าพันบาท ตร. และส่งสายสืบหาข่าวล่าตัว 2 คนร้าย มาดำเนินคดีแล้ว เพราะทำเสียชื่อเสียงแหล่งท่องเที่ยวดัง

สมุ ย – วานนี้ (26 ก.ย. 52)จากรณีที่ เมื่อเวลา 12.30 น. น.ส.ลิลลี่ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี สัญชาติอังกฤษ ครูสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนแห่งหนึ่ง เดินทางมากับเพื่อนที่ทำงานที่เดียวกันสัญชาติเยอรมัน แต่พูดภาษาไทยได้ เข้าแจ้งความต่อร.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น สารวัตรเวรสภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า น.ส.ลิลลี่ ได้ถูกรถโดยสารแท็กซี่หลอกลวงไปข่มขืน โดยใช้กำลังทำร้ายร่างกาย หลังข่มขืนเสร็จ คนร้ายนำตัวมาทิ้งไว้ข้างถนน ใกล้กับที่พัก และบังคับเอาเงินที่ติดตัวอีกกว่า 1,000 บาท ก่อนหลบหนีไป

น.ส.ลิ ลลี่ให้การผ่านเพื่อนว่า ตนมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ให้กับนักเรียน ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยคืนเกิดเหตุวันที่ 26 ก.ย. น.ส.ลิลลี่เดินทางมาเที่ยวในหาด เฉวง และนั่งดื่มกินเหล้าตามร้านอาหารและบาร์ จนมีอาการมึนเมา เมื่อล่วงเลย มาถึงประมาณ 02.00 น. จากนั้นได้เรียกรถแท็กซี่มิเตอร์ สีเหลืองแถบข้างรถสีเลือดหมู เป็นรถเก๋งหรือแวนจำไม่ได้ ส่วนป้ายทะเบียนก็จำไม่ได้ โดยบอกให้รถแท็กซี่ คันดังกล่าวไปส่งที่บ้านพัก ย่านหาดละไม เมื่อรถแท็กซี่คันดังกล่าว ขับออกไปตนนั่งในรถ โดยหลับบ้างตื่นบ้าง ด้วยอาการมึนเมา แต่สังเกตว่ารถแท็กซี่ที่ตนนั่งอยู่ ได้ขับผ่านบริเวณบ้านพักของตนไปแล้ว จึงบอกรถแท็กซี่ให้วนรถ กลับ แต่คนขับรถแท็กซี่ไม่สนใจ ขับรถไปในเส้นทางที่เปลี่ยว ที่ไม่ค่อยมีบ้านคน จนมาจอดที่บ้านหลังหนึ่ง

จากนั้นคนขับรถแท็กซี่คันดัง กล่าว บังคับให้ตนลงจากรถ และบังคับให้เข้าไปในบ้าน แต่ตนพยายามขัดขืน คนขับรถแท็กซี่จึงฉุดกระชาก ลงจากรถพร้อมทั้งใช้กำปั้นชกเข้าที่หน้าท้องจนจุก และโดนลากเข้าไปในบ้าน ก่อนจะปลุกปล้ำข่มขืน จากนั้นมีรถยนต์กระบะขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีชายฉกรรจ์เป็นคนขับ เข้ามาในบ้านที่เกิดเหตุ และบังคับเอาเงินในกระเป๋า 1,000 บาทเศษ ก่อนจะให้ชายที่ขับรถกระบะมาส่งลงข้างถนนที่ชายหาดละไม ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพัก แล้วขับหลบหนีไป จากนั้นตนจึงเดินกลับมาที่ห้องพัก พร้อมทั้งเล่าถึงเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนที่พักอยู่ด้วยกันฟัง ก่อนจะแจ้งความดังกล่าว

พ.ต.ท.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง รองผกก. สส.สภ.บ่อผุด เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องก็มาสอบปากคำ ผู้เสียให้ด้วยตนเองอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีความสำคัญ และมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว จะเร่งหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจากการสอบปากคำผู้เสียหาย พบว่าช่วงที่เกิดเหตุผู้เสียหายอยู่ในอาการมึนเมา ไม่สามารถจำทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าวได้ และไม่สามารถระบุสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านคนขับรถแท็กซี่พาไปข่มขืนได้ ซึ่งผู้เสียหายบอกว่า เส้นทางดังกล่าวมีมากจนไม่สามารถจำได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ออกหาข้อมูลผู้ขับขี่รถแท็กซี่มิเตอร์ในเกาะสมุย พร้อมทั้งตรวจสอบภาพวงจรปิด ที่อยู่ใกล้กับจุดที่ผู้เสียหายขึ้นรถแท็กซี่คันที่ก่อเหตุ

นอก จากนี้ตำรวจพาไปตรวจร่างกายหาร่องร่อยการข่มขืนที่ร.พ.เกาะสมุย จากนั้นนำนั่งรถเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามเส้นทางที่รถแท็กซี่คันที่ก่อเหตุพาไป ส่วนอีกทางหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรูปถ่ายคนขับรถแท็กซี่มิเตอร์ ที่เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยมาให้ดู โดยทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามแท็กซี่รายนี้มาดำเนินคดีต่อไป เพราะทำให้เสียชื่อเสียงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเกาะสมุย

ต่อ มา เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (27 ก.ย.) พ.ต.อ.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เปิดเผยกรณีครูสาวชาวอังกฤษถูกโชเฟอร์แท็กซี่บนเกาะสมุยข่มขืน เมื่อกลางดึกวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จึงได้สังการให้ พ.ต.ท.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง รอง ผกก.สส พ.ต.ท.ไกรฤกษ์ งามศรีอ่อน รอ งผกก.ป. ร.ต.ท.ฉัตรเฉลิม วันธงชัย รอง.สว.สส.และกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน ให้ลงพื้นที่

และพบว่ามีรถแท็กซี่ทะเบียน ทข 376 สุราษฎร์ธานี มีนายสมโชคชัย สมปอง อายุ 26 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำภาพถ่าย นายโชคชัย ไปให้ผู้เสียหายดู ปรากฎว่าเมื่อผู้เสียหานเห็นภาพ ก็ไม่ลังเล สามารถชี้ภาพถ่ายได้อย่างถูกต้อง จากนั้นจึงเดินทางไปขออนุมัติศาลออกหมายจับเลขที่ 158/2552 เข้าจับกุมนายโชคชัย ที่กำลังนอนหลับอยู่ภายห้องพักเลขที่ 108/ 4 หมู่ 5 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย เมื่อนายโชคชัยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับสีหน้าถอดสี ก่อนจะควบคุมตัวกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน นายสมชาติ สมปอง อายุ 36 ปี พี่ชาย นายโชคชัย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าน้องชายจะมีพฤติกรรมแบบนี้ เนื่องจากน้องชายมีภรรยาและลูกอีก 2 คน และหากว่าน้องชายตนทำจริงตนจะไม่มีวันไปช่วยเหลือเด็ดขาด แต่ถ้าหากว่าผลพิสูจน์ออกมาว่าไม่ใช่น้องชายตนไม่ได้เป็นทำ ตนก็จะต้องฟ้องร้องเพื่อต่อสู้ปกป้องศักดิ์ศรีของกระกูล

ที่มา :
ข่าวสด http://www.khaosod.co.th
เดลีนิวส์ http://www.dailynews.co.th

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    

*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com