พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
04 กุมภาพันธ์ 2553 :: 14:02:16 pm 4704

“สวยด้วยคอลลาเจน” หรือแค่คำโฆษณา

ในตลาดการเสริมความงาม เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่ถูกจับมาปรุงแต่งใส่หีบห่อ และผูกโบว์งดงามด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อจูงใจคนอยากสวยทั้งหลาย ให้ยอมควักกระเป๋าซื้อหามาใช้นั้น ถือเป็นตลาดที่คึกคักตลอดทั้งปีไม่ว่าช่วงนั้น ๆ สภาพเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร

ชาขาว…ชาเขียว…โปรตีนซอย…คิวเท็น…กลูต้าไธโอน…ไฟเบอร์…ถั่วขาว…อะมิโน และอื่น ๆ อีกมากมายที่กลายเป็นชื่อคุ้นหูคุณผู้หญิงทั่วไปจากการโฆษณาทั้งในโทรทัศน์ วิทยุ และสื่ออื่น ๆ ล่าสุดที่เข้ามาในตลาดความงามของเมืองไทยได้ระยะหนึ่งและทำท่าจะติดตลาดอยู่ได้นานด้วยเพราะมีตัวเลือกมากมายให้กับหลายกลุ่มลูกค้าก็คือ “คอลลาเจน” หลายคนคงสงสัยแล้วคอลลาเจน คืออะไร ??

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้ โปรตีนแห่งความงามที่ว่านี้ มีชื่อเรียกว่า คอลลาเจนโปรตีน เป็นโปรตีนสำคัญของผิวหนัง เพราะเป็นส่วนสปริงของผิวหนัง ในการสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ หากอยากลองสัมผัสความตึงของคอลลาเจนโปรตีน ลองจับแก้มเด็กตัวเล็ก ๆ ดู จะสัมผัสได้ทันที ถึงความใส ตึง ที่ผิวแก้ม หรือ ดูเด็กวัยรุ่นที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มสาว จะเห็นว่าผิวพรรณตึงเปรี๊ยะทีเดียว ปัจจุบันนี้จะมีการพูดถึง คอลลาเจน กันอย่างกว้างขวางในวงการเครื่องสำอาง และ ความงาม เป็นภาษากรีก
       
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ผสมอาหารเสริม ที่ผู้ผลิตนำไปโฆษณาไปในทิศทางที่ว่า “ดื่มแล้วสวย หน้าเด้ง ผิวดี ลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึงขึ้น” ซึ่งส่วนใหญ่จะโฆษณาว่าเป็น “เครื่องดื่มผสมคอลลาเจน” สนนราคาขวดละประมาณ 20-30 บาท ซึ่งราคาในระดับนี้เป็นที่นิยมของสาว ๆ วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน สถานที่ซื้อหาก็เข้าถึงได้ไม่ยาก มีทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่อยากสวยเร็ว ๆ แบบเพรียว ๆ ไร้สิ่งเจือปน ผู้ผลิตหัวใสก็ผุดผลิตภัณฑ์ “คอลลาเจน” ระดับ “ไฮเอนด์” และโฆษณาว่าเป็น “คอลลาเจนบริสุทธิ์” ส่วนใหญ่จะเป็นผงละเอียดสีขาว ใช้ผสมน้ำหรือเครื่องดื่มเพื่อบริโภค ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้มีราคาค่อนข้างสูง บรรจุภัณฑ์ห่อหนึ่งมีราคาสูงถึงประมาณ 1 พันถึงหลายพันบาทขึ้นไปเลยทีเดียว สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ในราคาเรือนแพงเช่นนั้น สิ่งที่ได้กลับมาจริงอย่างที่โฆษณาหรือไม่ และผู้บริโภคที่กำลังอยากสวย กำลังตกเป็น “เหยื่อ” อยู่หรือเปล่า…

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์  กล่าวถึง “คอลลาเจน” ในบทบาทของสารอาหารว่า ตามหลักชีวเคมีนั้น คอลลาเจนถือเป็นกรดอะมิโน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นสาย เมื่อคนเราบริโภคเข้าสู่ร่างกายแล้ว ร่างกายจะนำไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อตัดมันเป็นท่อน ๆ ก่อนจะดูดซึมเข้าไป  “คอลลาเจนเมื่อเข้าไปแล้ว จะต้องถูกตัดให้เล็กลง เพื่อจะให้ร่างกายดูดซึมได้ มันเป็นโปรตีนแบบหนึ่ง ไม่ได้เข้าไปในรูปคอลลาเจน อธิบายให้เห็นภาพคือ เมื่อเรากินไก่หรือกินกระดูกอ่อน มันจะไม่เข้าไปเป็นไก่ เป็นกระดูกอ่อนแล้วไปทั้งชิ้นนั้นไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่มันจะถูกย่อยเป็นโปรตีน คอลลาเจนก็เป็นโปรตีนซึ่งมีหน้าที่เหมือนโปรตีนทั่วไป เมื่อเข้าไปในร่างกาย มันจะถูกส่งไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ต้องเข้าใจว่าที่โฆษณาว่ากินแล้วหน้าเด้ง ผิวเต่งตึงนั้นมันไม่ได้เข้าไปแล้วพุ่งไปที่ใบหน้าเลย แต่มันจะถูกส่งไปทั่วร่างกายไปซ่อมในจุดที่ต้องการโปรตีน ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงว่าไปที่ใบหน้าหรือที่ผิวอย่างที่โฆษณา”

รศ.ดร.วินัย กล่าวยอมรับว่า คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งและโปรตีนก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย แต่ตามความเห็นส่วนตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องกินคอลลาเจนแต่กินโปรตีนอื่น ๆ จากแหล่งอื่น ๆ ก็ได้ประโยชน์ไม่ต่างกัน และมีราคาถูกกว่าคอลลาเจนด้วย
       
 

“กินคอลลาเจนได้โปรตีนครับ แต่กินไข่ก็ได้โปรตีนเหมือนกัน จริง ๆ แล้วคอลลาเจนเป็นโปรตีนคุณภาพต่ำ ราคาถูก แต่ที่แพงขึ้นมาขนาดนี้มันเป็นเรื่องของการค้าและกลยุทธ์ทางการตลาด เดิมเพราะราคามันถูกจึงถูกย้อมด้วยความเชื่อว่ากินแล้วสวย กินแล้วเด้ง มันจึงถูกทำให้แพงขึ้นได้ เหมือนยุคหนึ่งที่เราถูกทำให้เชื่อว่ากินโยเกิร์ตแล้วสวย จริง ๆ แล้วสาระของโยเกิร์ตมันไม่ได้กินแล้วสวย แต่มันอธิบายได้ง่ายที่สุด เข้าถึงกำลังซื้อได้มากกว่าที่เราจะมาอธิบายว่ามันดีจริง ๆ อย่างไรเพราะแบบนั้นมันฟังยาก ที่เป็นห่วงที่สุดก็คือผู้บริโภคที่เสียเงินไปจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้เป็นศูนย์ แล้วเขาจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เงินที่จ่ายไปกับใคร” คณบดีคณะสหเวชศาสตร์  มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ กล่าว

ในส่วนของเดี่ยวมือหนึ่งด้านโภชนาการ อาจารย์ สง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการชื่อดัง ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกับ รศ.ดร.วินัย ว่า คอลลาเจน เป็นโมเลกุลใหญ่ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมโดยตรงได้โดยตรงและเมื่อเข้าไปในร่างกายก็ไม่สามารถกำหนดได้ตามใจคิดว่าให้เข้าไปซ่อมได้แบบเฉพาะจุด แต่ทุกวันนี้ที่ฮิตติดตลาดก็เพราะเป็นเรื่องของการสร้างมูลค่าบนความคาดหวังของผู้หญิงอยากสวย
       
“อยากแนะนำว่า หากต้องการชะลอวัยแบบสุขภาพดี ไม่ต้องไปเสียเงินกับสิ่งที่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับและไม่มีหน่วยงานไหนออกมารับรองว่ามันจะทำให้ลดความเหี่ยวย่นได้อย่างคอลลาเจน สู้เอาเงินไปซื้ออาหารที่มีสารอาหารมารับประทาน มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่นผักใบเขียว ผักสีส้ม ผักสีแดง จำพวกแครอท มะเขือเทศ ผักใบต่าง ๆ และรับประทานโปรตีน คาร์โบไฮเดรตให้ครบตามส่วน และออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ เท่านี้ก็ช่วยชะลอวัยได้แล้ว” 

ด้าน นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้ข้อมูลว่า ในความเห็นส่วนตัวเป็นไปไม่ได้ที่คอลลาเจนจะช่วยยกกระชับใบหน้าและผิวพรรณให้เต่งตึง และไม่มีงานวิจัยเชิงวิชาการใด ๆ รองรับทฤษฎีนี้ด้วย

 

“ไม่ว่าจะนำ คอลลาเจน มารับประทานหรือใช้ทา มันจะไม่เข้าไปช่วยให้ผิวพรรณหรือใบหน้าเต่งตึงได้โดยตรง ที่ทาแล้วไม่ดูดซึมก็เพราะคอลลาเจนเป็นโปรตีนขนาดใหญ่ที่มีสายยาว แต่ถ้าผู้บริโภคอยากกินมันก็ช่วยบำรุงเพิ่มจากโปรตีนอาหารอื่น ๆ แต่ไม่ช่วยด้านความสวยงามครับ ไม่มีงานวิจัยตัวใดรับรอง เราไม่สามารถบอกได้ว่ากินคอลลาเจนเข้าไปแล้วมันจะบำรุงส่วนใด มันอาจจะเข้าไปที่ลิ้นหัวใจ ผนังลำไส้ หรือส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ใบหน้าก็ได้ เพราะส่วนเหล่านี้ก็ต้องการโปรตีนเช่นกัน” ผอ.สถาบันโรคผิวหนังกล่าวย้ำ

ที่มา : ผู้จัดการ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

visaaaa

au@my

นา