พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
07 กรกฎาคม 2553 :: 18:07:42 pm 25918

ย้อนอดีต สัมผัสวิถีไทยใน “บ้านดิน”

ถ้าพูดถึงตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา หลายคนคงร้องอ๋อเพราะเคยได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์มาแล้ว แต่ที่แห่งนี้เพิ่งมีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นนั่นคือ “บ้านดิน” ที่แสดงถึงภูมิปัญญาชาวบ้านได้เป็นอย่างดี มีสิ่งย้อนยุคหลายอย่าง ที่ท่านไม่ต้องนั่งเครื่องย้อนเวลากลับไปก็สามารถหาดูได้ที่นี่

พวกเราจึงเรียกรวมพลกันอีกครั้งกับภารกิจครั้งใหม่ เพื่อออกเดินทางสู่บ้านดิน ถิ่นแดนเรา สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทยแท้แต่โบราณ และกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั่งเดิม ที่น้อยคนนักจะได้รู้จักในโลกของยุคไฮเทคโนโลยี

เพียงไม่นานนักเราก็ก้าวย่างสู่ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา เมื่อมองไปรอบๆ สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่สามล้อถีบคันหนึ่ง ด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นรถสามล้อคันโก้ เราจึงรีบปรี่เข้าไปสอบถามเพื่อขอใช้บริการ คำตอบที่ได้รับทำให้พวกเรายิ้มแก้มปริ ดังนั้นพวกเราจึงใช้บริการสามล้อถีบเพื่อเดินทางไปยังบ้านดินกัน แต่ก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเดี๋ยวนี้ที่ตลาดน้ำแห่งนี้เขามีบริการสามล้อถีบ พาเที่ยวชมตลาดแบบบนบกแล้ว เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งเรือชมวิวกันบ้าง

 

 

กำลังเพลิดเพลินกับการได้นั่งสามล้อกินลมชมวิว เพียงไม่กี่นาทีเราก็มาถึงที่หน้า ซุ้มประตูอันใหญ่โตของบ้านดิน สิ่งแรกที่คิดว่าจะทำเมื่อมาถึงคือ ขอดูให้เห็นกับตาหน่อยว่าบ้านดินที่ถูกสร้างขึ้นจากดินผสมน้ำ โดยใช้วิธีการก่อสร้างจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ตามสมัยก่อนที่สามารถสร้างที่อยู่อาศัย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ก่อสร้าง วางโครงเหล็ก หรือตอกตะปูนั้นเป็นอย่างไร หลังจากสอบถามทำให้พวกเราได้รู้ถึงกรรมวิธีการสร้างบ้านดินซึ่งไม่ยากอย่างที่คิด

จากการสอบถามท่านผู้กล้าแห่งหมู่บ้านบางระจัน ทราบว่าการสร้างบ้านดินนั้นไม่ยาก ส่วนผสมที่นำใช้เป็นวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติ เลือกสังสรรค์นำมาใช้ ประกอบด้วย ดิน แกลบ และน้ำ ไม่ต้องถึงขนาดใช้น้ำแร่ธรรมชาติ เพียงเอาทั้ง 3 อย่าง มาผสมกลมกลืนให้เป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้เท้าย่ำ และใช้ความพยายามย่ำจนกว่ามันจะได้ที่ จากนั้นนำดินที่เราผสมแล้วไปเทใส่ลงในบล็อก และนำไปตากกลางแดด 5-7 วัน จะได้แทงดินแข็งแรงเหมือนกับอิฐ เราสามารถนำดินแทงเหล่านั้นมาใช้ในการก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งบ้านดิน

การก่อกำแพงบ้าน อาจติดตั้งวงกบประตูหน้าต่างได้ หรืออาจจะเว้นช่องเอาไว้ติดตั้งในช่วงฉาบก็ได้ การขุดบ่อส้วม และการเดินระบบไฟฟ้า ท่อน้ำดี ท่อน้ำเสีย ควรทำให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำการฉาบบ้าน ซึ่งต้องฉาบบ้านให้เสร็จก่อนที่จะวางโครงสร้างหลังคาเพราะบ้านหลังจากฉาบเสร็จจะมีความแข็งแรงมากขึ้น หลังจากมุงหลังคาแล้วเราก็ทำการติดตั้งเพดาน และทาสีบ้าน ขั้นตอนสุดท้ายคือติดตั้งหลอดไฟ และติดตั้งสุขภัณฑ์ ตบแต่งเฟอร์นิเจอร์ ภายในให้สวยงาม ก็จะได้บ้านดินที่สวยงาม เย็นสบาย เป็นการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติอีกทางหนึ่ง แถมยังได้ความรู้แบบภูมิปัญญาไทยเอาไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย

  

 

จุดเด่นอีกอย่างที่ช่วยสร้างสีสัน และความน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว คือเมื่อเข้าไปในบ้านดิน จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าที่ใส่ชุดโบราณแบบชาวบ้าน ตั้งแต่สมัยบางระจัน ภายในบริเวณบ้านดินจะเป็นสถานที่ใช้ในการจัดแสดงสินค้าภูมิปัญญาไทย และเป็นจุดสาธิตการผลิตสินค้า เช่น สาธิตการตีมีด สาธิตการทอผ้า สาธิตการทำลูกประคบผ่อนคลายแก้ปวด เป็นสินค้าที่พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ทำขึ้นเองกับมือ ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นได้ถึงกรรมวิธีของขั้นตอนการผลิตเดินชมสินค้าในบ้านดินมาเรื่อยๆ ก็พบกับพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชประดิษฐ์สถานอยู่ที่นี่เพื่อให้บูชากันด้วย จึงไม่ควรพลาดที่จะสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองก่อน

ที่ใกล้ซุ้มประตูทางเข้า เราจะพบเห็นช้างและควายเผือก สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ที่คอยยืนชูงวงและโบกหูต้อนรับแขกผู้มาเยือนบ้านดินแห่งนี้ด้วยมิตรไมตรีอันดีงาม เสมือนเป็นเจ้าบ้านผู้อบอุ่น มันเรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวไปได้ไม่น้อย จะให้อดยิ้มได้ไงล่ะก็เจ้าช้างพอเห็นคนเดินมาก็จะเต้นไม่ยอมหยุด แถมยังชอบแย่งอาหารจากเจ้าควายเผือกมากิน หลังจากชมความน่ารักของสองคู่หูแล้ว เราจะไปที่ตลาดโบราณกันต่อ ระหว่างทางไปก็จะผ่านตลาดสวนผัก ซึ่งผักที่นี่เป็นผักปลอดสารพิษที่ปลูกขึ้นเอง สามารถเข้าไปชมแปลงผักได้

 

 

ไม่กี่อึดใจเราก็มาถึงที่ตลาดโบราณ สายตาก็มาหยุดอยู่ที่ตากับยายคู่หนึ่ง ตากับยายที่ว่านี้ท่านเป็นรูปปั้นนั่งอยู่บนแคร่ทำให้เราต้องเข้าไปดูใกล้ๆ ที่นี่เราจะได้พบกับศิลปวัฒนธรรมของชาวบ้าน รวมไปถึงเครื่องอุปโภค บริโภคที่เคยใช้ในอดีตนำมาใช้จริงที่นี่ เช่น การทอเสื่อ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน และหัตกรรมพื้นเมือง รวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่ม เราจะได้กินอาหารที่เราไม่เคยได้กินมาก่อนที่มีในสมัยโบราณ และยังมีแปลงนาเกษตรสาธิตที่มีต้นข้าวจริงๆ ให้เราได้ดูกันด้วย แต่การที่เราจะจับจ่ายซื้อของจากบ้านดินและตลาดโบราณได้นั้น จะต้องมีการแลกเงินรูที่เป็นทองแดงกันก่อน (เหมือนเงินรูในสมัยโบราณที่ร้อยเป็นพวงเอาไว้)

การท่องเที่ยวที่บ้านดินและตลาดโบราณทำให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน วิถีชีวิตของคนไทยในสมัยโบราณ และเรียนรู้ได้ว่าการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเป็นยังไง ถ้าจะพูดว่าที่นี่เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรียบง่าย และเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นต่อไปในอนาคต ก็เป็นการคู่ควรแล้วที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกหลานได้มาเรียนรู้จากสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ สอนให้พวกเค้าได้รู้จักกับคำว่า  ”อยู่อย่างพอเพียง และเพียงพอ”

ชมภาพเพิ่มเติมคลิกแกลอรี่ด้านล่าง

Reporter : PDN staff   Photo : วนิดา   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

เปรี้ยว

Adchariya