พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
09 กรกฏาคม 2555 :: 12:07:18 pm 84474

“เขารัก- เขาจั่ว” เชื่อเป็น เมืองโบราณ ที่หายสาบสูญ

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธง พร้อมชาวบ้านบุกพิสูจน์ตามนิมิตสมาธิจิต ครูบาสันยาสี ภิกขุ พบเมืองโบราณ และวัตถุล้ำค่าบน "เขารัก เขาจั่ว" เทือกเขาพระยาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ลือ..มีถ้ำสมบัติล้ำค่าเก่านานกว่า 3,000 ปี ใครหยิบแม้แต่หินก้อนเดียวไปเป็นสมบัติของตัวเองเจอปาฎิหาริย์ต้องนำมาคืน เชื่อเป็น เมืองโบราณ บังบดลับแล และนครที่หายสาบสูญ

โดยครูบาสันยาสี ภิกขุ แห่งสำนักปฎิบัติธรรมพระพุทธบาทจันทาราม อ.ทุ่งขนาน จ.จันทบุรี ได้เล่าเรื่องนิมิตเห็นเมืองโบราณนานนับพันปีที่ปรักหักพังที่บริเวณโดยรอบ เขารัก เขาจั่ว เทือกเขาพระยาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ให้ นางสุทัศน์ มธุรวงษาดิษฐ์ อายุ 44 ปี นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และชาวบ้านฟัง จึงได้นิมนต์ ครูบาสันยาสี ภิกขุ พร้อมศิษย์ร่วมเดินทางพากันไปพิสูจน์ตามนิมิต ทุกคนถึงกับตะลึง เมื่อเดินขึ้นไปบนภูเขา “เขารัก เขาจั่ว” พบซากปรักหักพังของเมืองโบราณจริง โดยเฉพาะหน้ากาลจั่วขนาดใหญ่จำนวนมาก ครกหิน สากหิน ลูกหินกลม หรือลูกนิมิต ตั้งอยู่บนผิดพื้นดินมองเห็นได้ชัดเจน และยังมีหินก้อนใหญ่มหึมาตั้งเด่นสง่า ด้านหน้ามีการจำลองภาพปริศนาเหมือนประตูสองด้านให้เห็น เชื่อกันว่าเป็นหินก้อนนี้ปิดปากถ้ำไว้ไม่ให้ใครบุกรุกเข้าไปหาวัตถุโบราณ

 

นางสุทัศน์ มธุรวงษาดิษฐ์ หรือหมู อายุ 44 ปี นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรีเปิดเผยว่า นับเป็นมหามงคล “พุทธชยันตี” 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นความโชคดีของชาวอำเภอพัฒนานิคม และชาวจังหวัดลพบุรี ที่ได้ค้นพบเมืองโบราณแห่งใหม่ ในอดีตมีแต่เสียงเล่าขานถึงความมหัศจรรย์ของ เขารัก เขาจั่ว ว่าเป็นเมืองบังบดลับแล ผู้ใดที่ขึ้นไปด้วยใจไม่บริสุทธิ์ หยิบ หรือขโมย วัตถุโบราณ หรือแม้แต่ก้อนหินที่เป็นรูปแกะสลัก หม้อ ไห ฯลฯเพียงสิ่งเดียวก็จะพบกับความหายนะ เสียชีวิต ผูกคอตาย ถ้าใครนำไปจะมีอาเพท มีเสียงร้องของผู้หญิง ชาย มีเด็กมาทางคืนทุกครั้ง ต้องนำมาคืนวันรุ่งขึ้นโดยเฉพาะคนงานก่อสร้าง ประชาชนพลัดถิ่นที่ไม่ทราบประวัติความเป็นมาของพื้นที่แห่งนี้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงไม่กล้าขึ้นไปบนเขา 2 ลูกนี้ อีกทั้งมีการพบว่ามีงูจงอางตัวใหญ่คอยเฝ้าหน้าถ้ำ และเป็นความสำนึกดีของชาวบ้านที่ไม่เข้าไปทำลายป่าต้นน้ำ ภูเขาที่มีคุณค่าในท้องถิ่น จึงทำให้ความสมบูรณ์ของเมืองโบราณยังเป็นมรดกของจังหวัดลพบุรี หรือมรดกโลกได้ในอนาคต

 

และกล่าวอีกว่า หลังจากที่ประจักษ์ด้วยตาตัวเอง และมีสักขีพยานจำนวนมากที่ร่วมไปพิสูจน์ ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่คุณค่า คุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนาอย่างมาก จะต้องรายงานให้นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางดำเนินการอนุรักษ์พื้นที่เขารัก เขาจั่ว ไม่ให้มีการบุกรุกจากนายทุน ไว้ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และพระพุทธศาสนาของจังหวัดลพบุรี ในอนาคตจะได้จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเมืองโบราณแห่งใหม่ เชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ประชาชนนิยมมาท่องเที่ยวกัน

นางขวัญเมือง แก้วขอนแก่น อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี คนงานดูแลสถานที่ของบริษัทฯแห่งหนึ่งที่ไปทำธุรกิจขายกระแสไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) เล่าว่าได้พบก้อนหินหน้าจั่ว ทรงกลม ถ้วย ชาม ไห ยุคเก่า จำนวนมาก อยู่ในพื้นที่ ได้มีพระสงฆ์ที่ทราบข่าวมานำไป แต่ก็ต้องเกิดอาเพท ในเวลาต่อมาได้ผูกคอตาย ส่วนคนงาน และชาวบ้านต่างถิ่นที่เข้ามาทำงานและพลัดถิ่นมาก็ขึ้นไปเก็บวัตถุเหล่านี้ ปรากฎว่าพอรุ่งเช้าอีกวันจะต้องนำมาคืนไว้อย่างเดิม เพราะมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ มีกุมารไปทวงคืน บางคนดื้อไม่เชื่อเรื่องนี้ก็จะมีปัญหาเรื่องครอบครัว อุบัติเหตุ และการทำมาหากินมาโดยตลอด จนปัจจุบันไม่มีใครกล้ามานำวัตถุโบราณไปเป็นสมบัติของตัวเอง เพราะกลัวอาเพทต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย

 

ส่วนทางด้าน ครูบาสันยาสี ภิกขุ เปิดเผยว่า อาตมาได้นั่งสมาธิได้มีนิมิตเห็นเมืองโบราณ อยู่ที่เทือกเขาพระยาเดินธง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นภูเขาหินขนาดกลาง จำนวน 2 ลูก อยู่ด้านข้างทางขึ้นภูเขาสูง มีสระบัวขนาดใหญ่ และยังเห็นหินกาลจั่วขนาดใหญ่ จำนวนมาก ก้อนหินที่เป็นรูปต่างๆ วัตถุโบราณใต้ดินและผิวพื้นเกลื่อนกลาดไปหมด จึงได้เดินทางไปติดตามหา จนพบ นางสุทัศน์ มธุรวงษาดิษฐ์ หรือนายกหมู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี จึงทราบว่าตามนิมิตเห็น เขารัก และเขาจั่ว ซึ่งเป็นภูเขาโบราณมีความมหัศจรรย์ อาถรรพณ์ อาเพท ให้ล่วงรู้ ปรากฎอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่บ้างบนภูเขา 2 ลูกนี้ จึงได้พากันเดินทางขึ้นไปตรวจพิสูจน์ จบพบว่ามีหินกาลจั่วขนาดใหญ่ จำนวนมาก และยังมีหินรูปต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วบริเวณเขาแห่งนี้

 

และเปิดเผยอีกว่า ไม่เพียงมีนิมิตเห็นเมืองโบราณเพียงอย่างเดียวเท่านั้นยังมี ดวงพระญาณของ หลวงปู่หิน หรือ วัดหนองนา ที่ท่านได้หนีทางโลกขึ้นไปปฎิบัติธรรมบนยอด เขาพระยาเดินธงเพียงองค์เดียว จนลือกันว่าท่านสำเร็จอรหันต์ ซึ่งบนยอดเขาเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมของ หลวงปู่หิน เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองพระนารายณ์ และที่สำคัญบนยอดภูเขาแห่งนี้ ครูบาสันยาสี ภิกขุ บอกว่าท่ามีนิมิตว่า หลวงปู่หิน ได้มาบอกว่าด้านข้างสถานที่ปฎิบัติธรรมของท่าน มีรอยพระพุทธบาทเกลือกแก้วขนาดใหญ่ อยู่ด้านซ้าย มีรูปต้นโพธิ์อยู่บนก้อนหินด้านขวา และด้านล่างที่ทีท่านเคยนั่งสมาธิกรรมฐานก็มี รอยพระพุทธบาทเกลือกแก้วขนาดใหญ่ อีก 1 แห่ง ขอให้ไปทำพิธีเปิดสถานที่ เพื่อให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทราบกันในวงกว้าง ได้มีโอกาสขึ้นไปกราบไหว้ สักการะ เพื่อร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนาที่กำลังเสื่อมถอยไปอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้จะต้องนิมนต์ ครูบาสันยาสี พร้อมประชาชนไปตรวจสอบต่อไปว่ามีจริงหรือไม่ ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในพุทธชยันตี 2,600 ปี ซึ่งจะต้องหาแนวร่วมภาครัฐ เอกชน อำเภอ จังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนจังหวัด และ ประชาชน ช่วยกันให้เทือกเขาพระยาเดินธง เป็นแหล่งทางพุทธศาสนา

ไม่เพียงเท่านี้ ขณะปฎิบัติสมาธิ ได้มีดวงวิญญาณ ของ หลวงปู่หิน หรือหลวงพ่อพระครูหิน อาโสโก เกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่สังขารไม่เน่าเปื่อยมาบอกว่าให้พาศิษยานุศิษย์สายพุทธ ขึ้นไปทำพิธีเปิดรอยพระพุทธบาทเกลือกแก้ว จำนวน 2 แห่ง และต้นโพธิ์หินที่เห็นอยู่บนก้อนหิน โดยรอยพระพุทธบาทจะอยู่ด้านขวา ส่วน โพธ์หินจะอยู่ด้านซ้ายขององค์พระประธานพร ที่ประดิษฐานอยู่บนก้อนหินใหญ่ บนยอดสูงสุดของ เขาพระยาเดินธง ซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องปรึกษากับเจ้าของพื้นที่ และประชาชนเสียก่อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ยังไม่ใครเคยพบมาก่อน ทั้งที่หลวงปู่หินได้เคยพูดไว้ตอนท่านมีชีวิตอยู่ ต้องหาโอกาสขึ้นไปพิสูจน์อีกครั้งว่ามีจริงหรือไม่ ถ้าพบก็ถือว่าเป็นปีของศาสนาพุทธ 2,600 ปี พุทธชยันตี ที่ได้เปิดสิ่งลี้ลับให้ประชาชนได้ล่วงรู้ ไปสักการะเพื่อสืบทอดพระศาสนาให้เข้มแข็งต่อไป จึงหวังว่าอนาคตอันใกล้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรือง จะได้เป็นมรดกโลก มรดกทางวัฒนธรรมของชาติและประเทศไทย และศาสนาสืบต่อไป


“รอยพระพุทธบาททับทิมสยาม” มหัศจรรย์ 2,600 ปี พุทธชยันตี

มรดกโลก “รอยพระพุทธบาททับทิมสยาม”มหัศจรรย์ 2,600 ปี พุทธชยันตี ในมหาสมุทรอ่าวไทยตอนล่าง แผ่นดินสุวรรณภูมิ หนึ่งเดียวในโลก

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    

*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

บอม