พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
11 กันยายน 2556 :: 09:09:44 am 116228

“ฆ่าตัวตาย” ปัญหาระดับโลก

ปัญหาการฆ่าตัวตายไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ต้องตะลึงกับตัวเลขที่ทั่วโลก ทุกๆ 40 วินาที มีคนฆ่าตัวตาย 1 คน

(10 ก.ย. 55) ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงวันธรรมดาบนปฏิทิน เพราะองค์การอนามัยโลก กำหนดให้ 10 กันยายนของทุกปีเป็น “วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก” (World Suicide Prevention Day) เนื่อง จากเล็งเห็นว่าปัญหาการฆ่าตัวตายไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ตามที่หนังสือพิมพ์พัทยาเดลินิวส์ได้เสนอข่าว การฆ่าตัวตายของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในเมืองพัทยาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้เป็นปัญหาแต่เพียงในเมืองพัทยาเท่านั้น

ประชากรทั่วโลก มีคนที่ฆ่าตัวราว 8 แสน-1 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็น ทุกๆ 40 วินาที มีคนฆ่าตัวตาย 1 คน ทว่า จำนวนผู้ที่ทำร้ายตัวเองและฆ่าตัวตายแต่ทำไม่สำเร็จ มีสูงกว่าคนฆ่าตัวตายสำเร็จอีก 10-20 เท่า ถือเป็นจำนวนที่มากกว่าผู้เสียชีวิตจากสงคราม ฆาตกรรม และภัยธรรมชาติรวมกันเสียอีก นอกจากนี้ยังพบว่า คนฆ่าตัวตายมักอยู่ในช่วงอายุ 15-49 ปี โดยผู้ชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้หญิง

สำหรับข้อมูลการฆ่าตัวตายในบ้านเรา องค์การอนามัยโลกจัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีการฆ่าตัวตายอยู่ในอันดับที่ 58 ของโลก โดย 3 จังหวัดที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุดคือ จังหวัดน่าน อยู่ที่ 15.09 คนต่อประชากรแสนคน รองลงไปคือ จังหวัดเชียงราย ในอัตรา 13.84 คนต่อประชากรแสนคน และจังหวัดเชียงใหม่ มี 13.33 คนต่อประชากรแสนคน ซึ่งทั้งหมดเพิ่มสูงขึ้นจากสถิติปีก่อน (2554)

สาเหตุที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย กว่าร้อยละ 80 เป็นเพราะป่วยโรคซึมเศร้า ผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคนี้จะมีความรู้สึกเศร้าใจ หม่นหมอง หงุดหงิด หรือรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจ ขาดความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือสิ่งที่เคยให้ความสนุกสนานในอดีต น้ำหนักลดลง หรือเพิ่มขึ้น ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินกว่าปกติ รู้สึกผิด สิ้นหวัง หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ความจำแย่ลง อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง กระวนกระวาย ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ คิดถึงแต่ความตาย และอยากที่จะฆ่าตัวตาย ถ้าหากมีอาการเช่นนี้หลายข้อ เป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ เป็นสัญญาณชี้ว่า คนๆ นั้นอาจกำลังเป็นโรคซึมเศร้า ควรพบจิตแพทย์เพื่อทำการรักษา ทั้งทางยาและทางจิตใจ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจากการสูญเสีย โรคภัยไข้เจ็บ และพิษเศรษฐกิจ ก็ถือเป็นสาเหตุข้อรองที่ทำให้คนฆ่าตัวตายได้เช่นกัน โดยการฆ่าตัวตายของบุคคลหนึ่ง สามารถนำพาโรคซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายไปยังคนในครอบครัว และคนใกล้ชิดของผู้ตายได้อีกด้วย

หวังว่าวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกในไปต่อๆ ไป จะได้เห็นยอดการฆ่าตัวตายที่ลดลง

ที่มา : เดลินิวส์

Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com