พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
29 ธันวาคม 2557 :: 12:12:04 pm 150901

งดดื่ม แอลกอฮอล์ ขณะขับขี่ สร้างความสุขแท้ให้ช่วงเทศกาล

อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยพุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุก็มักจะมาจากการเมาสุราของผู้ขับขี่ ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ในขณะขับรถ เพื่อเทศกาลแห่งความสุขจะได้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง

ช่วงเทศกาลคือช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นโอกาสที่คนทำงานจะได้หยุดพักผ่อนเป็นเวลาติดกันหลายวัน เป็นเวลาพบปะญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และบุคคลอันเป็นที่รักทั้งหลาย แต่ในขณะเดียวกันเทศกาลกลับนำมาซึ่งความโศกเศร้าและความสูญเสียมากมายนับครั้งไม่ถ้วน จากการฉลองช่วงเวลาแห่ง ความสุขนี้ด้วยเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์

 

อุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรในประเทศไทย และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุก็มักจะมาจากการเมาสุราของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มักจะมียอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่าช่วงปกติ ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้สรุปสถิติอุบัติเหตุ ทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2557 ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2556 – 2 มกราคม พ.ศ. 2557 ไว้ดังนี้ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 3,174 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ พ.ศ.2556 10 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 366 ราย เท่ากับปีใหม่ พ.ศ.2556 และมีผู้บาดเจ็บรวม 3,345 คน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปี พ.ศ.2556 16 คน และสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เมาสุรา คิดเป็น 41.71% ปัจจุบันมีกฎหมายที่ควบคุมการดื่มสุราในขณะ ขับขี่รถอยู่ 2 ฉบับ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับนี้ต่างมุ่งหมายที่จะควบคุมไม่ให้มีการขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือในขณะโดยสารอยู่ในรถ เพื่อให้อุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นจากการดื่ม แอลกอฮอล์ ลดน้อยลง

 

p3 p4

 

แต่ถึงแม้จะมีกฎหมายออกมาควบคุมการดื่มสุราในขณะขับขี่รถ แต่ด้วยลักษณะนิสัยของคนไทย ที่ชอบความบันเทิง รื่นเริง เฮฮา แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาล ก็มีการละเมิดกฎหมายในข้อนี้กันอยู่เป็นประจำ ยิ่งช่วงเทศกาลที่มีบรรยากาศของการฉลองความสุขเต็มที่ ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดความอยากดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ มากขึ้นอีกหลายเท่า ประเทศไทยนั้นได้รับการจัดลำดับให้เป็นประเทศที่บริโภคสุรามากเป็นอันดับ 5 ของโลก ดังนั้น คนไทยจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและความยับยั้งชั่งใจให้มากขึ้น โดยคำนึงถึงผลเสียหายที่จะตามมาเป็นหลัก

 

สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีอัตราการดื่ม แอลกอฮอล์ เฉลี่ยประมาณ 5 ลิตรต่อปีต่อคน และการดื่มแล้วขับคือปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ สูงถึง 39.1% ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด 23.6% โดยเป็นรถจักรยานยนต์มากที่สุด การดื่มทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง สภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะควบคุมรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากขับรถขณะมึนเมาและขาดสติ ประมาท ขับเร็วเกินกำหนด การเกิดอุบัติเหตุก็จะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

จากรายงานความปลอดภัยทางถนนของโลก พ.ศ.2556 (Global Status Report on Road Safety 2013) จัดทำโดยองค์การอนามัยโลก พบอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยพุ่งสูงขึ้นเป็น อันดับ 3 ของโลก มีอัตราผู้เสียชีวิตถึง 38.1 คนต่อประชากร 1 แสนคน รองจากอันดับ 1 คือ นิวเอ (Niue) มีอัตราผู้เสียชีวิต 68.3 คนต่อประชากร 1 แสนคน อับดับ 2 คือ สาธารณรัฐโดมินิกัน มีอัตราผู้เสียชีวิต 41.7 คนต่อประชากร 1 แสนคน ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน รวมจากทุกพาหนะและคนเดินเท้าแล้วเป็นจำนวนถึง 13,766 คน จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2554 (ปี 2010) เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

p5 p6

 

สำหรับบทลงโทษผู้ขับขี่ในขณะเมาสุรา ตามกฎหมายใหม่ (พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2550 (ฉบับที่ 7) ที่แก้ไขเพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522) มีดังต่อไปนี้

 

อัตราโทษผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา (ตรวจพบ แอลกอฮอล์ เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)

 

1. เมาแล้วขับ โทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต

 

2. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000 – 100,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต

 

3. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โทษจำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000 – 120,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต

 

4. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เพิกถอนใบอนุญาต

 

ผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรามักจะประมาทคิดว่าตนเองนั้นยังมีสติ สัมปชัญญะเพียงพอต่อการขับขี่ได้ และมีความนึกถึงความปลอดภัยของผู้อื่นน้อยเกินไป ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่เพียงตนเองเท่านั้นที่อาจจะต้องได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ยังอาจทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตอีกด้วย ถ้าหากผู้ขับขี่ไม่เสียชีวิตไปเสียก่อน ความสูญเสียและทุกข์ทรมานใจนั้นก็จะเกิดขึ้นกับทั้งตนเอง กับผู้ประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่ของตน และยังรวมไปถึงครอบครัวและคนที่รักของทั้งสองฝ่าย ซึ่งนับเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่า ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้ ผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกคนจึงควรจะใส่ใจทั้งความปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ในขณะขับรถโดยเด็ดขาด เพื่อเทศกาลแห่งความสุขจะได้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง

Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com