พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
19 มกราคม 2558 :: 12:01:39 pm 150553

ไทยขึ้นแท่นฮับ ยาเสพติด เด็ก 7 ขวบเริ่มติดยา

ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรวมของ ยาเสพติด โดยมี ยาเสพติด ระบาดสูงสุดในอาเซียน และแนวโน้มผู้ติดยายังมีอายุน้อยลง ปัจจุบันพบเด็ก 7-9 ขวบเริ่มดมกาว

โดยสภาพของปัญหานั้นเป็นทั้งพื้นที่ผลิต เป็นพื้นที่การค้า เป็นพื้นที่เเพร่ระบาด เเละเป็นทางผ่าน ยาเสพติด ซึ่งการแก้ไขให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้นั้น ทุกคนในสังคมจะต้องร่วมมือกัน โดยไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว พลังการร่วมมือกันของชุมชน และพลังความรักจากครอบครัวจะเป็นวัคซีนป้องกันปัญหาได้ดีที่สุด

 

โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมเผยว่าประเทศไทยกลายเป็น แหล่งรวมของ ยาเสพติด โดยมี ยาเสพติด ระบาดสูงสุดในอาเซียน และแนวโน้มผู้ติดยายังมีอายุน้อยลง ปัจจุบันพบเด็ก 7-9 ขวบเริ่มดมกาว รมว.ยุติธรรมจึงได้กล่าวถึงแนวโน้มในการแก้ปัญหา ยาเสพติด ว่า จะต้องทำจริงจังทุกระบบ และเน้นงาน 3 ส่วน คือ ป้องกันปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย, การบำบัดฟื้นฟู และ ป้องกันสร้างภูมิคุ้มกัน

 

การที่ประเทศกลายเป็นแหล่งรวม ยาเสพติด รายใหญ่ในอาเซียน และแนวโน้มผู้ติดยายังอายุน้อยลงนี้ ถือว่าเป็นปัญหาวิกฤติของชาติที่ทุกฝ่ายควรจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินไป ซึ่งสาเหตุของการติด ยาเสพติด นั้นแบ่งได้เป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆ คือ

1.สาเหตุที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น ความอยากทดลอง ความคึกคะนอง หรือการชักชวนของคนอื่น

2.สาเหตุที่เกิดจากการถูกหลอกลวง

3.สาเหตุที่เกิดจากความเจ็บป่วย เช่น การใช้ยาระงับปวดจนเกิดการเสพติด, การใช้สารเสพติดคลายความไม่สบายใจหรือความวิตกกังวลของผู้มีจิตใจไม่ปกติ จนเกิดการเสพติด หรือการทานยาที่มีสารเสพติด เกินขนาด และ

4.สาเหตุอื่นๆ เช่น การอยู่ใกล้แหล่งขายหรือใกล้แหล่งผลิต หรือ เป็นผู้ขายหรือผู้ผลิตเอง จึงทำให้มีโอกาสติดสิ่งเสพย์ติดมากกว่าคนทั่วไป หรือการใช้ ยาเสพติด เพื่อคลายความเครียดจากปัญหาชีวิต

 

ในส่วนพื้นที่ อ.พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญก็ยังคงพบปัญหา ยาเสพติด รายวัน แม้จะเคยมีการกวาดล้างแก๊งเครือข่าย ยาเสพติด รายใหญ่ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มาแล้ว ล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมคดี ยาเสพติด ในเมืองพัทยาถึง 5 ครั้ง คือ ปาร์ตี้ ยาเสพติด ที่โรงแรม เนเชอรัล พาร์ค รีสอร์ทพัทยา ถนนเลียบชายหาดจอมเทียน พบกัญชา น้ำหนัก 5.3 กรัม พร้อมอุปกรณ์ การเสพ  , การจับกุมตัวเอเย่นต์ นางสาวโสธยา คมคาย อายุ 27 ปี ในขณะขับรถจักรยานยนต์กลับที่พักพบยาบ้าชนิดเม็ดสีส้ม และยาไอซ์ชนิดเกล็ดใส บรรจุอยู่ในถุงแบบกดปิดชนิดใสอีก 4 ถุง น้ำหนักรวม 3.30 กรัม , การจับกุมนายจิระวานิช วงษาเนาว์ อายุ 29 ปี และ นายพงษ์พัฒน์ พันพลู อายุ 24 ปี  ที่ด่านตรวจพัทยา พบของกลางในรถยนต์ เป็นยาไอซ์ จำนวน 13 ถุง น้ำหนักรวม 13 กรัม , การจับกุมปาร์ตี้เสพยามั่วเซ็กส์ ภายในบ้านเลขที่ 26/10 ตั้งอยู่ใน “ปีเตอร์แพนรีสอร์ท” ซอยวัดสันติคาม พบยาเคชนิดน้ำบรรจุอยู่ในขวดแคปซูลจำนวน 10 ขวด , ยาเคชนิดผงที่ผ่านการไมโครเวฟจนแห้งแล้วจำนวน 2 ถุง , ยาอี 10 เม็ด , ยาไอซ์ 1 กรัม และตัวยาบารากุพร้อมอุปกรณ์การเสพอีกจำนวนหนึ่ง และการจับกุมนายกุลชลิต หรือต้น รักท้วม อายุ 26 ปี ดีเจของผับเรด แอนด์ บูล ซอยสนามมวยเทพประสิทธิ์ ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ยึดของกลางได้จำนวนมาก โดยพบว่าเป็นเครือข่ายนักโทษคดี ยาเสพติด รายหนึ่งของเรือนจำกลางพัทยา โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับวัตถุดิบ ยาเสพติด มาจากลูกสมุนของนักโทษคดี ยาเสพติด ของเรือนจำกลางเมืองพัทยา แล้วนำมาผลิตเสพเอง และขายให้แก่นักเที่ยวราตรีหรือวัยรุ่นที่มาใช้บริการในร้าน

 

สำหรับสภาพของปัญหา ยาเสพติด ในประเทศไทยพบว่า ประเทศไทยเป็นทั้งพื้นที่ผลิต เป็นพื้นที่การค้า เป็นพื้นที่เเพร่ระบาด เเละเป็นทางผ่าน ยาเสพติด จากสภาพและสาเหตุของปัญหาดังที่ได้กล่าวไปเป็นสิ่งบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า การจะแก้ปัญหา ยาเสพติด ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการบูรณาการทั้งองค์รวมของสังคม การลงโทษด้วยวิธีจำคุกเป็นเพียงการบรรเทาปัญหาบางส่วน รมว.ยุติธรรมจึงมีคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดูแลงบประมาณให้เน้นลงไปที่กระทรวงศึกษาธิการให้มาก ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ก็ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ทาง ป.ป.ส.คิดว่าเป็นวิธีการที่ใช้แก้ไขปัญหา ยาเสพติด ได้ผลดีคือ การแก้ไขโดยใช้ พลังชุมชน ให้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยทำอย่างเป็นกระบวนการ เป็นระบบ และต่อเนื่อง อันประกอบไปด้วย

 

1. เตรียมความพร้อมชุมชนโดยสร้างจิตสำนึกร่วมกันว่าเป็นปัญหาของทุกคนและทุกฝ่ายต้องมาร่วมมือกัน โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน

2. กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหา ร่วมแรง ร่วมใจ แก้ไขปัญหาให้สำเร็จ โดยร่วมกันจัดทำแผนงานของชุมชน ซึ่งมีแผนที่แก้ไขปัญหา ยาเสพติด โดยตรง โดยอ้อม และแผนการพัฒนาชุมชนในทุกๆ ด้าน

3. ลงมือปฏิบัติตามแผนงาน ร่วมแรง ร่วมใจ แก้ไขปัญหาให้สำเร็จ โดยมีการดำเนินการกับผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ และกลุ่มเสี่ยง ด้วยความเอื้ออาทร ให้อภัย และให้โอกาสกลับมาสู่การใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างปกติสุข

4. เฝ้าระวังภัยที่อาจเกิด เพื่อไม่ให้ปัญหาที่ชุมชนแก้ไขได้แล้วนั้นกลับมาเกิดซ้ำอีก จึงต้องมีการจัดแบ่งคนคอยสอดส่องดูแลและติดตามสถานการณ์ปัญหาอยู่ตลอดเวลา รวมถึงสมาชิกในชุมชนก็ต้องตระหนักถึงปัญหาและพร้อมที่จะเข้าร่วมแก้ไขอย่างต่อเนื่องด้วย

5. เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกชุมชน เพิ่มเพื่อน เพิ่มข่าย ขยายพลังชุมชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาทำได้มากขึ้น ดีขึ้น จึงมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างกำลังใจให้ซึ่งกันและกัน ในการต่อสู้กับปัญหา ยาเสพติด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาชุมชนและเครือข่ายให้เข้มแข็งในทุก ๆ ด้าน ซึ่งจะช่วยขับไล่ขบวนการค้า ยาเสพติด ให้ออกห่างจากชุมชนได้มากยิ่งขึ้น

 

โดยทั้ง 5 ขั้นตอนนี้เป็นเพียงแนวทางที่ชุมชนสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพชุมชนของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามขั้นตอน เพื่อหยุดยั้งและลดระดับการขยายตัวของปัญหาการแพร่ระบาด ยาเสพติด ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน  อย่างไรก็ตามการป้องกันปัญหาจากระดับปัจเจก คือ ครอบครัวทุกครอบครัวนั้นจะต้องให้ความใส่ใจในการดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดด้วย ให้ทั้งความรู้และความอบอุ่น ชี้ให้เห็นโทษภัยของ ยาเสพติด อย่างจริงจัง และสร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัวให้สมาชิกรู้สึกว่า ครอบครัวคือที่พึ่ง มีทั้งความรักและกำลังใจมอบให้ แม้หากพลาดพลั้งเดินทางผิด จนเข้าไปเสพติดยา ครอบครัวต้องให้อภัย ให้โอกาส เป็นกำลังใจ และช่วยกันรักษาให้หายขาด เพราะปัญหา ยาเสพติด และทุกๆ ปัญหาของสังคม ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของสังคมที่หน่วยงานภาครัฐเท่านั้นที่มีหน้าที่แก้ไข หากยังเป็นปัญหาและหน้าที่ของคนทุกคนในสังคมด้วย

Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com