พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
14 กุมภาพันธ์ 2558 :: 11:02:46 am 154658

รัก คือพลังชีวิต

คนเราต้องการความ รัก ความอบอุ่นตั้งแต่แรกเกิด แม้จะยังไม่รู้ภาษา ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรบนโลกใบนี้ แต่กลับสัมผัสถึงความ รัก ได้ และความ รัก นั้นยังสามารถช่วยชุบชีวิต ช่วยต่อชีวิต หรือช่วยพยุงชีวิตไว้ได้ หากขาด รัก ชีวิตคนเราก็อาจจบลงได้เช่นกัน ความ รัก จึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าอาหารที่หล่อเลี้ยงร่างกายให้มีชีวิตอยู่ ... รัก จึงเป็นความหวัง และเป็นพลังของชีวิต

เมื่อหลายปีก่อน มีข่าวคุณแม่ลูกแฝดชาวออสเตรเลียให้กำเนิดฝาแฝดชายหญิงออกมาก่อนกำหนด หลังจากที่เธอได้คลอดแฝดชายหญิงทั้งสองคนออกมาได้ไม่นาน แพทย์ก็พบว่า ทารกฝาแฝดรอดชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น ฝาแฝดเพศชายนั้นได้เสียชีวิตลง ซึ่งแม้ว่าทางทีมแพทย์จะพยายามช่วยชีวิตทารกนานกว่า 20 นาทีแล้ว แต่เด็กก็ยังไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ และยังคงนอนนิ่งไม่หายใจ แพทย์จึงบอกให้พ่อและแม่กอดลูกเพื่อร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่าจะรู้สึกเสียใจราวกับจะขาดใจตายในตอนนั้น แต่ทั้งสองก็ต้อง ทำใจ แล้วทั้งคู่ก็กอดลูกไว้ด้วยน้ำตาแห่งความ รัก ความอาลัย เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จนในที่สุด ปาฏิหาริย์แห่งความ รัก ก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเด็กน้อยกลับมาหายใจและขยับตัวได้อีกครั้ง ทั้งคู่จึงรีบเรียกแพทย์มาดูลูกชายตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่กว่าแพทย์จะมาดูก็กินเวลาไปกว่า 10 นาที และทันทีที่แพทย์ได้เห็นทารกน้อยที่กลับมามีลมหายใจอีกครั้งตรงหน้า ก็ต้องตาค้างกับเรื่องราวสุดปาฏิหาริย์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในความเป็นจริง

 

1 2

 

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวอย่างเดียวที่แสดงให้เห็นว่า คนเรานั้นต้องการความ รัก ความอบอุ่นตั้งแต่แรกเกิดมากมายเพียงไหน แม้จะยังไม่รู้ภาษา ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรบนโลกใบนี้ แต่กลับสัมผัสถึง ความ รัก ได้ และความ รัก นั้นยังสามารถช่วยชุบชีวิต ช่วยต่อชีวิต หรือช่วยพยุงชีวิตไว้ได้

 

เมื่อคนเราเติบโตขึ้นมาอีกหน่อย ก็ยิ่งต้องการความใส่ใจ การดูแล ความ รัก และความอบอุ่นจึงจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กไม่น้อยไปกว่าอาหารที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต แต่พอเริ่มเป็นวัยรุ่น รูปแบบความ รัก ที่ต้องการจะมีเพิ่มขึ้น ทั้งความ รัก จากเพื่อน จากแฟน และพัฒนามาเป็นความ รัก แบบ หนุ่มสาว เมื่อถึงวัยเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และความ รัก ในรูปแบบนี้เอง ที่คนเรามักจะให้ความสำคัญมากกว่าความ รัก ชนิดอื่น ทั้งยังสามารถทำให้กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือมีความสุข อมยิ้มไปทั้งวัน ก็เป็นได้ทั้งนั้น นอกจากคนจะให้ความสำคัญกับความ รัก ประเภทนี้มากแล้ว สื่อต่างๆ ก็ยังให้ความสนใจมากไม่แพ้กัน สิ่งต่างๆ รอบตัว ทำให้เรารู้สึกว่า ความ รัก ในรูปแบบนี้ คือสุดยอดของชีวิต ชีวิตใครไม่มีก็ไม่สมบูรณ์ น่าเศร้า แต่หากใครมี แล้วความสัมพันธ์ราบรื่น ก็จะทำให้มีพลังในการดำเนินชีวิต มีคนคอยปลอบประโลม ให้กำลังใจยามเศร้า หรือร่วมยินดี เวลามีความสุข แต่หากใครโชคร้าย พบเจอความสัมพันธ์ที่ไม่ดี เลวร้ายมากๆ ก็อาจถึงขั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเองได้ ความ รัก แบบหนุ่มสาวมีอิทธิพลมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าเป็นพลัง ก็เป็นพลังบวกมากที่สุด ถ้าเป็นการทำลายล้าง ก็มีอานุภาพถึงคร่าชีวิตได้เช่นกัน

 

3 6

 

บางทีเราก็หลงลืมไปว่า ยังมีความ รัก อีกหลายแบบในชีวิตของเรานี้ ที่เป็นความ รัก ที่ให้คุณ เป็นความ รัก ที่ไม่มีประมาณ เช่น ความ รัก ของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ความ รัก ความปรารถนาดีที่ครูมีต่อศิษย์ ความ รัก ที่เพื่อนแท้มอบให้เพื่อนด้วยกัน ความ รัก ของพี่กับน้อง เป็นต้น

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นความ รัก แบบหนุ่มสาว หรือความ รัก ในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็ตาม ก็ยังเป็น รัก ที่ก่อให้เกิดทุกข์ได้ ในทางพุทธศาสนาจึงมีคำกล่าวว่า
ความ รัก บรรเทาทุกข์ได้บางประการในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถดับความทุกข์โดยสิ้นเชิงได้

 

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ รัก ของมนุษย์นั้นยังประกอบด้วยอวิชชา มีความหลง มีตัวตน มีเขา มีเรา ลูกของเรา คน รัก ของเรา เพื่อนของเรา น้องของเรา ตัวตน หรือความถือเป็นเราเป็นเขานี่เอง ที่เป็นบ่อเกิดของความทุกข์ แม้ รัก จะสร้างพลังบวกมหาศาล แต่ก็สร้างความร้าวรานได้ไม่น้อยเช่นกัน ดังพุทธพจน์ที่ว่า

 

ความโศกย่อมเกิดแต่ของที่ รัก ภัยย่อมเกิดแต่ของที่ รัก
ความโศกย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้พ้นวิเศษแล้ว
จากของที่ รัก ภัยจักมีแต่ที่ไหน
แต่..ก็ยังมี รัก อีกรูปแบบหนึ่ง ที่มีแต่ให้พลัง และขยายปริมาณออกได้กว้างอย่างประมาณมิได้ เป็น รัก ที่มีแต่สุข ไม่มีทุกข์เจือปน และเราทุกคนสามารถมีความ รัก นี้ได้จากการปฏิบัติตัวของเราเอง ความ รัก อันบริสุทธิ์นี้ คือ คุณธรรมสำคัญ 4 ประการ หรือที่เรียกว่า พรหมวิหาร 4 อันประกอบด้วย
1. เมตตา คือ ปรารถนาให้เขามีความสุข
2. กรุณา คือ ปรารถนาให้เขาพ้นจากทุกข์
3. มุทิตา คือ พลอยยินดีด้วย เมื่อเขาได้ดี
4. อุเบกขา คือ ทำใจเป็นกลาง วางเฉย

 

5 4

 

คุณธรรมข้อที่ 1 คือ เมตตานั้น เป็นคุณธรรมขั้นเริ่มต้น ที่ทุกคนสามารถฝึกได้ง่ายๆ ด้วยการมีเมตตาต่อตนเองก่อน การมีเมตตาต่อตนเอง คือการมองโลกในแง่ดี สร้างความสุขให้จิตใจ เมื่อมีสิ่งไม่ดี ไม่ถูกใจเกิดขึ้น ก็ไม่ทำร้ายซ้ำเติมตัวเอง ด้วยการก่ออกุศล เช่น ความโกรธ ความเกลียด ขึ้นในจิตใจ ต่อไปอีก เพราะจะยิ่งทำให้เราเครียด ไม่เป็นสุข ให้เราพัก สงบ และนิ่ง อยู่ในใจ ความเมตตาจึงเป็นความ รัก ที่แสนบริสุทธิ์ เพราะจะทำให้เราไม่คิดร้าย ไม่พูดร้าย และไม่ทำร้ายใคร ที่สุดของความเมตตาคือจะไม่มีความพยาบาทเกิดขึ้นในจิตใจ แม้จะมีผู้อื่นคิดร้าย พูดร้าย หรือทำร้ายเราก็ตาม เมื่อเราฝึกเมตตาต่อ ตนเองได้ เราก็จะมีเมตตาต่อผู้อื่นตามมาได้โดยอัตโนมัติ และจะสามารถพัฒนาขึ้นไปเป็น กรุณา มุทิตา และสูงสุดคือ อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลาง เป็นปกติ ไม่ยินดียินร้าย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ได้อย่างแน่นอน ซึ่งความทุกข์จากความ รัก แบบมีตัวตนของคนเรา ก็เกิดมาจากการไม่สามารถวางใจ เป็นกลาง หรือปล่อยวางกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้นั่นเอง เพราะในทุกรูปแบบความสัมพันธ์จะมีคำว่า “ของเรา” อยู่ แต่หากเราสามารถวางใจเป็นกลางได้ เมื่อมีสิ่งไม่ถูกใจ หรือไม่ดีเกิดขึ้นบนความสัมพันธ์ เราก็จะเป็นทุกข์น้อยลง หรือไม่เป็นทุกข์เลย ซึ่งแน่นอนว่า ถึงแม้จะเป็นปุถุชน คนธรรมดา เราก็สามารถฝึกหัดให้จิตใจของเรามีความ รัก ที่บริสุทธิ์เช่นนี้ได้ ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าได้สอนเราไว้

 

ในเทศกาลแห่งความ รัก นี้ขออวยพรให้ทุกคนมีจิตใจที่เป็นสุข และมีความ รัก ที่บริสุทธิ์ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น อันจะทำให้เกิดความสุขขึ้นในจิตใจของเราได้อย่างแท้จริง และจะเป็นพลังนำพาให้เราดำเนินชีวิตไปสู่หนทางที่ดี ที่สดใสได้ต่อไปตราบชั่วชีวิต

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com