พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
11 เมษายน 2018 :: 00:04:02 am 214158

ร้อง!! “สวนไทยพัทยา” สร้างแหล่งท่องเที่ยวทับที่ ส.ป.ก.

ร้อง!!! “สวนไทยพัทยา” ต.ห้วยใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่เมืองชลบุรี สร้างทับที่ ส.ป.ก. ด้านเจ้าของอ้างไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย พร้อมเร่งแก้ไขตามระเบียบ เผยเป็นที่ดินมรดกแบบ ส.ค.1 เคยยื่นขอออกโฉนดแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย และปัญหาการทับซ้อน วอนสังคมเห็นใจ

พัทยา – วันที่ 10 เม.ย.61 นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดินทางเข้าพบ นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง เพื่อเสนอปัญหาการก่อสร้างอาคารและสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่แห่งใหม่ คือ “สวนไทยพัทยา” ตั้งอยู่บริเวณถนนสาย 331 ขาเข้าสัตหีบ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเป็นโครงการที่ก่อสร้างบนที่ดิน ส.ป.ก.หรือพื้นที่ปฏิรูปเพื่อการเกษตรกรรม นอกจากนั้น อาคารจำนวนมากที่ดำเนินการก่อสร้างโดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

 

โดยที่ผ่านมา ทราบว่าแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ดังกล่าวมีปัญหาในเรื่องที่ดิน ทางเทศบาลฯ ได้เดินทางไปตรวจสอบพบการกระทำความผิด และเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 1 อาทิตย์ พบว่าเป็นการดำเนินการบนที่ดิน ส.ป.ก. กว่า 150 ไร่ สร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และได้นำคำสั่งไปปิดยังสถานที่ดังกล่าวตามกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทั้งในส่วนของคำสั่ง ค.3 ที่ให้ระงับการก่อสร้าง ค.4 คำสั่งให้ระงับการใช้อาคาร และ ค.9 ที่ให้มาขออนุญาตให้ถูกต้อง เพราะพบว่าการก่อสร้างยังไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการดำเนินการขั้นตอนต่อไปนั้นคงต้องศึกษาข้อกฎหมาย พร้อมทั้งหารือเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเบื้องต้น ได้รายงานให้ทางอำเภอบางละมุง รับทราบแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวเพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น โดยพบ นายชัยพร (ขอสงวนนามสกุล) ในฐานะเจ้าของกิจการ ชี้แจงว่า สำหรับที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินที่บิดาซื้อต่อจากเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์แบบที่ ส.ค.1 ขนาด 150 ไร่ แปลงที่ 560 และ 585 ที่เพื่อนของบิดาถือกรรมสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2485 จากนั้นจึงได้นำที่ดินแปลงนี้มาทำอาชีพเกษตรกรรม ด้วยการปลูกมันสำปะหลัง มะพร้าว มังคุด และทุเรียน และมีการเสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2509

 

ต่อมา ได้มีประกาศเขตป่าไม้คุ้มครองขึ้นในปี 2495 ทำให้ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขต ส.ป.ก.ไปด้วย ซึ่งทางบ้านก็ได้ไปติดต่อขอเอกสาร ส.ป.ก.มาถือครองด้วยความไม่รู้ จึงทำให้ที่ดินแปลงนี้มีลักษณะเป็นสิทธิ์ครอบครองแบบทับซ้อน คือ เป็นทั้ง ส.ค.1 และ ส.ป.ก. จากนั้นเอกสาร ส.ค.1 ได้สูญหายจึงไปแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บางละมุง และสำนักงานที่ดินตั้งแต่ปี 2533 และมีการลงบันทึกกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง

 

3 4

 

นายชัยพร กล่าวต่อไปว่า จากนั้นทางครอบครัวมีแผนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบอาชีพเป็นลักษณะท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยใช้ที่ดินประมาณ 80 ไร่ และที่ดินบางส่วนไปขาย และนำเงินมาลงทุนในลักษณะ “กงสี” ซึ่งยืนยันว่า ไม่มีนอมินี หรือนายทุนชาวจีนมาสนับสนุนอย่างที่หลายคนเข้าใจ และในปี 2559 ได้ทำเรื่องขออนุญาตดำเนินการต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะตามกฎหมายระบุว่า ที่ดิน ส.ค.1 สามารถนำไปยื่นเรื่องออกโฉนดได้ แต่ปรากฏว่า ทางเทศบาล ปฏิเสธ โดยแจ้งว่า ที่ดินอยู่ในเขต ส.ป.ก.และให้ไปติดต่อที่สำนักงาน ส.ป.ก.แทน โดยล่าสุด ได้รับแจ้งว่าที่ดินเป็น ส.ค.1 แล้ว จึงนำเรื่องไปยื่นขออนุญาต และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

 

นายชัยพร กล่าวว่า ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าสถานที่ดังกล่าวบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งนี้ ตนในฐานะเจ้าของกิจการรู้สึกหนักใจ และเสียใจ เพราะไม่ต้องการกระทำผิดกฎหมาย และพยายามทำการตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว แต่ติดปัญหาหลายด้าน โดย เฉพาะเรื่องของอาคารที่มีการปิดหมายจากท้องถิ่น ซึ่งหากให้ไปยื่นเอกสารก็พร้อมปฏิบัติทันที

 

“สำหรับ “สวนไทยพัทยา” เพิ่งเปิดกิจการมาได้ประมาณ 10 วันเท่านั้น จึงอยากขอความเป็นธรรมจากสังคมด้วย เพราะเจตนาเพียงต้องการทำที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด” นายพรชัย กล่าว

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com