พัทยาเดลีนิวส์

02 กรกฎาคม 2551 :: 11:07:36 am 9770

4 แบงก์ ร่วมปล่อยกู้สร้างโรงไฟฟ้า 5.8 พันล้านบาท

ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอร์เรชั่น ร่วมกันปล่อยกู้ 5.8 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาด 160 เมกะวัตต์ ขายให้กฟผ.และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้บริหารจากธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอร์เรชั่น ร่วมกันลงนามในสัญญากับ Tunku Dato ‘Ya’ acob bin Tunku Tan Sri Abdullah ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเอ็มไอจี บริษัท สยามเพาเวอร์ เจนเนอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 5,800 ล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ ที่ระยอง เพื่อจำหน่ายให้ กฟผ. และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเอสเอสพี ที่ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอร์เรชั่น ได้ร่วมกันให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่บริษัท สยามเพาเวอร์ เจนเนอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIPCO วงเงินรวม 5,800 ล้านบาท เพื่อใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดกำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ ที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 90 เมกะวัตต์ และบริษัท จี สตีล จำกัด จำนวน 70 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 25 ปี โดยใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 30 เดือน เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2553 

บริษัท สยามเพาเวอร์ เจนเนอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIPCO ได้รับอนุญาตดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 450 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม SSP Industrial Park อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุนข้างต้นเป็นส่วนแรกของโครงการ ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 160 เมกะวัตต์ 

ทั้งนี้ SIPCO มีผู้ถือหุ้นหลัก ประกอบด้วย Melewar Industrial Group Berhad (MIG) ถือหุ้นประมาณ 70% โดย MIG ได้เข้าซื้อกิจการโครงการมาจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมในปี 2548 และ Sojitz Corporation Group (Sojitz) ได้เข้าถือหุ้นเมื่อช่วงกลางปี 2551 โดยถือหุ้นเท่ากับ 10.54% สำหรับ MIG ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ส่วน ได้แก่ 1.Iron& steel 2.Power, Oil& Gas and 3.Engineering & Support โดยเป็นบริษัทจดทะเบียนใน Bursa Malaysia Main Board สำหรับ Sojitz เป็นบริษัทการค้าขนาดยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการจัดอันดับเครดิตจากบริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ เท่ากับ BB+
Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com