พัทยาเดลีนิวส์

02 พฤศจิกายน 2553 :: 16:11:07 pm 42300

“6 โรคฮิต” ที่มาพร้อมกับความหนาว

“ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” สุภาษิตนี้เหมือนจะตรงที่สุดกับประเทศไทยในปัจจุบัน เพราะในช่วงนี้เกิดวิกฤติอย่างหนัก ทั้งเรื่องน้ำท่วมที่สาหัสเอาการในหลายพื้นที่ยังไม่ทันจะลดลง อากาศหนาวเย็นก็กำลังจะพัดผ่านเข้ามาเยือนประเทศไทย แถมในหลายจังหวัดยังต้องผจญกับน้ำท่วมและภัยหนาวไปพร้อมๆกัน
สนใจโฆษณา

หน้าหนาวมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ก็คงต้องเตรียมตัวรับมือกับมันให้ทันท่วงที อย่าได้รอช้า เพราะสิ่งที่มาพร้อมกับความหนาวนั่น คือ เหล่าโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ คงไม่มีใครอยากที่จะเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ มีหลายหน่วยงานออกมาเตือนถึงโรคฮิต ติดอันดับที่มาพร้อมกับความหนาว มีมากถึง 6 โรคด้วยกันคือ โรคไข้หวัด และไข้หวัดไข้ใหญ่, โรคบอดบวม, โรคหัด, โรคหัดเยอรมัน, โรคสุกใส, โรคท้องร่วง สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการป่วยได้ง่ายคือ ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว

โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ : อาการจะเริ่มด้วยการมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ เมื่อเริ่มมีอาการควรนอนพักผ่อนให้มากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ ถ้าตัวร้อนมากควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หรือกินยาลดไข้ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-7 วัน แต่หากมีอาการไอมากขึ้นหรือมีไข้สูงนานเกิน 5 วัน ควรไปพบแพทย์

โรคปอดบวม : อาการของโรคปอดบวมจะมีไอมาก หายใจหอบ หรือหายใจ ลำบากและไข้ ในเด็กโตอาจบ่นเจ็บหน้าอก หรือ บริเวณชายโครงด้วยอาจเริ่มเหมือน หวัด ก่อน 1-2 วัน ถ้าเป็นปอดบวมไม่รุนแรง จะได้รับการรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะไปกินที่บ้าน จะต้องกินยาสม่ำเสมอ ขนาดยาตามแพทย์สั่ง ควรอ่านฉลากยาก่อนให้กินยาเสมอ และกินจนครบ ชุด รวม 5-7 วัน

โรคหัด : มักเกิดในเด็กอายุ 1-6 ปี ระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวต่อฤดูร้อน อาการจะเริ่มจากมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง หลังมีไข้ประมาณ 4 วัน จะมีผื่นขึ้น ไข้จะลดลงเมื่อผื่นกระจายทั่วตัว ลักษณะผื่นนูนแดง (maculo-papular) ติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผม แล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา

โรคหัดเยอรมัน : เป็นได้ทั้งเด็กเล็ก และ ผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจะเป็นรุนแรงมากกว่าเด็ก มีอาการไข้ ออกผื่นคล้ายโรคหัด บางรายอาจไม่มีผื่นขึ้น หากเป็นหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก อาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ โรคหัดเยอรมันติดต่อกันได้โดยการสัมผัสโดยตรง เชื้อที่อยู่ในลำคอของผู้ป่วยผ่านออกมาทางการไอ จาม เข้าสู่ทางระบบการหายใจ

โรคสุกใส : จะระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูฝน เช่นเดียวกับโรคหัด แต่ก็พบได้ประปรายตลอดทั้งปี โดยมากพบในกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5 – 12 ขวบ รองลงมาคือกลุ่มเด็กอายุ 1 – 4 ขวบ กลุ่มวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว ตามลำดับ เมื่อเป็นโรคนี้แล้วจะมีภูมิต้านทานโรคตลอดชีวิต อาการจะเริ่มด้วยไข้ต่ำๆ ต่อมาจะมีผื่นขึ้นที่หนังศีรษะ หน้า ตามตัว โดยเริ่มเป็นผื่นแดง ตุ่มนูน แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสหลังมีไข้ 2-3 วัน จากนั้นตุ่มจะเป็นหนอง และแห้งตกสะเก็ด และหลุดออกเองประมาณ 5-20 วัน โรคนี้ติดต่อได้ง่าย จากการไอ จาม หายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย หรือติดต่อจากการใช้ของปะปนกัน โรคนี้สามารถหายเองได้ผู้ป่วยจึงควรพักผ่อน และดื่มน้ำมากๆ ถ้ามีไข้สูง ใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ได้ แต่ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการทางสมองและตับ ทำให้เสียชีวิตได้

โรคท้องร่วง : โดยทั่วไปอาการท้องร่วงมักหายได้เองใน 2-3 วันโดยที่ไม่ต้องรักษา ถ้าเป็นนานกว่านั้นต้องมีปัญหาอื่น ท้องร่วงทำให้เกิดผลเสียคือร่างกายขาดน้ำ ซึ่งถ้าเป็นมากอาจจะอันตรายถึงกับเสียชีวิตได้ มักจะเกิดขึ้นกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ติดต่อโดยการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนเข้าไป หรืออาจติดต่อทางน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยได้ หากมีเด็กในบ้านถ่ายเหลว ควรให้อาหารเหลวบ่อยๆ เช่น น้ำข้าวต้ม น้ำแกงจืด ให้ดื่มนมแม่ เมื่อมีอาการท้องร่วงนานเกิน 3 วัน มีไข้มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส มีเลือดในอุจาระ หรืออุจาระดำ ควรไปพบแพทย์

เมื่อรู้ถึงลักษณะและอาการของโรคที่จะมาในช่วงหน้าหนาวแล้ว เราก็ควรหาทางป้องกัน ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่ตลอดเวลา รับประทานอาหารที่สุกและร้อน คำว่า “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ยังสามารถใช้ได้อยู่ในตอนนี้

.

ที่มา : สำนักงานโรคติดต่อทั่วไป

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com