พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
02 กรกฎาคม 2551 :: 21:07:08 pm 2850

ASTV กับ โย ยศวดี หัสดีวิจิตร

ฉันกับเพื่อน นึกยังไงก็ไม่รู้ เบื่อการเมืองสุด ๆ เลยชวนกัน หนีเสียงทีวีประท้วงของพันธมิตรไปนอนเล่นที่อื่นกันดีกว่า เราเช็คอินเข้าพักโรงแรมเล็ก ๆ ออกแนวอนุรักษ์นิยมแห่งหนึ่งแถวจอมเทียน โรงแรมแห่งนี้ จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนแนะนำ เพราะบอกต่อ ๆ กันมา ฉันมาพักรู้สึกจะประมาณ 2-3 ครั้ง แต่นานมาแล้ว..คราวนี้หนีบเจ้าพุดเดิ้ล(ลูกสาว) ไปด้วย

ด้านล่างเป็นห้องโถงโล่ง ๆ แต่ก็มีเตียงให้นอนเล่น ๆ ก่อนเช็คอิน ประมาณว่านอนรอเพื่อนคนอื่น ๆ ที่นัดกันไว้แต่ยังมาไม่ถึง ฉันมาถึงก่อนเวลานัด 10 นาที เพื่อนก็มาถึงไล่เลี่ยกัน มาถึงก็ล้มตัวลงบนเตียง แต่ก็ไม่วายเหลียวมามองฉันแล้วเอ่ยว่า ” ต๊ายชุดนี้สวยมากนะหล่อน อินเทรนจริง ๆ เลย สีม่วงทึม ๆ กระโปรงยาวเป็นชั้น ๆ กำลังมาแรงนะเธอ ตัวเองใส่สวยมาก เสียแต่ทรงผม ธรรมดาไปหน่อย ต้องรวบขึ้นสูง ๆ ใส่กระโปรงลากพื้นแบบนี้ ต้องรวบผมสูงเป็นปริ้นเซส” เธอแนะนำเสียงแหลม แล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับปุ๋ยบอกว่าเหนื่อยมาก…..ฉันกระโดดดึ๋ง ลุกจากเตียงไปส่องกระจกข้างผนัง ดูตัวเอง..

ภาพผู้หญิงวัย 40 กว่า ๆ ที่พยายามกระชากวัยสุดชีวิต ยืนอยู่ตรงหน้า ผิวขาวจนซีด ผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางแผ่นหลัง หน้าตาอิดโรย เพราะไม่เคยได้พักผ่อน ทำงาน น็อนสต็อป มาประมาณ 365 คูณ ห้า ก็เกือบ ๆ จะเท่ากับ 2000 วัน โอว..พระเจ้า ฉันทำร้ายตัวเองได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ..

ฉันคงจะยืนจ้องตัวเองใน กระจกอีกนาน หากเจ้าซินดี้ ไม่วิ่งหางกระดิกมาเกาะขา เงยหน้าตาอันซื่อ ๆ ขึ้นมามองฉันประหนึ่งจะบอกว่า

” แม่จ๋า..แม่อย่าคิดมากเลย..แม่สวยเสมอสำหรับหนู”.. ฉันอุ้มซินดี้ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน หันไปมองเพื่อนปากดี เธอหลับไปแล้ว ฉันอุ้มซินดี้เดินหนีกระจกไปเดินสำรวจรอบ ๆ ห้อง..
   

โรงแรม นี้ดูโบราณจริง ๆ แต่ก็ดูสะอาดดี..วันนี้แปลกมากที่ไม่ค่อยมีคนมาพัก พวกเรามาถึงยังไม่เห็นผู้คนเลย มีแต่พวกคนงานทำความสะอาดห้องมั่ง กวาดใบไม้ที่ลานหน้าโรงแรมบ้าง ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเอง ไม่มีใครสนใจพวกเราเลย ฉันรอห้องที่เพื่อนบอกว่า พวกเขากำลังทำความสะอาด แปลกใจทำไมไม่มีห้องว่างที่สะอาด รอลูกค้า แสดงว่าคืนก่อน ๆ ลูกค้าคงเต็ม หรืออาจจะมีกรุ๊ปทัวร์มาลง.. ขณะที่กำลังรอห้อง เก้ ๆ กัง ๆ ว่าจะทำอะไรเพื่อฆ่าเวลาดี..เสียงกริ๊ดกร๊าดก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงผลักประตูเข้ามา..

“ต๊าย พี่พิม..ทำไมสวยจัง สีม่วงเหมาะกับพี่มาก” ฉันตะลึง
นางแบบสาว ”โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร และพี่สาว “เอ-อัญชลี…”แวะมาหาพวกเราที่โรงแรม…ใครนะบอกเธอว่าเราจะมาพัก ที่นี่ เพื่อนผู้เจ้ากี้เจ้าการที่นอนอุตุคนนั้นแน่ ๆ เห็นไหมล่ะ หล่อนตื่นแล้ว มองฉันแล้วอมยิ้มทำหน้ามีเลศนัย กล่าวว่า..“วันนี้ เป็นวันชุมนุมเหล่าสาวสวย ปริ้นเซสเซส ทั้งหลาย..ดูสิพิม..โยกับเอ เขาใส่สีแมชกันสวยมาก แดงขาว ขาวแดง สวยจริง ๆ จ้า มานี่สาว ๆ มานอนข้าง ๆ พี่ พวกเรารอห้องอยู่ …จากนั้นก็มีแต่เสียงนกกระจอก แย่งกันพูด ฉันจำไม่ได้แล้วว่าสามคนนั้นคุยอะไรกันบ้าง พวกเธอไปนอนเกลือกกลิ้งกันอยู่ตรงเตียงใหญ่ ๆ มุมห้อง ส่วนฉันนอนกับหมา คอยแอบชำเลืองดูคุณโยกับพี่สาว เป็นระยะ ๆ เธอทั้งคู่สวยมาก โดยเฉพาะผมยาว ๆ ที่ดัดเป็นคลื่นโต ๆ ฉันเผลอลูบผมของตนเอง นึกอิจฉานิด ๆ คิดว่า ” หากฉันยังเด็ก ๆ เหมือนเธอ ฉันก็คงดูสดใสเช่นนั้นเหมือนกัน”

หลัง จากหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่เกือบชั่วโมง โยและพี่สาวก็ลุกจากเตียง..เพื่อนฉันบอกว่า เธอทั้งคู่ต้องไปแล้ว แค่แวะมาหาเท่านั้นเอง..ไม่พักกับพวกเรา..ฉันแทบจะไม่ได้คุยอะไรเลย..
ก่อน กลับโยหันมาบอกฉันซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ประตูเพื่อเดินออกไปส่งเธอ

“พี่ พิม สวยนะแต่พี่มีพุง กระโปรงยาว ๆ น่ะสวยแต่ควรจะเป็นทรงแคบ ๆ ไม่ใช่ระบายเป็นชั้น ๆ อย่างนี้ มันทำให้สะโพกบานเป็นตุ่ม เมื่อกี้เพื่อนหนูที่ขับรถมาส่งหนูเขาก็แอบบอกหนูว่า พี่พิมสวยนะแต่สะโพกเป็นกะละมังไปหน่อย” เธอพูดรัวเป็นปืนกล แล้วหันไปกล่าวกับเพื่อนฉันอย่างรวดเร็วว่า ” ไปนะพี่ ขอให้โชคดี บ๊าย..”

ฉันอ้าปากค้าง ยกมือลูบพุง..นึกไม่ถึงว่าเธอจะเป็นคนที่ปากร้ายขนาดนี้ เสียแรงที่แอบชื่นชม อันที่จริงเราก็แค่เจอกันสองสามครั้ง ได้แต่มองกันไปมองกันมาประสาผู้หญิง..แล้วทำไมเธอกล้าดียังไงถึงว่าฉันแรง ๆ .. ยังไงก็ตาม ฉันก็รักษามารยาท ฝืนยิ้ม พูดตอบเธอว่า “ ขอบคุณค่ะที่แนะนำ พี่จะพยายามลดน้ำหนัก โชคดีนะคะ” เธอเปิดประตูพรวด ออกไปแล้ว ..

เพื่อนฉันเดินมาหาฉันใกล้ ๆ เหมือนจะปลอบใจ ” อย่าไปถือสาเขาเลย เขาก็ยังงั้นแหละ ไหนไปดูสิว่าเขาขับรถอะไรมา..” เธอครึ่งลากครึ่งจูงฉันไปที่ล็อบบี้ ……รีเซพชั่นหันมามองฉัน กล่าวเบา ๆ ว่า ” กระโปรงพี่สวยมากค่ะ ” ฉันยิ้มตอบ ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง

” น้องคะ คุณโยออกไปหรือยัง” เพื่อนฉันถามรีเซพชั่น
“ยังค่ะ อยู่ในห้องน้ำ กำลังเปลี่ยนเสื่อผ้า”
“เปลี่ยนเสื้อผ้า ?” ฉันขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ จริง ๆ เพราะชุดที่เธอสวมมา สวยมาก กระโปรงยาว เป็นชั้น ๆ เหมือนของฉัน แต่เป็นสี ขาวและแดง สลับกันอย่างสวยงาม และเธอแต่งตัวเหมือนกันเป็นฝาแฝด มันเป็นแฟชั่นที่ทำให้เธอดูดี แทนที่จะเห็นแต่ บิกินีเล็ก ๆ โชว์ความเซ็กซี่อยู่ทุกซีน

ก่อน ที่จะได้คำตอบ สองสาวก็ออกมาจากห้องน้ำ..หอบหิ้วกระเป๋า หลุยวิคตองใบโต เธอทั้งคู่ใส่ยีน ห้าส่วน ตัดปลายขา เสื้อยืดคอกลมธรรมดา แต่ผมทรงสวย เป็นลอน ๆ และหน้าที่แต่งไว้เต็มที่ ก็ยังคงอยู่ ดูมันขัดกันมาก ๆ เธอเดินไปแล้ว โบกมือให้พวกเรา…

ฉันหันมาถามเพื่อน “ ทำไมเขาไม่ใส่ชุดสวย ๆ ออกไป ทำไมต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมันดูตลกมากกับการแต่งหน้าเข้ม ๆ ผมสวย ๆ เป็นเจ้าหญิง ในขณะที่ใส่ ยืนส์ขาสั้นกับเสื้อยืด ฉันไม่เข้าใจ”

“ใครจะใส่ ยังงั้นไปเดินบนถนน เหมือนคนบ้า..ขนาดนางแบบเขายังไม่ใส่เล๊ย” เธอกล่าวเสียงสูง แล้วก้มมองกระโปรงฉันแว่บหนึ่ง

“แล้วชั้น ล่ะ..ชั้นก็ใส่มาทั้งยังงี้..เธอก็ว่าชั้นสวยดี..แล้วเขาใส่มาที่นี่ทำไม ..แปลว่าเขาเอากระโปรงสวย ๆ มาเปลี่ยนที่นี่ เพื่อจะมาหาเธอ เพื่อจะสวยเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง เดินกรุยกรายในโรงแรมนี้นะเหรอ..” ฉันถามถี่ยิบ และรู้สึกถึงความดันที่พุ่งขึ้นเป็น 180/90 โดยอัตโนมัติ

” เอาเหอะน่าพิม..อย่าคิดมาก เธอเป็นคนคิดมากจริง ๆ เป็นตัวของตัวเองสิ อยากทำอะไรก็ทำ อยากใส่อะไรก็ใส่..ฉันจะบอกให้นะ ชีวิตนี้สั้นนัก อย่าจัดระเบียบกับมันมากนักเลย ฉันจะไปนอนล่ะ” ว่าแล้วเพื่อนตัวดีก็เดินกลับเข้าไปนอนต่อ

ฉันรู้สึกหวิว ๆ รู้สึกว้าเหว่ ไม่มีเพื่อน ความรู้สึกนี้กลับมาอีกแล้ว ฉันยืนคว้างอยู่ตรงล็อบบี้ ไม่มีผู้คนสนใจฉันเลย หลาย ๆ คนแทบจะเดินชนฉัน ไม่ยิ้ม ไม่มองหน้า ฉันมองหาซินดี้ เพื่อนตัวเดียวที่ฉันมี โน่นมันวิ่งเล่นอยู่มุมตึกที่มีต้นไม้เยอะแยะไปหมด เหมือนกำลังไล่จับอะไร ฉันรีบวิ่งไปอุ้มซินดี้ เพราะเกรงว่าจะมีใครโวยวายที่ฉันแอบเอาหมามาพักในโรงแรมด้วย..เผลอแป๊ปเดียว มันกระโดดหลุดมือฉันไปอีกแล้ว

“มานี่ซินดี้ ไอ้หมาบ้า” ฉันพยายามไล่จับ แทบจะชนแม่บ้านที่ผ่านมา ฉันรีบถามเธอ

“น้อง คะ ห้องพี่อยู่ตรงไหน เมื่อไหร่จะได้”
“ห้องเบอร์ ……………………..ค่ะ อยู่ชั้นสอง ตึกนั้น ค่ะ” เธอชี้มือไปยังตึกครึ่งไม้ที่อยู่ห่างออกไปด้านหลัง ห่างทะเลแต่ก็ดูเงียบ ๆ ดี
“พี่ไปที่ห้องได้เลยใช่ไหม”
“ค่ะ” เธอตอบเบา ๆ แล้วเดินไปอีกตึกหนึ่ง ฉันยืนงง คิดในใจว่า โรงแรมนี้ไม่ได้เรื่องเลย ไม่มีใครดูแลแขกเลย ฉันตัดสินใจเดินไปดูห้องก่อน กะว่าจะกลับไปเอากระเป๋าในห้องโถงที่เพื่อนนอนพักอยู่ทีหลัง เชื่อว่าเพื่อนตัวแสบคงนอนอุตุอีกนาน นี่มันเป็นวันพักผ่อนที่เริ่มต้นไม่ดีเลย..

บันไดทางขึ้นไปชั้นสอง ของตึกนี้ ชันมาก ๆ และแคบด้วย ฉันต้องอุ้มเจ้าซินดี้ไว้ในอ้อมแขน และมืออีกข้างก็ต้องคอยดึงกระโปรงอันยาวลากพื้น เพื่อก้าวขาขึ้นบันไดอันแสนแคบ ฉันรู้สึกถึงเข่าอันง่อนแง่นที่ค่อย ๆ ก้าวพาร่างของฉันขึ้นบันไดไปทีละขั้น อย่างงก ๆ เงิ่น ๆ ฉันเหลือบมองลงไปข้างล่างแว่บหนึ่ง ตาลายรีบคว้าราวบันไดอย่างรวดเร็ว แทบจะปล่อยเจ้าซินดี้ตกลงไปตาย ลืมไปว่าฉันกลัวความสูง..กว่าจะแอบหายใจลึก ๆ กัดฟันพาตนเองขึ้นไปถึงชั้นสอง ก็แทบหัวใจวาย ฉันลืมบอกว่า มันเป็นบันไดไม้เก่า ๆ ที่ข้างล่างเป็นดินหากตกลงไปก็คงเลอะเทอะ แข้งขาหัก ถลอกปอกเปิก แต่ก็คงไม่ถึงขนาดเสียชีวิต

ฉันปีนขึ้นมายืนงงตรงระเบียงยาวที่ค่อนข้างมืด มีตะกร้าใส่ผ้าปูที่นอนวางหน้าห้องอยู่สองสามห้อง มีบางห้องที่ประตูเปิดอยู่ ฉันอุ้มซินดี้ เดินไปเรื่อย ๆ มองหาห้อง……………………ในที่สุดฉันก็หาเจอ ประตูห้องเปิดอยู่ ฉันก้าวเข้าไป เจอผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนออกมาอย่างรวดเร็ว แต่งตัวเหมือนคนทำความสะอาด ยังไม่ทันที่ฉันจะถามอะไร เธอก็เดินออกจากห้องไปฉันยืนคว้างอีกแล้ว เหลียวมองรอบ ๆ ห้อง มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีเฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ มีภาพเขียนรูปบ้านทรงไทยติดอยู่บนผนังเหนือเตียง มีเทียนไขที่มีร่องรอยการจุดติดต่อกันมานานมาก โดยสังเกตจากน้ำตาเทียนที่กองรอบ ๆ เชิงเทียน..บนเตียงไม่มีผ้าปูที่นอน โต๊ะเครื่องแป้งมีภาพเก่า ๆ วางอยู่เป็นภาพขาวดำของผู้หญิงกับผู้ชายถ่ายคู่กัน เหมือนภาพคนรัก..นี่มันอะไรกัน ฉันไม่ได้จองห้องแบบนี้ ฉันไม่ต้องการพักตึกหลังนี้ ฉันเคยรู้มาว่าตึกเก่าของโรงแรมแห่งนี้ตกแต่งแบบโบราณมาก มันไม่เหมาะกับฉันอย่างแน่นอน..ฉันเริ่มโกรธ (อีกแล้ว) กว่าจะไต่บันไดมรณะลงมาข้างล่างได้ ฉันก็หอบแฮ่ก ๆ เจ้าซินดี้ก็ไม่รู้เป็นอะไร มันดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ บางทีก็หยุดยืนเห่าสองสามที ทั้ง ๆ ที่มันเคยได้ฉายาว่า เป็นหมามีมารยาทที่สุด ไม่เห่า ไม่อึ ไม่ฉี่ หากไม่ได้รับอนุญาต โรงแรมนี้เริ่มทำให้ซินดี้เสียหมา..

ฉัน คว้ามันมาไว้ที่เอว แล้วถกกระโปรงอันยาวรุงรังน่ารำคาญของฉัน เดินตัวปลิวผ่านลานดินเพื่อจะไปตะโกนใส่หน้าเพื่อน ผู้เป็นเจ้าของไอเดียเรื่องการพักผ่อนครั้งนี้ ทำไมยังนอนอุตุ ปล่อยให้ฉันผจญภัยอยู่คนเดียว ช่างไม่มีความรับผิดชอบเสียเลย..ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ฉันเดินแทบจะวิ่ง รู้สึกทางเดินมันไกลกว่าปรกติ เสียงลมพัดอื้ออึงมาจากทะเลจอมเทียนที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 20 เมตร กระโปรงเจ้ากรรมพันขาอยู่ตลอดเวลา ฉันอยากกระชากมันให้ขาด ไม่อยากสนใจเรื่องความสวยความงามอีกต่อไป ความโกรธที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ฉันตาลาย (อาการปรกติของคนเป็นโรคความดันสูง) ถึงประตูทางเข้าห้องโถง ฉันพุ่งพรวดเข้าไปโดยไม่ได้สังเกตว่ามีฝรั่งแก่ ๆ คู่หนึ่งเดินสวนออกมา ฉันเบี่ยงตัวหลบจนสะดุดชายกระโปรงล้มลงกับพื้น เจ้าซินดี้ กระเด็นไปไกล ร้องเสียงดัง

ฉันเหลียวมองไปข้างหลัง เห็นฝรั่งคู่นั้นหัวเราะต่อกระซิกประหนึ่งเป็นคู่บ่าวสาวมาฮันนีมูน ไม่เหลียวมามองฉันเลย ไม่กล่าวคำขอโทษซักคำ ฉันก้มหน้านั่งอยู่กับพื้นตรงนั้น ไม่มีกะจิตกะใจจะยืนขึ้น..แว่บนึงฉันคิดถึงบ้าน อยากกลับบ้าน ทำไมฉันต้องมาลำบากยังนี้ ดูสิ..ดูผู้คนที่แล้งน้ำใจ ไม่ถามไถ่สักนิดว่าเป็นอะไร ทำไมลงไปนั่งกับพื้น ถ้าฉันไม่นั่งหลบ ๆ พวกเขาก็คงเหยียบหัวฉันแน่ ๆ ..ฉันพยายามตั้งสติ หายใจลึก ๆ (ตามที่อ่านมาจากหนังสือเล่มไหนซักเล่มหนึ่ง)..นี่มันเป็นเรื่องวิกฤตของฉัน แล้ว..ฉันต้องลุกขึ้น..ฉันต้องเข้มแข็ง ฉันต้องสง่างามเหมือนที่ฉันพร่ำสอนตัวเองมาตลอด

ฉันรู้สึกถึงกำลังใจ ที่เกิดขึ้นในบัดดล ฉันยืนตรง จัดกระโปรงให้เข้าที่ มองหาซินดี้

” ซินดี้มานี่ลูก เร๊ว..มาหาแม่..เราจะไปจากที่นี่กันนะจ๊ะ” ฉันพูดประโยคที่เพราะที่สุดในวันนี้ ก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่เพื่อนนอนรออยู่ ..แว่บนึงฉันตกใจ เพราะไม่มีเพื่อนอยู่ตรงนั้น เตียงที่เขานอนก็ถูกจัดอย่างเรียบร้อยแล้ว มีแต่กระเป๋าเดินทางใบเล็กของฉันอยู่มุมห้อง..แว่บต่อมาฉันคิดได้ว่าเพื่อน อาจจะไปเช็คอินห้องของหล่อนแล้ว ไม่เป็นไร เออนะ ช่างไม่บอกกล่าว เพื่อนหนอเพื่อน… 

ฉันคว้ากระเป๋า เดินไปที่รีเซพชั่น กะจะถามว่าขอให้ฉันเปลี่ยนห้องได้ไหม ฉันไม่แฮ็ปปี้กับตึกเก่าหลังนั้นเลย แต่ก็มีผู้คนเยอะแยะมากที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ดูเหมือนไม่มีใครสนใจฉันเลย ฉันเอากระเป๋าวาง แอบ ๆ ไว้ที่เคาน์เตอร์ ไม่มีใครสังเกต ไม่แม้แต่จะเหลือบตามามอง ทุกคนง่วนอยู่แต่การเช็คอิน เช็คเอ้าท์ ให้มันได้ยังงี้สิ โรงแรมบ้า !

ฉัน เลี่ยงอุ้มซินดี้ไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่รอซินดี้ทำธุระ ฉันมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง พระเจ้าช่วย หน้าฉันซีด ตาโบ๋เพราะไม่ได้พักผ่อน ผมยุ่ง เหมือนเพิ่งฝ่ามรสุมมาหยกๆ ฉันรับไม่ได้จริง ๆ โชคดีไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย..ฉันจัดการล้างหน้า ลงมือแต่งหน้าบาง ๆ เกล้าผมรวบขึ้นสูงเหมือนที่เพื่อนตัวดี แนะนำ ใช่สิ ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าหญิงได้..15 นาทีผ่านไป ฉันเนรมิตตัวเองให้ดูเป็นคนใหม่..จริง ๆ นะ ” ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง” ยังใช้ได้เสมอ และนี่ฉันก็ไม่ใช่ไก่ และไม่ใช่ธรรมดาด้วย ฉันคือปริ้นเซส เพราะกระโปรงยาวสีม่วงราคา เฉียดสองหมื่นตัวนี้ ช่วยได้เยอะเหมือนกันนะ

ฉันเดินออกจากห้องน้ำ มีพุดเดิ้ลอยู่ในอ้อมแขน เดินไปที่กระเป๋าที่แอบวางไว้ข้าง ๆ เคาน์เตอร์.. ที่นั่นฉันเห็นกระดาษโน๊ต เขียนชื่อฉัน และเบอร์ห้อง เดิม……………………..แต่วงเล็บว่าตึกนี้ คือตึกใหม่ มีกุญแจห้องวางไว้ให้ด้วย มี หมายเหตุในโน๊ต ว่า Self Service ก็คือโปรดพาตัวเองไปที่ห้องเองนะ แสดงว่าฉันไปดูผิดตึก หรือพนักงานผู้หญิงคนนั้นบอกฉันผิด โรงแรมในจอมเทียนมันเป็นเช่นนี้เองเหรอ..ช่างเถอะ หยวน ๆ น่า เพราะเขาก็ไม่เห็นจะโวยวายอะไรที่ฉันเดินอุ้มหมาเทิ่ง ๆ ไปมา..

หลัง จากคิดได้ฉันก็คว้ากระเป๋าเดินไปตามทางเดิน ขึ้นบันไดไปชั้นสอง ตรงทางเดินชั้นสองมีคนเดินอยู่ สองสามคน มีพนักงานทำความสะอาดบางห้องอยู่ ขณะที่เดินหาห้อง ฉันก็รู้สึกถูกชนข้างหลังมีเสียงกล่าวขอโทษเบา ๆ

” Oops! Sorry!” ฉันหันไปมอง เห็นฝรั่งตัวสูง ๆ หน้าตาดี อายุประมาณ 27-28 ลากกระเป๋าเดินทางแซงฉันไป เขาเหลียวมายิ้มอย่างขอโทษ ฉันยิ้มตอบ นึกในใจ เออ..ค่อยยังชั่วหน่อยมีคนมีมารยาทบ้าง แต่แล้วก็ต้องรีบหุบยิ้ม .แค่ไม่ถึงสองวินาทีก็มีผู้หญิงฝรั่งวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งสวนมาเธอชนมือที่ถือ กระเป๋าของฉันเต็มแรง จนกระเป๋ากระเด็น ฉันหันขวับไปดูเธอวิ่งหายไปแล้ว อะไรกันนี่ นี่มันมากเกินไปแล้ว..ฉันคว้ากระเป๋า ตะบะแตก แล้วพูดเสียงดัง ๆ จนเกือบเป็นตะโกนว่า ” ขอโทษค่ะ มีใครซักคนที่ว่างมาช่วยฉันหน่อยได้ไหม” เงียบค่ะ ไม่มีใครเดินมาจากห้องไหน หรือมุมไหนเลย นอกจากนายฝรั่งหนุ่มคนนั้นที่ยังยืนเก้ ๆ กัง ๆ หาห้องอยู่เหมือนกัน เขาเหลียวมามองฉัน และเลิกคิ้วประมาณ

ว่า “มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ”
ฉัน โกรธจนสติแตก..รีบเดินแทบวิ่งไปหาเขาและจับแขนเขาเขย่าถามว่า ” Are you real?” ประมาณว่าคุณมีตัวตนจริง ๆ ไหม
เขาถามกลับทันที “What do you mean?” ประมาณว่า อ้าวหมายความว่าไง
 
ฉันก็ พยายามที่จะอธิบายว่า ฉันน่ะมีปัญหา มาเกือบสามชั่วโมงแล้วเพียงแค่จะเช็คอินโรงแรมนี้ ฉันเล่าระล่ำระลัก มันเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ฉันจะมีโอกาสพล่าม เขาตะคอกฉันเสียงดัง

“Shut up!” เขาบอกให้ฉัน หุบปากไม่ต้องเล่าจนจบเพราะเขาก็มีปัญหาอย่างเดียวกัน เขาบอก..เขาสื่อสารกับใครไม่ได้เลย ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษ นั่นยังไม่เท่าไหร่ ทุกคนเย็นชาไร้มารยาท ห้องเขาที่จองไว้ก็มีคนอื่นพักอยู่และล็อกห้องไว้ เขามีสังหรณ์ลึก ๆ ว่าเรากำลังอยู่ในโรงแรมผีสิง!!

ผู้คนที่เราเห็นไม่ใช่คน….ฉัน อยากร้องกริ๊ด..นายคนนี้มันท่าจะบ้า มันเป็นไปไม่ได้ แล้วเพื่อนฉันล่ะ เขาบอกเราไม่ควรนั่งอยู่ตรงทางเดิน เราควรเข้าไปในห้องของฉันเพราะฉันมีกุญแจ เราจะได้ปรึกษากันว่าจะทำยังไงดี แว่บหนึ่ง แว่บเล็ก ๆ ที่ฉันคิดว่า “เอ๊ะนายคนนี้จะเอายังไง หรือฉันจะหนีเสือหรือปะจระเข้” ฉันลังเลอยู่ 2 วินาทีก็ตัดสินใจตามที่เขาแนะนำ..

หลังจากเราปิดประตู ฉันก็เดินไปเปิดตู้เย็น ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลย..ไม่มีจริง ๆ โรงแรมนี้ชุ่ยที่สุด ลำคอฉันแห้งผาก ฉันเหลียวไปรอบห้อง ขนหัวลุกซู่.. นายฝรั่งคนนั้นหายไปแล้ว ฉันแหกปากร้อง ” Hello..where are you? ” Help!”

เสียงประตูห้องน้ำเปิดผลั๊วะ ออกมา นายคนนั้นยืนอยู่ที่นั่น ” You scared the shit out of me!” เขาตะโกนใส่ฉันมั่ง ขอไม่แปลเพราะมันช่างตรงความหมายดีแท้ ทุกคำ !!

เราผลัดกัน วิเคราะห์ ว่าสิ่งที่เราเห็นใช่ผีหรือคน ฉันอยากจะหัวเราะเยาะเย้ยเหวย ๆ ฟ้า ( ผลพวงจากการดู ASTV มากไปหน่อย) นายคนนี้มันจะคุยเรื่องผี ใช่ไหม..ได้เลย!! ฉันนั่งลง บ้าก็บ้าวะ…

“เราต้องแยกแยะ เป็นคน ๆ ไป” ฉันเริ่ม….ฉันแจงช้า ๆ ว่า หากเราจะต้องเกลี้ยกล่อมตัวเราเองให้เชื่อว่ามันเป็นโรงแรมผี..และเรากำลัง Deal กับผี..ฉันว่าคนที่รีเซพชั่นเป็นคนแน่นอน ผู้หญิงที่บอกฉันว่า ห้องพักฉันอยู่ตึกเก่าก็เป็นคน เพราะทั้งคู่ฉันมีโอกาสคุยด้วย เขายังชมว่ากระโปรงฉันสวย ฝรั่งแก่คู่ที่เกือบชนฉัน เป็นผี ชัวร์… ยายเด็กฝรั่งวัยรุ่นที่วิ่งชนกระเป๋าฉันจนกระเด็นก็เป็นผี คนอื่น ๆ ที่ฉันเห็น ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านหรือยามหรือคนกวาดใบไม้ เป็นผีทั้งหมด แต่ที่แน่ ๆ ยายเพื่อนตัวแสบของฉันเป็นคน ซึ่งนาทีนี้หากมันเป็นผีฉันก็จะดีใจมาก แปลว่ามันตายไปจากชีวิตฉัน(เสียที) ฉันเริ่มพล่ามเรื่องเพื่อนตัวดี ให้ฝรั่งฟัง… เพื่อนผู้เยาะเย้ยถากถางเพื่อน มันน่ะเชียร์พันธมิตรมาตลอด แต่ตอนนี้มันแผ่วลง เพราะเริ่มเห็นเค้าว่าคนที่มัน(แอบ)รัก ที่นามสกุล แซ่ลิ้ม เริ่มเป๋แล้ว… มันถึงหนีทีวี กะมานอนที่นี่กับฉัน (เพื่อเลียแผล) เพราะเพื่อนคนอื่น ๆ เริ่มไม่ฟังมันแล้ว ฉันสาธยายเรื่องกู้ชาติให้ฝรั่งฟังอย่างออกรส เขาบอกเขาไม่สนใจการเมือง แค่เป็นหนุ่มอเมริกัน ฝันจะมาอยู่เมืองไทยเท่านั้น เขาสรุปว่าว่าเราอยู่ในโรงแรมลึกลับแน่นอน โรงแรมผี !

เขายืนยัน อย่างแน่วแน่ว่า เขาเห็นแต่รีเซพชั่นที่ยื่นกุญแจให้เขา ไม่พูดอะไร มีแต่โน๊ต เหมือนที่ฉันมี คือเบอร์ห้องและให้ช่วยเหลือตัวเอง เขาเห็นแม่บ้านเดินอยู่ตึกโน้นหนึ่งคน แต่เขาได้ยินเสียงคนพูดภาษาอื่น ที่เขาไม่เข้าใจ ก็คงเป็นภาษาไทยนะแหละ แต่เขายังไม่เห็นใครที่เป็นคนอีกเลย นอกจากฉัน ว่าแล้วเขาก็เอื้อมมือมาจับแขนฉันบีบแรง ๆ..ฉันสะดุ้งโหยง..เอ๊ะ..นายคนนี้ออกแนวถือโอกาสหรือเปล่า ฉันดึงแขนออก เขาบอกว่า ก็แค่อยากจะรู้ว่าฉันเป็นคนจริง ๆ หรือเป็นผีมาตอแหลให้เขาฟัง…เราเลิกทะเลาะกัน เขาอาสาออกไปข้างนอก ไปหาอะไรมาทานกัน ฉันหมดแรง ฉันเหนื่อย ไม่ขอออกจากห้องนี้จนกว่าจะได้หลับซักงีบ

” มี Heineken ซักสองขวดติดมือมาก็ก็ดีนะเธอ” ฉันบอกก่อนที่เขาจะปิดประตู

เสียง เดินของนายคนนั้นห่างออกไป ไปเสียได้ก็ดี.. ฉันคิด..สรุปว่าเธอนั่น บ้า…. (เสียงศรัญญู วงศ์กระจ่างดังก้องหู) 

ซินดี้นอนหลับอุตุไปแล้ว ฉันหิวจนตาลาย เสียงต่าง ๆ เริ่มเงียบลง ฉันเดินไปดูที่หน้าต่าง แง้มม่านดูข้างนอกมีฝนตก ลมยังคงพัดแรงมองไปที่ชายหาดที่เห็นอยู่ลิบ ๆ ฟ้าเป็นสีเทาเข้ม พวกร่มเตียงตามชายหาดถูกเก็บเข้าที่หมดแล้ว ก็มันมืดแล้ว ไม่มีผู้คนเดินบนชายหาดจอมเทียนเลย..ฉันเหลียวมามองดูมุมห้อง เห็นกระเป๋าเดินทางใบโตที่มีรูป โลโกของโอบาม่า หนุ่มนักการเมืองคู่ชิงชัยอันน่ากลัวของคลินตันติดอยู่ …หนอยมันบอกมันไม่สนใจการเมือง.

ฉันมองหารีโหมดทีวี อย่างน้อยก็หาเสียงทีวีเป็นเพื่อน ดีกว่าเครียดตาย ฉันกดไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรดูได้เลยเพราะอากาศข้างนอกไม่ดี เหลืออยู่ช่องเดียวคือ ASTV ได้โปรดเถอะคุณพิภพ ธงชัย……. เอาละ หลับไปทั้ง ๆ ยังงี้ ดีกว่าเงียบจนน่ากลัว..

   

 ฉันหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้..มารู้สึกตัวอีกที งัวเงีย ๆ หรี่ตาเปิดทีละข้าง เห็นซินดิ้นอนอยู่ข้าง ๆ ฉันเอื้อมมือไปลูบหัวมันสองที คิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ นายคนนั้นกลับมาตอนไหนวะ มองไปที่มุมห้องไม่มีกระเป๋า โอบาม่า …เด้งดึ๋งจากเตียง มองไปรอบ ๆ.. นี่มันห้องฉันเอง ห้องนอนของฉันจริง ๆ ด้วย…ขอบคุณพระเจ้า ไม่มีฮอลลิเดย์ ไม่มีโย ยศวดี ไม่มีโรงแรมผี มีแต่คุณอัญชลี.. ” เอาข้อมูลในกระทรวงการต่างประเทศ ไปขายให้เขมร” ………………….
เสียงแจ้ว ๆ คือเสียงของเธอ เอเอสทีวี ที่เราเปิดไว้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่ายามตื่นหรือหลับ
ถึงว่าไอ้เรื่อง ผี ๆ ที่เราวิเคราะห์กันเมื่อคืน มันถึงไม่เป็นเหตุเป็นผล

 

 

______________________________________________________________

หมายเหตุ

เรื่อง นี้ ไม่มีมือถือเกี่ยวข้องเช่นเคย ปรกติในฝัน ฉันมักจะลืมนำมือถือไปด้วยเสมอ ไม่รู้ทำไม เลยทำให้การผจญภัยดูสมจริงมากขึ้น..ที่แน่ ๆ ไม่มีกระโปรงราคาเหยียบสองหมื่นที่ไร้สาระที่สุด และคุณ โย ยศวดี อะไรนั่นฉันก็ไม่รู้จัก เพียงแต่ชอบที่เธอสวยดี มีสมอง และเท่ห์ ก็เลยเอาไปฝันเป็นตุเป็นตะ..

ขอบคุณตัวเองที่สามารถฝันได้เป็น เรื่องเป็นราว อย่างน้อยฉันก็รู้สึกเป็นอิสระจาก ASTV นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ประหนึ่งหลุดออกมาจากฝันร้าย

ขอมอบ เรื่องนี้ให้แก่เพื่อนผู้กำลังหาทางลงนะจ๊ะ..
อ่านแล้วโปรด โทรมาหาฉันด้วย
อ้อ ขออภัยที่ละเว้น เบอร์ห้องที่ฉันจอง (ในฝัน)ไว้ เพราะมันเด่นชัดในความทรงจำ รับรองว่าเรื่องนี้ไม่มีแต่งแต้มแม้แต่นิด..หวยงวดนี้ออกอะไรเดี๋ยวรู้ เอง…..

Reporter : ศิริทานนท์   Photo : PDN staff   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com