พัทยาเดลีนิวส์

25 เมษายน 2553 :: 14:04:29 pm 16006

Mike Tyson ช่วงชีวิตสูงสุดคืนสู่สามัญ

เส้นทางชีวิตอดีตแชมป์มวยโลก รุ่น เฮฟวี่เวท ที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียง 20 ปี 4 เดือน ไมค์ ไทสัน หรือ มฤยูดำ กำเนิดและเติบโตพร้อมวิถีชีวิตที่เลวร้ายในวัยเด็กที่เกเรของเขา จากนักมวยที่ร่ำรวยมีทรัพย์สินกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ กลับกลายมาเป็นผู้ล้มละลายได้อย่างไร?
สนใจโฆษณา

ไมค์ ไทสัน มีชื่อจริงว่า ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน (Michael Gerard Tyson) เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1969 ที่สลัมในบรู คลิน มหานครนิวยอร์ก คุณภาพชีวิตของไทสันในวัยเด็กถือว่าเลวร้ายมาก นิสัยเกเรชอบมีเรื่องชกต่อยกับเด็กคนอื่นและก่ออาชญากรรมทั่วไป จนกระทั่ง คัส ดี’อมาโต (Cus D’Amato) ครูมวยเชื้อสายอิตาเลียน ได้มาพบเข้าและฝึกสอนไทสันให้รู้จักกับมวยสากลอย่างแท้จริง ที่ต้องชกบนเวทีแบบมีกติกาที่ชัดเจน ซึ่งไทสันก็รักและนับถือ ดี’อมาโตเสมือนกับพ่อของตนเองคนหนึ่งเลยทีเดียว

เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1986 ไมค์ ไทสัน ทำสถิติชนะรวด 26 ครั้ง ชนะน็อกถึง 24 ครั้ง ขึ้นชิงแชมป์โลกกับ เทรเวอร์ เบอร์บิค แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทของสภามวยโลก (WBC) ขึ้นสังเวียนมวยที่โรงแรมฮิลตัน ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา สำหรับเบอร์บิคแล้ว เขาเพิ่งได้แชมป์โลกเมื่อ 8 เดือนก่อนหน้านั้น ด้วยการชนะคะแนน พิงค์ ลอน โธมัส แบบฉิวเฉียด ผลการชกไท สันเอาชนะน็อกเบอร์บิคได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ยกที่ 2 เท่านั้น และตลอดการชกเบอร์บิคเป็นฝ่ายถูกไทสันไล่ถลุงเพียงข้างเดียว ยิ่งโดยเฉพาะยกที่ 2 เบอร์บิคถูกไทสันชกล้มไปถึง 2 ครั้ง ไมค์ ไทสัน จึงกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทคนใหม่ล่าสุด พร้อมกับทำสถิติเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี 4 เดือน (ซึ่งยังเป็นสถิติมาจนกระทั่งทุกวันนี้) ทำลายสถิติเดิมของ ฟลอยด์ แพ็ตเตอร์สัน ที่เคยทำไว้ในวัย 21 ปี 10 เดือน และที่น่าเหลือเชื่อคือทั้งคู่มีเทรนเนอร์คนเดียวกัน คือ คัส ดี’อมาโต

นับจากนั้นทั่วทั้งโลกได้รู้จักกับ ไมค์ ไทสัน นักมวยผู้มีภาพของความป่าเถื่อน รุนแรง กักขฬระ ผ่านการโปรโมตของ ดอน คิง โปรโมเตอร์อันดับหนึ่งของโลก นับได้ว่าไทสันกลายเป็นนักมวยอันดับหนึ่งของโลก และเป็นนักมวยคู่บารมีของดอน คิง อย่างแท้จริง การชกทุกครั้งของไมค์ ไทสัน สามารถทำเงินให้กับดอน คิง ได้มหาศาล ไทสันผ่านการชกป้องกันตำแหน่งอีกหลายต่อหลายครั้ง จนกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบันคนแรกของโลก รวมทั้งการเอาชนะน็อก ไม เคิล สปิ๊งคส์ อดีตแชมป์เหรียญทองรุ่นเฮฟวี่เวทโอลิมปิคที่มอนทรีออล ที่หันมาชกมวยสากลอาชีพและทำสถิติไม่เคยแพ้ใคร และเมื่อถูกประกบคู่กับไทสัน สปิ๊งคส์ถูกมองว่าอาจเป็นคนแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้แก่ไมค์ ไทสัน ได้ แต่ผลการชกจริง ๆ ปรากฏว่า สปิ๊งคส์ เป็นฝ่ายแพ้น็อกไปเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น อย่างที่เรียกว่า “นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ”

และแล้วกับชกการป้องกันตำแหน่งที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กับ เจมส์ “บัตเตอร์” ดักลาส นักมวยโนเนม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 ไทสันพลาดท่าแพ้น็อกแก่ดักลาสอย่างไม่มีใครคาดคิดในยกที่ 10 แม้จะมีเสียงครหาว่า กรรมการบนเวทีนับเร็วกว่ากรรมการที่อยู่ด้านล่างเวทีก็ตาม

ชีวิตตกต่ำ
หลังจากนั้น ชีวิตของไทสันก็ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อถูกกล่าวหาจาก เดสิรี วอชิงตัน (Desiree Washington) นางงามผิวดำสหรัฐอเมริกาว่า ไทสันข่มขืนเธอ ไทสันปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง คดีนี้ถูกนำขึ้นสู่ศาล วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ถูกตัดสินโทษจำคุก 6 ปี แต่เนื่องจากประพฤติตัวดี ไทสันจึงได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1995 หลังใช้ชีวิตในเรือนจำได้ 3 ปี ซึ่งในระหว่างนั้น ไทสันหันไปนับถือศาสนาอิสลามพร้อม กับใช้ชื่อใหม่ว่า “มาลิค อับดุล ลาซิช” (Malik Abdul Aziz) หรือ “ไทสัน อาลี” (Tyson Ali) ซึ่งไทสันอ้างว่าศาสนาอิสลามได้ทำให้จิตใจเขาบริสุทธิ์ขึ้นเหมือนดั่งเช่น กรณีหนีทหารของ มูฮัมหมัด อาลี ในอดีต

หลังจากออกจากคุกมา ไทสันขึ้นชกอุ่นเครื่องอีกไม่กี่ครั้ง ก็ได้ชิงแชมป์โลกของ WBC และเป็นฝ่ายชนะน็อก แฟรงค์ บรูโน นักมวยชาวอังกฤษ เพียงยกที่ 3 ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1996 และคว้าแชมป์ของ WBA ด้วยการเอาชนะน็อกยกแรก บรู๊ซ เซลดอน ในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน จากนั้นไทสันถูกประกบให้พบกับ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ อดีตแชมป์โลก 3 สถาบันผู้เอาชนะเจมส์ “บัสเตอร์” ดักลาส ได้ หลายฝ่ายคาดว่าไทสันที่กำลังเหี้ยมหาญจะเอาชนะน็อกโฮลีฟิลด์ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่การชกกลายเป็นว่า ไทสันไม่สามารถทำอะไรโฮลีฟิลด์ได้เลย จนกระทั่งเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 11 ซึ่งถือเป็นความปราชัยในชีวิตการชกมวยเป็นครั้งที่ 2 ของไทสัน ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน

จากนั้นทั้งคู่ได้มีโอกาสล้างตากันอีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1997 ซึ่งการชกในครั้งนี้ ไทสันได้สร้างปรากฏการณ์ให้โลกตื่นตะลึงอีกครั้ง ด้วยการกัดเข้าที่ใบหูของโฮลีฟิลด์ในยกที่ 3 ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคลุกวงในอยู่กัน โดยใบหูของโฮลีฟิลถึงกับขาดแหว่งติดปากไทสันออกมา จึงต้องยุติการชกไป และไทสันก็ถูกตัดสินให้แพ้ฟาลว์ ถูกปรับเงิน 3 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโดนยึดใบอนุญาตชกมวยด้วย สำหรับค่าตัวของทั้งคู่ในขณะนั้นถือสูงสุดในวงการกีฬาโลกเลยทีเดียว โดยไทสันได้ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ และโฮลีฟิลด์ได้ถึง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในปี ค.ศ. 1999 ไทสันถูกจับอีกครั้ง เมื่อไปชกต่อยกับเด็กวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ 2 คน หลังเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน คราวนี้ไทสันติดคุกอยู่นาน 9 เดือน เมื่อออกจากคุกมา ไมค์ ไทสัน ชกทำฟอร์มได้ดีอยู่หลายครั้ง ก่อนจะขึ้นชกกับ เลนน็อกซ์ ลูอิส แชมป์โลกชาวอังกฤษผู้ที่มีฟอร์มการชกอยู่ในระดับสุดยอดในเวลานั้น ผลการชกไทสันเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปอย่างบอบช้ำในยกที่ 8 เมื่อปี ค.ศ. 2002

ล้มละลาย
1 ปี ถัดมา ไทสัน มีปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนถูกฟ้องร้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย จากเดิมที่เคยมีเงินทองจากการชกมวยมากมายถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐ มีคฤหาสถ์หลังใหญ่ มีเสือโคร่งเบงกอลเผือกเป็น สัตว์เลี้ยง กลายเป็นบุคคลที่มีแต่หนี้สิน ทั้งนี้เป็นเพราะไทสันเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินไม่เป็น อีกทั้งยังมีแต่พฤติกรรมที่ทะเลาะวิวาทกับผู้คนเรื่อยไป ประกอบกับได้เปลี่ยนผู้จัดการจาก ดอน คิง ในช่วงที่ตกต่ำเป็น แซลลี่ ฟิงเกอร์ ทำให้ไม่ได้รับค่าตัวมากมายเช่นเดิม

ในปี ค.ศ. 2005 ช่วงที่ชีวิตตกต่ำสุดขีด ถึงกับมีข่าวลือว่าไทสันได้รับการชักชวนจากเจนนา เจมสัน ให้ร่วมกันแสดงหนัง โป๊ ว่ากันว่า ไทสันมีศักยภาพที่น่าจะไปได้ดีในอาชีพนี้ เนื่องจากมีการอ้างถึงรายงานทางการแพทย์ในระหว่างถูกจองจำว่า ขนาดองคชาติของไทสันนั้นยาวถึง 14 นิ้ว อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำตัวเจนนา เจมสัน และตัวไทสันเอง ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ แม้จะมีชีวิตที่ย่ำแย่ แต่ไทสันก็ยังมีข่าวอาชญากรรมอยู่เรื่อย ๆ ในปลายปี ค.ศ. 2004 ไทสันก็ถูกตำรวจจับอีกครั้งในข้อหาว่ามียาเสพติดประเภทโคเคนไว้ในครอบครอง

ต่อมา ไมค์ ไทสัน ได้หันกลับมาชกมวยอีกเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อหาทางปลดหนี้ แต่ผลคือแพ้น็อก เควิน แม็กไบรด์ นักมวยผิวขาว ในยกที่ 6 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2005 และไม่ได้กลับขึ้นชกมวยอีกเลย ตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ ..

ที่มา wikipedia.org

Reporter : สาธิต   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com